Wednesday, February 12, 2020
More

    ภัยแฝงพบรักในโลกออนไลน์ สร้างความเสียหายรวมกว่า 6 พันล้านบาท

    TrueMoney เผยรายงานฮาว ทู เลิฟทำอย่างไรให้ไม่ตกเป็นเหยื่อรัก ลวง หลอก (โอน) ต้อนรับวันวาเลนไทน์ โดยระบุว่ามีคู่รักจำนวนไม่น้อยที่พบรักแท้ และพัฒนาความสัมพันธ์บนโลกออนไลน์มาสู่การใช้ชีวิตจริงด้วยกัน แต่ก็มีจำนวนมากที่ต้องเจอกับความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งบนโลกอินเทอร์เน็ตที่นับวันจะมีความรวดเร็ว และอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้มากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้การสร้างความสัมพันธ์กับใครสักคนไม่ใช่ยาก เพียงปัดจอโทรศัพท์ไปซ้ายหรือไปขวา ก็จะพบใครบางคนในโลกโซเชียลที่ตรงใจ และสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ต่อได้ ตั้งแต่การแชทพูดคุย ส่งรูปภาพหรือเปิดวิดีโอคอลหากันก็รวดเร็ว จนบางครั้งคนรุ่นก่อนๆ ให้นิยามความสัมพันธ์โรแมนติกของคนรุ่นใหม่ว่ารัก WiFi (ไวไฟ)”

    ซึ่งช่องทางเหล่านี้ตอบรับกับพฤติกรรมคนยุค Gen Y และ Gen Z ที่มีความคิดเป็นอิสระ กล้าหลุดออกจากกรอบ กล้าแสดงออก และชอบที่จะมีชีวิตที่มีสีสันบนโลกโซเชียลได้เป็นอย่างดี ดังนั้นการมีปฏิสัมพันธ์ และแสดงอารมณ์ความรู้สึก และความรักผ่านการใช้เทคโนโลยี จึงถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ของคนรุ่นใหม่ ซึ่งเมื่อประกอบกับความนิยมเทคโนโลยีในด้านอื่นๆ ที่พุ่งสูงมากขึ้นเรื่อยๆ อาทิ การใช้จ่ายและทำธุรกรรมออนไลน์ที่ทำได้รวดเร็ว เราจึงเห็นข่าวเหยื่อความสัมพันธ์บนโลกออนไลน์ ที่โดนมิจฉาชีพลวงรักลวงหลอกให้โอนเร็วโอนไวอยู่บ่อยๆ มากขึ้นเช่นกัน

    ข้อมูลจากงานวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่า การหลอกลวงแบบโรมานซ์สแกม หรือภัยแฝงที่มาจากการพบรักในโลกออนไลน์ เช่น หลอกให้รักแล้วโอนเงินนั้นมีมูลค่าความเสียหายถึง 6 พันล้านบาท สูงเป็นอันดับ 2 รองจากการหลอกลวงเป็นผู้รับเงินทางอีเมล และช่วงมิถุนายน ปี 2561 – พฤษภาคม ปี 2562 ประเทศไทยมีผู้ร้องทุกข์จากกรณีดังกล่าวมากกว่า 300 ราย เสียหายกว่า 190 ล้านบาท โดยช่องทางยอดนิยมที่มิจฉาชีพใช้เป็นเครื่องมือล่อลวงเหยื่อ ได้แก่ โซเชียลมีเดีย และเว็บไซต์หาคู่ต่างๆ

    สำหรับขั้นตอนที่มิจฉาชีพใช้มีหลากหลาย แต่ทุกวงจรการหลอกลวงท้ายที่สุดก็นำไปสู่จุดประสงค์หลักในการหลอกเอาเงิน หรือหลอกเอาข้อมูลส่วนตัวเพื่อไปทำธุรกรรมทุจริต โดยขั้นตอน รัก ลวง หลอก (โอน) ผ่านธุรกรรมออนไลน์ที่มิจฉาชีพใช้ส่วนใหญ่มักผ่าน 3 วงจร ดังนี้

