Thursday, October 1, 2020
More

    ระบบรถไฟฟ้า รถไฟไทย และรถเมล์ ขสมก. พร้อมใจคุมเข้ม Social Distancing จัดระยะห่างระหว่างที่นั่ง

    ระบบขนส่งสาธารณะ พร้อมใจคุมเข้มมาตรการ Social Distancing ด้วยการจัดระยะห่างระหว่างผู้โดยสาร และลดการสัมผัสที่ไม่จำเป็น เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสารในการใช้บริการ

    สำหรับรถไฟฟ้า MRT นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า รฟม. และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) ผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (MRT สายสีน้ำเงิน) และสายฉลองรัชธรรม (MRT สายสีม่วง) ได้ดำเนินการมาตรการ Social Distancing การรักษาระยะห่างทางสังคม เพิ่มเติมภายในขบวนรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย


    โดยจัดที่นั่งในขบวนรถไฟฟ้าให้มีระยะห่าง 1 เมตร (ที่นั่ง 1 ที่เว้น 1 ที่) และจัดทำเส้นแบ่งระยะห่างการยืนรอ 1 เมตร นอกเหนือจากมาตรการต่างๆ ที่ได้ดำเนินการมาแล้วอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ รฟม. และ BEM ขอความร่วมมือผู้โดยสารสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่เข้าใช้บริการในระบบรถไฟฟ้า MRT เพื่อความปลอดภัยของตนเองและแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม อย่างไรก็ตาม สามารถติดตามรายละเอียดและข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ รฟม. www.mrta.co.th และ เฟซบุ๊กแฟนเพจการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ Call Center รฟม. โทร. 0 2716 4044

    ด้านรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร... จำกัด เปิดเผยว่าตามที่บริษัทได้วางมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ในการใช้บริการ เพื่อลดการสัมผัสที่ไม่จำเป็นในระบบรถไฟฟ้า โดยมีการรณรงค์ทั้งขอความร่วมมือผู้โดยสารทุกท่านเว้นระยะห่าง 2 เมตรขณะรอซื้อตั๋วโดยสาร และตรวจวัดอุณหภูมิ, ขอความร่วมมือผู้โดยสารยืนในระยะห่างที่เหมาะสมขณะใช้ลิฟต์ และบันไดเลื่อนขอความร่วมมือผู้โดยสารสวมใส่หน้ากากอนามัยก่อนเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า และแนะนำให้ผู้โดยสารเลือกใช้บัตรสมาร์ทพาสแทนการใช้เหรียญโดยสาร

    ล่าสุดเพื่อให้มาตรการดังกล่าวมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น บริษัทจึงเพิ่มมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมเพิ่มเติม โดยรณรงค์ขอความร่วมมือผู้โดยสารสร้างระยะห่างในขบวนรถไฟฟ้าอย่างน้อย 1 เมตรตลอดการเดินทางเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  โดยบริษัทได้ดำเนินการกำหนดจุดนั่ง และยืนที่เหมาะสมในขบวนรถไว้ให้แก่ผู้โดยสาร

    หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ ละยืนภายในขบวนรถเพื่อที่หมายเลข Call Center 1690 หรือsrtet.co.th , facebook.com/AirportRailLink และ Twitter : Airport Rail Link

    ขณะเดียวกัน นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า การรถไฟฯ ขอกําหนดมาตรการเพื่อความปลอดภัยของส่วนรวมในการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นระยะดังต่อไปนี้

    1. การจําหน่ายตั๋วโดยสารรถไฟ ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป การรถไฟฯ จะใช้มาตรการ Social Distancing กับขบวนรถโดยสารเชิงพาณิชย์ (ขบวนรถที่มีการสํารองที่นั่ง) โดยการจํากัดการขายตั๋วเพื่อให้มีระยะห่างที่ปลอดภัยต่อการแพร่กระจายเชื่อในขบวนรถไฟดังนี้

    รถนั่งชั้น 3 รถนั่งชั้น 3 ปรับอากาศ รถนั่งชั้น 2 และรถนั่งชั้น 2 ปรับอากาศ จะจําหน่ายตัวร้อยละ 25 ของที่นั่ง ทั้งนี้เมื่อจําหน่ายเต็มตามที่ระบุแล้ว จะไม่มีการจําหน่ายตั๋วอีก รวมทั้งตัวไม่มีที่นั่ง (ตั๋วยืน)

     

    รถนั่งและนอนชั้นที่ 2 รถนั่งและนอนชั้นที่ 2 ปรับอากาศ และรถนั่งและนอนชั้นที่ 1 ปรับอากาศ จะจําหน่ายตัวร้อยละ 50 ของที่นั่งทั้งหมดเมื่อจําหน่ายเต็มตามที่ระบุแล้วจะไม่มีการจําหน่ายตั๋วอีก

    โดยทั้งหมดเมื่อจําหน่ายตั๋วเต็มตามประเภทรถที่ระบุแล้วไม่พ่วงรถเพิ่มอีก เนื่องจากต้องนํารถไปใช้ตามมาตรการ Social Distancing กับขบวนรถอื่นที่มีความจําเป็นจึงขอให้ผู้โดยสารที่ไม่ได้สํารองที่ล่วงหน้างดการเดินทาง

