Wednesday, October 21, 2020
More

    กรมควบคุมโรคเผยวิธีใช้ชีวิตช่วงสงกรานต์รับมาตราการ Social Distancing

    กรมควบคุมโรคเผยวิธีปฎิบัติกิจกรรมต่างๆ ในช่วงสงกรานต์ให้รับกับมาตรการ Social Distancing หลังรัฐฯ ได้ออกประกาศให้วันสงกรานต์ประจำปี 2563 ไม่เป็นวันหยุดเป็นที่เรียบร้อย โดยจะมีการทบวันหยุดให้เป็นช่วงเวลาอื่นในภายหลัง จนเป็นที่มาของการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ต่างๆ ในช่วงสงกรานต์ปีนี้ ให้เข้ากับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส และกฎบังคับต่างๆ ที่ทางการออกมาเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดตอนนี้

    ปรับไลฟ์สไตล์การทำกิจกรรมสงกรานต์อย่างไรให้ปลอดภัยจากไวรัส

    แม้จะมีการงดเว้นการจัดกิจกรรมสงกรานต์ทั่วประเทศ แต่ปฎิเสธไม่ได้ว่าเทศกาลนี้ถือเป็นวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความสุขของคนไทยทุกคนที่จะมีมาแค่ปีละครั้งเท่านั้น ทำให้หลายๆ ประเพณีก็ยังคงควรค่าต่อการสืบต่อ และจัดไว้ อย่างน้อยๆ ก็เพื่อสร้างความสุขเล็กๆ ในช่วงที่บ้านเมืองเต็มไปด้วยวิกฤตจนชวนให้หดหู่เช่นนี้ โดยทางกรมควบคุมโรคก็ได้มีการแนะนำวิธีการต่างๆ ให้คนไทยได้นำไปปรับใช้เพื่อสร้างปลอดภัย และรับกับมาตรการ Social Distancing ที่ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมสงกรานต์บางอย่างที่ยังคงพออนุโลมให้เกิดขึ้นได้บ้างเล็กน้อย อาทิเช่น


    • ใช้การวิดีโอคอลไปหาญาติผู้ใหญ่ที่เคารพแทนการไปเจอตัวจริงๆ หรือหากอยู่บ้านเดียวกันก็ควรเว้นระยะห่าง 1-2 เมตรในการกราบขอพร
    • สรงน้ำพระพุทธรูปที่บ้านแทนการออกไปทำกิจกรรมตามวัดซึ่งจะเป็นการรวมตัวกันของคนหมู่มาก และเสี่ยงต่อการติดเชื้อเป็นวงกว้าง
    • ทำบุญผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ แทน
    • ใช้ช้อนส้อม และแยกจานของตัวเองเวลารับประทานอาหารร่วมกับคนที่บ้าน

    เซฟชีวิตผู้สูงอายุช่วงสงกรานต์

    ผู้สูงอายุถือเป็นช่วงวัยที่เสี่ยงต่อการได้รับผลร้ายแรงจากการติดเชื้อไวรัสมากที่สุด ทำให้กิจกรรมหนึ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะต้องได้รับการยกเว้นหรือมีการระมัดระวังอย่างสูง คือการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เพราะเป็นปัจจัยที่อาจทำให้ผู้ใหญ่ที่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรในบ้านเราได้รับความเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากที่สุด โดยข้อมูลจาก China CDC (จากการสำรวจผู้ติดเชื้อในประเทศจีนช่วงเดือนม.. – .. 63) เผยว่ายิ่งผู้ติดเชื้อมีอายุมากเท่าไหร่ ความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก็มีมากขึ้นเท่านั้น โดยแบ่งความร้ายแรงตามช่วงอายุดังนี้ อายุ 0-49 ปี มีอัตราเสียชีวิตอยู่ที่ 1%, อายุ 50-59 ปี มีอัตราเสียชีวิตอยู่ที่ 1.3%, อายุ 60-69 ปี มีอัตราเสียชีวิตอยู่ที่ 3.6%, อายุ 70-79 ปี มีอัตราเสียชีวิตอยู่ที่ 8%, อายุ 80-89 ปี มีอัตราเสียชีวิตอยู่ที่ 14.8%

    อีกทั้งนายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ยังได้แนะนำประชาชนว่าตอนนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในประเทศไทยยังคงมีจำนวนผู้ป่วย และผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางรัฐบาล และกระทรวงสาธารณสุขได้ขอให้ประชาชนอยู่บ้านเพื่อลดการติดเชื้อโควิด-19 ไม่นำเชื้อจากนอกบ้านมาเผยแพร่สู่คนในครอบครัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เพราะหากคนกลุ่มนี้ได้รับเชื้อจะมีอาการรุนแรงกว่ากลุ่มอื่น และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ทั้งการเก็บตัวอยู่บ้านในช่วงนี้ ยังเป็นการช่วยลดอุบัติเหตุ, ลดภาระการดูแลรักษาให้โรงพยาบาล และยังแสดงถึงการรับผิดชอบต่อสังคมอีกด้วย