Tuesday, December 1, 2020
More

    เตรียมสร้างอุโมงค์ทางด่วนถนนนราธิวาส-สำโรง ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา

    เตรียมสรุปแผนสร้างอุโมงค์ทางด่วนช่วงถนนนราธิวาสสำโรง 8.7 กม. วิ่งลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาภายในเดือนมีนาคมนี้หวังแก้วิกฤติจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

    นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังจากที่ Mr.Hirai Hideki ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น (MLIT) พร้อมด้วยผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยเข้าพบ เพื่อรายงานการดำเนินงานของคณะกรรมการขับเคลื่อน (Steering Committee) เกี่ยวกับโครงการศึกษาความเหมาะสมการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดถนนนราธิวาสสำโรง ว่า สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจราจร (สนข.) ร่วมกับ MLIT ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมของโครงการดังกล่าว


    โดยโครงการศึกษาความเหมาะสมการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดถนนนราธิวาสสำโรง จะเป็นระบบทางด่วน ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา และบางกระเจ้า เพื่อเป็นเส้นทางบายพาส ทำให้รถที่มาจากภาคใต้เดินทางไปทางด้านตะวันออกได้โดยไม่ต้องผ่านกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งจะบรรเทาและแก้ไขปัญหาการจราจรบริเวณสาทร สีลม บางรัก พระราม 4 และบริเวณใกล้เคียง

    จากการศึกษาเบื้องต้นรูปแบบโครงสร้างเป็นอุโมงค์ใต้ดิน ระยะทาง 8.7 กม. ขนาด 4 ช่องจราจรไปกลับ จุดเริ่มต้นโครงการคือจะเชื่อมต่อจากทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ทางด่วนขั้นที่ 1) กับถนนนราธิวาสและเชื่อมต่อทางพิเศษเฉลิมมหานครกับสี่แยกบางนา

    สำหรับเนื้อหาในการศึกษา ประกอบด้วย 4 ส่วนดังนี้

    1.การสำรวจกายภาพของถนนได้แก่การศึกษาภาพตัดขวางของถนนเส้นทางในแนวราบและแนวดิ่งและจุดเชื่อมต่อ

    2.การประมาณการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง

    3.การดำเนินการตรวจสอบผลกระทบที่มีต่อการจราจรทั้งปริมาณจราจรปัจจุบันและการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น

    4.แนวทางการนำโครงการไปดำเนินการ เช่น การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public Private Partnership : PPP)

    โดย MLIT จะสรุปผลการศึกษาความเหมาะสมรูปแบบการก่อสร้าง มูลค่าโครงการ รูปแบบการลงทุน จัดทำเป็นรายงานส่งให้ สนข. ภายในเดือน มี.. 2563 จากนั้น สนข. จะนำเสนอต่อกระทรวงคมนาคมเพื่อพิจารณาต่อไป

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวอีกว่า ได้ขอให้ศึกษาด้วยว่าเมื่อมีการก่อสร้างจริงจะกระทบต่อจราจรอย่างไร และให้ สนข. หาแนวทางแก้ไข พร้อมทั้งพิจารณากรณีที่ต้องมีการต่อเชื่อมกับระบบทางด่วนอื่นที่มีเอกชนเป็นผู้รับสัมปทาน เพื่อไม่ให้มีผลกระทบ ซึ่งเชื่อว่ามีผลตอบแทนในการลงทุนทางเศรษฐกิจดีเพราะดูจากปริมาณจราจรที่ค่อนข้างมาก ซึ่งจะขึ้นกับรูปแบบการก่อสร้างด้วย ซึ่งมีทั้งแบบอุโมงค์เดี่ยว และแบบ 2 อุโมงค์ซ้อนกัน

    ด้านนายชยธรรม์ พรหมศร ผู้อำนวยการ สนข. กล่าวว่า ปัจจุบัน รถจากภาคใต้เข้าสู่ กทม. เพื่อผ่านไปยังภาคตะวันออกมีปริมาณสูง ขณะที่โครงข่ายทางด่วนบริเวณต่างระดับท่าเรือมีความหนาแน่นมาก การก่อสร้างเส้นทางใหม่จะติดที่บริเวณบางกระเจ้า ที่ห้ามมีการก่อสร้าง ดังนั้นจึงจะทำเป็นอุโมงค์เส้นบายพาส เพื่อระบายรถวิ่ง ลอดแม่น้ำเจ้าพระยาไปโผล่บริเวณไบเทค บางนา โดยจะสามารถเชื่อมกับทางด่วนบางนาชลบุรีเพื่อระบายรถได้และการก่อสร้างเป็นอุโมงค์ก็จะทำให้มีการเวนคืนน้อยที่สุด

    สำหรับการศึกษาโครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งในแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาจราจรในเขต กทม. และปริมณฑล ที่ MLIT ศึกษา ยังมีอุโมงค์ทางด่วน อีกประมาณ 9 แนว รวมถึงมีแนวทางการแก้ปัญหาจราจรรูปแบบอื่นๆ และการสนับสนุนการใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพื่อแก้ปัญหาจราจรอย่างยั่งยืน โดย สนข. จะสรุปแผนแม่บทเสนอต่อคณะกรรมการจัดระบบการจราจร (คจร.) ต่อไป