Monday, June 1, 2020
More

    นักท่องเที่ยวทั่วโลกชะงักเดินทาง จากวิกฤต COVID-19 ไทยอาจสูญรายได้ 2.5 แสนล้านบาท

    ภายใต้สถานการณ์ที่ยังคงมีความไม่แน่นอน ซึ่งมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 อาจส่งผลต่อการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกในปี 2020 เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวต้องอาศัยการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คน จึงทำให้ผลกระทบที่กลุ่มธุรกิจการท่องเท่ียวได้รับต่างจากกลุ่มธุรกิจอื่นๆ

    “นักท่องเที่ยวทั่วโลกลดลงประมาณ 20 – 30% สูญรายได้ราว 3 – 4.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ”


    องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ The World Tourism Organization (UNWTO) ได้เปิดเผยรายงานการประเมินผลกระทบด้านการท่องเท่ียวระหว่างประเทศ พบว่า ผลกระทบจากเชื้อไวรัส COVID-19 ได้ส่งผลให้เกิดข้อจำกัดด้านการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดย UNWTO คาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วโลกจะลดลงประมาณ 20 – 30% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2019 โดยจำนวนดังกล่าวมาจากข้อมูลพื้นฐานที่ทั่วโลกต้องเผชิญกับความท้าทายทางสังคม และเศรษฐกิจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

    ซึ่งอาจส่งผลให้รายรับด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศลดลง 3 – 4.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และอาจหมายความได้ว่า การท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่เติบโดขึ้นระหว่าง 5 – 7 ปีที่ผ่านมาจะต้องสูญเสียให้กับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ขณะที่การระบาดของโรคซาร์สในปี 2003 นำไปสู่การลดลงเพียง 0.4%

    “ตำแหน่งงานนับล้านในภาคการท่องเที่ยวทั่วโลกเสี่ยงต่อการว่างงาน”

    นายซูรับ โปโลลิคาซวิลลี่ เลขาธิการองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยวเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักที่สุดจากผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น โดยประมาณ 80% ของธุรกิจการท่องเที่ยวทั้งหมดเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งความสำคัญของกลุ่มธุรกิจเหล่านี้คือการให้โอกาสเข้าถึงการทำงานคนในชุมชน

    แม้ว่าขณะนี้จะยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบการท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ จากสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 แต่ก็ชัดเจนแล้วว่าตำแหน่งงานนับล้านในภาคธุรกิจท่องเที่ยวมีความเสี่ยงต่อการสูญหาย

    “ไทยอาจสูญเสียรายได้ด้านท่องเที่ยว 2.5 แสนล้านบาท”

    ด้านดร.เสาวณี จันทะพงษ์ ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค และนายทศพล ต้องหุ้ย ฝ่ายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยรายงานของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ซึ่งประเมินไว้ว่ากรณีที่มีการแพร่ระบาดอยู่ในวงจำกัด รายรับการท่องเที่ยวโลกจะลดลง 63,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

    โดยเอเชียจะได้รับผลกระทบสูงสุด รองลงมาคือ ยุโรป ญี่ปุ่น อิตาลี และเยอรมนี ซึ่งล้วนเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของนักท่องเที่ยวจีน ขณะที่สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประเมินว่า จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทยไม่ต่ำกว่า 6 เดือน และสูญเสียรายได้กว่า 2.5 แสนล้านบาท

    ซึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผลกระทบครั้งนี้คาดว่าจะมากกว่าในกรณีของการระบาด 3 ครั้งใหญ่ ได้แก่ โรคซาร์ส ไข้หวัดใหญ่ 2009 และโรคเมอร์ส เนื่องจากเศรษฐกิจจีนมีขนาดใหญ่กว่าเดิม รวมทั้งมีความเชื่อมโยงทั้งการค้า การลงทุน การขนส่งกับโลกมากขึ้น ซึ่งในปี 2561 เศรษฐกิจจีนมีขนาด 16% ของเศรษฐกิจโลก ใหญ่กว่าช่วงการระบาดของซาร์ส 4 เท่า และมีขนาดคิดเป็น 13% ของมูลค่าการส่งออกโลก 39% ของการผลิตอุตสาหกรรมโลก และคิดเป็น 18% ของมูลค่าการท่องเที่ยวโลก รวมทั้งปัจจุบันที่มีระดับโลกาภิวัตน์ขั้นสูงที่ประชากรของโลกถูกหลอมรวมกันทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสังคมวัฒนธรรมมากขึ้นกว่าในอดีต

    “ชาวจีนเที่ยวไทยลดลงกว่า 84% สูญรายได้กว่า 4.8 หมื่นล้านบาท”

    จากการเปิดเผยสถานการณ์การท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติในประเทศไทย โดยกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ทั้งสิ้น 2,061,990 คน ลดลงจากปีก่อน 42.78% เกิดรายได้ 103,713.94 ล้านบาท ลดลง 43.90%

    ซึ่งจากการที่ประเทศจีนได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 อย่างหนัก รวมทั้งการปิดเมืองในจีน ส่งผลให้ในเดือน ก.พ. 2563 จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาเยือนในประเทศไทย ลดลงถึง 84.92% ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนลดลงถึง 89.38% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 โดยอยู่ที่ 5,718.40 ล้านบาท จากเดิมที่เคยได้รับในเดือน ก.พ.2562 ที่  53,868.04 ล้านบาท