    Step 1 แปลงโฉมเพื่อสืบเสาะเข้าหา หรือล่อเหยื่อเข้ามา

    โดยมิชฉาชีพจะสร้างโปรไฟล์ปลอมบนโลกออนไลน์ บางรายใช้ภาพที่ผ่านการตัดต่อเรียบร้อยแล้ว มีโพสต์ภาพกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน ชื่อเว็บไซต์บริษัท/สถานที่ทำงาน หรือใช้รูปปลอม ข้อมูลโปรไฟล์ปลอมที่ขโมยคนอื่นมาแทนเป็นตัวเอง เพื่อสร้างภาพให้สวย หล่อ บุคลิกดี มีอาชีพมั่นคง มีฐานะร่ำรวย หลอกล่อคนที่เข้ามาเห็นให้เกิดความประทับใจแบบ First Impression

    อีกแบบคือแอบตามดูโปรไฟล์ของเหยื่อที่หมายตาในโลกโซเชียล จ้องหาโอกาสจากทุกสิ่งที่เหยื่อแสดงหรือบอกความคิด ความรู้สึกต่างๆ เพื่อเก็บข้อมูลไปแปลงโปรไฟล์ตัวเองให้ตรงใจหรือความชอบของเหยื่อ และเข้าหาโดยอาจจะแชทไปทักทำความรู้จัก อีกทั้งมองหาข้อมูลของเหยื่อที่บอกฐานะทางการเงิน และข้อมูลที่สามารถใช้ยืนยันตัวตนเพื่อเก็บไปใช้ในภายหลัง

    Step 2 ปากหวานให้ตายใจ

    เมื่อติดต่อกันแล้ว ก็จะเริ่มเข้าตำราคารมเป็นต่อรูปหล่อเป็นรอง ไม่ก็สวยหวาน ออดอ้อน หลอกล่อ โดยการหว่านล้อมในรูปแบบต่างๆ จะมาแบบเป็นชุด ทั้งส่งข้อความทักทายและใช้คำพูดที่หอมหวาน ตื๊อเช้าตื๊อเย็น เพื่อให้เหยื่อรู้สึกว่าตนเองเป็นคนสำคัญ โดยพยายามสานสัมพันธ์อย่างรวบรัด เร็วสุดตั้งแต่ 2-3 วัน ไปจนกระทั่งการอดทนนานเป็นปีๆ ค่อยออกลาย

    Step 3 ร้อยเล่ห์เพทุบาย

    เมื่อเหยื่อเริ่มติดและแสดงให้เห็นแล้วว่าตายใจก็จะเข้าสู่ขั้นตอนสร้างสถานการณ์ ให้เหยื่อเกิดความสงสาร ความเห็นใจ และสร้างความหวังว่าจะได้พบกันเพื่อร้องขอเงิน เช่น  มีปัญหาทางการเงินเร่งด่วน เช่น ค่ารักษาพยาบาลพ่อแม่ ค่าเล่าเรียน ธุรกิจถูกโกง/มีปัญหา เกิดอุบัติเหตุ ซื้อตั๋วเครื่องบิน/ทำวีซ่าเพื่อเดินทางมาพบกันเป็นต้น

    บางรายใช้วิธีหลอกล่อว่าส่งสิ่งของ/ทรัพย์สินมาให้ แต่ติดปัญหาที่กรมศุลกากร สนามบิน หรือสถานีตำรวจ ต้องจ่ายเงินค่าธรรมเนียมเพื่อรับสิ่งของ/ทรัพย์สินเหล่านั้น อาจมีผู้ร่วมขบวนการแสร้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐโทรมาแจ้งค่าธรรมเนียมต่างๆ หรือชักชวนให้ร่วมลงทุนสร้างธุรกิจเพื่อใช้ชีวิตบั้นปลายร่วมกัน

    ซึ่งมาถึงขั้นตอนนี้ หากเป็นคนแปลกหน้าที่รู้จักกันในโลกโซเชียล ไม่เคยเจอตัวจริง หลายคนอาจจะไหวตัวทัน แต่ถ้าเป็นการปลอมแปลงโดยไปเอาโปรไฟล์คนรู้จักของเหยื่อ แล้วทักมาในช่องทางอื่นๆ แบบไม่เห็นตัว และสร้างสถานการณ์ที่น่าสงสารหรือตกใจ หลายคนก็ตายใจโอนให้แบบไม่มีคำถาม