    สําหรับขบวนรถบริการเชิงสังคม (ระหว่างเมือง) ขบวนรถชานเมือง ขอให้ผู้โดยสารดําเนินการตามมาตรการ Social Distancing โดยรักษาระยะห่างระหว่างบุคคลไม่น้อยกว่า 1 – 2 เมตร ตามข้อกําหนดฉบับที่ 1 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563 ซึ่งออกตามพระราชกําหนดการบริหารราชการใน สถานการณ์ฉุกเฉิน พ.. 2548

     

     

    ทั้งนี้พนักงานประจําขบวนรถจะเป็นผู้พิจารณากําหนดที่นั่งให้ผู้ใช้บริการตามความเหมาะสมต่อไป

    2. การซื้อตั๋วโดยสารที่สถานีรถไฟ และการโดยสารบนขบวนรถไฟ ผู้ใช้บริการซื้อตั๋วโดยสารที่สถานีรถไฟทุกแห่งจะต้องปฏิบัติ ดังนี้

    2.1 ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้งเมื่อเข้าใช้บริการซื้อตั๋วโดยสารที่สถานีรถไฟและขณะโดยสารบนขบวนรถ

    2.2 กรอกคําร้องประกอบการซื้อตั๋วโดยสาร ซึ่งต้องระบุ ชื่อสกุล เลขที่บัตรประจําตัวประชาชน 13 หลักสัญชาติเลขหมายโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้พร้อมเหตุผลในการเดินทางและระบุที่พักปลายทาง

    2.3 ผู้ใช้บริการจะต้องยืนหรือนั่งตามจุดที่เจ้าหน้าที่การรถไฟฯกําหนดไว้อย่างเคร่งครัด

    2.4 เจ้าหน้าที่การรถไฟฯ จะดําเนินการคัดกรองการตรวจวัดอุณหภูมิก่อนใช้บริการที่สถานีรถไฟทุกครั้ง หากพบอุณหภูมิสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียสขอให้ผู้โดยสารหลีกเลี่ยงการเดินทางหากจําเป็นต้องเดินทางขอให้มีใบรับรองแพทย์แสดงและกรอกแบบประเมินและรับรองตนเองเพื่อคัดกรองและยืนยันตนก่อนการเดินทาง

    2.5 ในกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ เช่น ผู้ใช้บริการที่มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป กลุ่มคนที่มีโรคประจําตัว และกลุ่มเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปีลงมา ควรงดการเดินทาง เว้นแต่บุคคลกลุ่มดังกล่าวมีความจําเป็นตามข้อกําหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการใน สถานการณ์ฉุกเฉิน พ.. 2548 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563

    กรณีเมื่อรัฐบาลโดยศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด – 19 ประกาศห้ามการเดินทางของประชาชน การรถไฟฯ จะงดให้บริการขบวนรถโดยสารทุกขบวนทั้งหมดในทันที ทั้งนี้หากผู้โดยสารที่ซื้อตัวสํารองที่นั่งแล้วไม่ประสงค์เดินทาง สามารถนำตั๋วโดยสารมาขอคืนเงินได้ที่สถานีรถไฟทุกแห่ง ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

    ทางด้าน องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการตามประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง มาตรการปฏิบัติเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำหรับผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารและรถยนต์สาธารณะ สถานีขนส่งผู้โดยสาร และผู้โดยสาร โดยได้ดำเนินการครบตามมาตรการป้องกันโรคแล้วทุกข้อ และปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่มีการเริ่มระบาดของโรค ดังนี้

    1.ก่อนนำรถออกให้บริการ รถโดยสารทุกคันจะทำการฉีดพ่นฆ่าเชื้อภายในรถ และเช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ บริเวณที่ประชาชนต้องจุดสัมผัส (กริ่งสัญญาณ, ราวจับ, เบาะโดยสาร และที่พักผู้โดยสาร)

    2.ให้บริษัทเหมาซ่อมดำเนินการล้างระบบปรับอากาศเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

    3.ติดตั้งจุดให้บริการแอลกอฮอล์เจลฆ่าเชื้อ เพื่อให้ประชาชนใช้ทำความสะอาดมือขณะโดยสารรถ

    สำหรับพนักงานประจำรถ ขสมก. ได้มอบหน้ากากอนามัย และถุงมือ ให้พนักงานได้สวมใส่เพื่อลดความเสี่ยงในการรับเชื้อระหว่างปฏิบัติงานบนรถโดยสาร

    นอกจากนี้ ขสมก. ได้ดำเนินการตามนโยบายการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) โดยขอความร่วมมือผู้ใช้บริการไม่นั่งในที่นั่งที่ติดสติ๊กเกอร์งดนั่งชิด โควิด ป้องกันได้ซึ่งกำหนดให้ที่นั่งเดี่ยวสามารถนั่งได้ตามปกติ สำหรับที่นั่งคู่ ให้ผู้ใช้บริการนั่งชิดกระจกเพียง 1 ที่นั่ง และกำหนดจุดยืนบนพื้นรถโดยสาร เว้นระยะห่าง 1 เมตร

    ทั้งนี้หากครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ พนักงานเก็บค่าโดยสารจะแจ้งให้ผู้โดยสารรอใช้บริการรถโดยสารคันถัดไป รวมทั้งสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งขณะโดยสารรถสาธารณะ เพื่อป้องกันตนเอง และผู้ร่วมเดินทาง โดยขอความร่วมมือผู้ใช้บริการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ซึ่ง ขสมก. ยังคงยืนหยัดยึดมั่นในการบริการประชาชนอย่างทั่วถึง และปลอดภัย