    โดยช่องทางที่มิจฉาชีพนิยมใช้ล่อเหยื่อให้โอนเงินมาก็มักเป็นธุรกรรมออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นทางโมบายแบงค์กิ้งหรืออีวอลเล็ทเพราะไม่ต้องเจอตัวกันจริงๆหรือต้องไปในที่เสี่ยงกับการถูกกล้องวงจรปิดจับภาพหรือถูกจดจำได้จากคนที่เจอ

    ซึ่งคนที่ไม่ไหวตัวในทีแรก เมื่อโดนหลายรอบและยอดเงินพุ่งสูง เหยื่ออาจเริ่มตาสว่าง มิจฉาชีพก็มักหายตัวไปหาเหยื่อใหม่ๆ ซึ่งเมื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ความยากในการติดตามคือ บางครั้งก็ไม่สามารถบอกได้ว่าเบอร์เจ้าของบัญชีที่ดูเหมือนมีตัวตนจริงๆ นั้น เป็นเหยื่อที่โดนมิจฉาชีพไปเอาข้อมูลมาสร้างโปรไฟล์ปลอมมาหรือเปล่า

    จากสถิติพบว่า ผู้หญิงมักตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชาย ที่สัดส่วน 86% ต่อ 11% และเป็นเพศทางเลือกราว 3% แต่หลากหลายกรณีที่ผู้ชายตกเป็นเหยื่อแล้วมักเปย์เสียหายหนักกว่าหลายเท่า

    สำหรับพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ อาทิ เผยตัวตนบนโลกโซเชียลเป็นประจำ, ชอบแชร์เรื่องราวส่วนตัว อารมณ์ ความรู้สึก, โพสต์รูปถี่ๆ ว่าไปไหนมาไหนมาบ้าง (3 นาที 4 สเตตัส), ขี้เหงา ขี้สงสาร อ่อนไหวง่ายกับประโยคหวานๆ คำคม รูปภาพสวยๆ และคลิปวิดีโอออดอ้อน, โลกสวย คิดบวกเข้าข้างตนเองเสมอ, เชื่อใจคนง่าย ต้อนรับทุกคนเป็นเพื่อน, เข้าแอปฯ หาคู่ ปัดซ้ายปัดขวา เป็นประจำ, กดติดตาม กดไลค์ หนุ่มหล่อ สาวสวย หุ่นดี โปรไฟล์หรู, สถานะโสด เป็นหม้าย แสดงตนเป็นสายเปย์ และอัธยาศัยดี บริหารเสน่ห์ไปเรื่อยบนโซเชียล เป็นต้น

    นอกจากนี้ TrueMoney ยังมีข้อแนะนำฮาว ทู เลิฟให้ไม่โดนหลอกโอนเพื่อรับเทศกาลแห่งความรักที่กำลังจะมาถึงดังนี้

    1. อย่าปล่อยให้อารมณ์มีอำนาจเหนือสติซึ่งภาวะทางอารมณ์ที่หลากหลายล้วนมีพลังทำลายล้างที่สูงมากต่อสติที่เราพึงมี หากใครก็ตามที่ปล่อยให้อารมณ์รักอยู่เหนือเหตุผลและความถูกต้องอาจจะนำภัยมาหาตัวเองก็เป็นไปได้ในทางกลับกันการเปิดเผยตัวตนบนโลกออนไลน์มากเกินไปเพราะต้องการให้คนมารักมาสนใจก็อาจนำพามาซึ่งความเสี่ยง

    โดย 9 ข้อมูลส่วนตัวที่นักต้มตุ๋นมักใช้ในการคัดเลือกเหยื่อรายต่อไป ได้แก่ การใช้ชื่อนามสกุลจริงแบบเต็มๆ, สถานะความสัมพันธ์โสด”, รสนิยมทางเพศ, ID ในโปรแกรมสนทนาต่างๆ, e-mail address หรือเบอร์โทรศัพท์, ที่อยู่ออนไลน์ของบริการอื่นๆ ใน social network หรือ blog, สิ่งที่เราสนใจ หรือกิจกรรมที่เราชื่นชอบ, และ รูปภาพ วิดีโอของเรา

    2. การมองโลกความเป็นจริง ไม่ใช่การมองโลกในแง่ร้าย ทำตัวเป็นเจ้าหนูจำไม และใช้ทักษะในการตรวจสอบ สืบเสาะหาข้อมูลของบุคคลที่เข้ามาขายขนมจีบ พร้อมตั้งคำถามกับตัวเองและคนที่เข้ามาคุยด้วยอย่างจริงใจ ตรงไปตรงมา เพื่อวิเคราะห์ถึงความน่าจะเป็น ซึ่งทักษะการเป็นนักสืบจะมีประโยชน์มากเพราะจะทำให้คุณสังเกตโปรไฟล์อย่างเจาะลึก เช่นว่าคนนั้นมีเพื่อนเยอะแค่ไหน ใครแท็กหรือคอมเมนต์รูปบ้าง วันเกิดมีเพื่อนมาอวยพรหรือแท็กรูปไหม การตั้งข้อสังเกตทำให้เรายั้งไว้ทัน ไม่หลงคารมอะไรของใครง่ายๆ

    ขณะเดียวกันลองเอาชื่อโปรไฟล์ไปเสิร์ชกูเกิลแล้วได้ผลลัพธ์มาดูว่าสอดคล้องกันหรือไม่หรือเซฟรูปจากโซเชียลมีเดียไปค้นหารูปในกูเกิลอาจเจอเจ้าของภาพตัวจริงที่ถูกสวมรอยได้

    ส่วนใหญ่มิจฉาชีพออนไลน์มักไม่ชอบเผชิญหน้า ถึงแม้เป็นญาติมิตรคนรู้จักติดต่อมาขอให้โอนเงินให้ ลองชวนเปิดกล้องขอ VDO Call เลยว่ากล้าไหม หรือลองบอกว่าจะส่งของไปให้ จากนั้นก็ขอที่อยู่ ถ้าอิดออดไม่ยอมให้ อ้างโน่นนี่สารพัดสิ่ง ให้มั่นใจเลยว่าปลอมชัวร์

    4. พิจารณา ไตร่ตรอง คำตอบว่า Make sense หรือไม่ หากยังมีเพียงแค่ 0.01% ที่ไม่มั่นใจอาจจะเป็นเพราะ sense คุณกำลังทำงาน ให้ลองตั้งคำถามใหม่และไตร่ตรองอีกครั้ง เพราะบางครั้งคำตอบที่ได้มาจากคนที่เราพบกันในโลกออนไลน์อาจจะไม่เหมือนที่เคยบอกเรามา หรือสร้างความประหลาดใจให้เรากับคำถามใหม่ก็เป็นได้ เช่น ตอบเป็น pattern เดิมๆ หรือตอบเหมือนหุ่นยนต์ chatbot 

    อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าแม้ผู้ให้บริการธุรกรรมออนไลน์หรืออีวอลเล็ทจะพัฒนาเทคโนโลยีความปลอดภัยแค่ไหน แต่ถ้าเจ้าของข้อมูล หรือบัญชีหละหลวมในการเฝ้าระวัง และเชื่อคนง่ายก็จะเป็นผู้เปิดกระเป๋ายื่นทรัพย์สินที่มีให้กับมิจฉาชีพเองกับมือ แต่การจะแก้ปัญหาบอกว่างั้นเลิกใช้เทคโนโลยีพวกนี้ทั้งหมดก็ดูจะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะข้อดีของเทคโนโลยีก็ยังมีมาก อีกทั้งไม่ได้แก้ที่รากของปัญหา ซึ่งก็คือพฤติกรรมและความรู้ความเข้าใจในการใช้โลกออนไลน์อย่างปลอดภัยและให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากเศรษฐกิจแบบดิจิทัลนั่น

    ทั้งนี้หากพบพิรุธหรือความผิดปกติเกี่ยวกับบัญชีของคุณ สามารถติดต่อ TrueMoney Customer Care เบอร์ 1240 หรือ Call Center ธนาคารเจ้าของบัญชีท่านได้ตลอด 24 ชม. หรืออ่านเงื่อนไขการให้บริการเพิ่มเติมที่ https://www.truemoney.com/terms-conditions/

    รับข่าวสารอัพเดตจาก BLT Bangkok

    ทุกความเคลื่อนไหวของเมือง & ทุกไลฟ์สไตล์มีเรื่องเล่า