Monday, November 30, 2020
More

    คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชฯ เผย ควรรอ 14 วัน ค่อยลดความเข้มงวดในการคุมโควิด-19

    ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้จัดไลฟ์วิเคราะห์สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา โดยไฮไลท์น่าสนใจก็มีตั้งแต่การแนะนำให้รอดูสถานการณ์ต่อไป 14 วัน ก่อนจะผ่อนผันความเข้มงวดของมาตรการควบคุมโควิด-19, การเผยแพร่กราฟข้อมูลผู้ติดเชื้อนับจากวันที่มีผู้ติดเชื้อ 100 รายของประเทศแถบอาเซียน เป็นต้น

    14 วันเฝ้าระวัง COVID-19

    สาระสำคัญอย่างหนึ่งที่ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา ได้เผยในไลฟ์วิเคราะห์สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 นั้น บอกว่าประเทศไทยวางยุทธศาสตร์รับมือ 2 ด้านสำคัญ ได้แก่ยุทธศาสตร์ต้นน้ำ ซึ่งเป็นการลดจำนวนผู้ป่วยใหม่ให้ได้ และยุทธศาสตร์ปลายน้ำ ซึ่งเป็นการทำให้มีจำนวนผู้เสียชีวิตต่ำ และมีอัตราการกลับบ้านสูง โดยแม้มาตรการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้งจิตสำนึกร่วมกันของคนไทยจะช่วยให้มีผู้ป่วยในสังคมลดลง แต่ก็เป็นเพียงระดับหนึ่งเท่านั้น การจะสร้างประสิทธิภาพในการลดผู้ติดเชื้อไวรัสสะสมก็ยังคงต้องใช้มาตรการควบคุม และจิตสำนึกควบคู่กันไป โดยทางคณะแพทย์ยังได้แนะนำว่าหากจะต้องมีการปรับแนวทางดำเนินการของมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ควรพิจารณาอัตราการพบผู้ป่วยใหม่, อัตราการเสียชีวิต, อัตราการกลับบ้าน ในช่วง 14 วันหลังจากนี้ ก่อนที่จะปรับเปลี่ยนมาตรการ รวมทั้งพิจารณาจุดสมดุลของการดูแลสุขภาพ หรือการควบคุมเชื้อ, ระบบเศรษฐกิจ, และสภาพสังคมควบคู่กันไปด้วย เพราะอาจเกิดการซ้ำรอยแบบหลายประเทศที่ลดมาตรการเร็วเกินไป จนเกิดจำนวนผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะมาตรการปล่อยให้คนเข้าประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องระวัง เป็นต้น


    อินโดนีเซียครองแชมป์ผู้ติดเชื้อ COVID-19 เสียชีวิตสะสมสูงสุดในอาเซียน

    จากการเก็บข้อมูลจนถึงวันที่ 14 เมษายน 2563 พบว่า 5 ประเทศอาเซียนที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสเสียชีวิตสะสมเพิ่มขึ้นมากที่สุดมีดังนี้
    1. อินโดนีเซีย ร้อยละ 9.49
    2. ฟิลิปปินส์ ร้อยละ 6.41
    3. มาเลเซีย ร้อยละ 1.61
    4. ไทย ร้อยละ 1.57
    5. สิงคโปร์ ร้อยละ 0.31

    อีกทั้งทางศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา ยังไว้กล่าวว่าเวียดนามมีตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อที่น่าสนใจ เพราะอยู่ในระดับหลักร้อยเท่านั้น ทั้งยังใช้เวลานานกว่าที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะขยับจาก 100 เป็น 200 คน เนื่องมาจากการที่ประเทศมีมาตรการตั้งรับได้เร็ว และเข้มข้น

    ทั้งนี้ยังได้กล่าวว่าอัตราการทำให้จำนวนผู้ป่วยใหม่เพิ่มน้อยกว่าจำนวนผู้ป่วยที่ได้กลับบ้านนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหมายความว่าจะเป็นการเพิ่มพื้นที่ว่างให้โรงพยาบาลมากขึ้น และบุคลากรด้านการแพทย์จะดูแลผู้ป่วยได้ดีขึ้น

    แต่ในทางกลับกัน ถ้าจำนวนผู้ป่วยใหม่เพิ่มเร็วกว่าจำนวนผู้ป่วยกลับบ้าน และสะสมจนเกินศักยภาพของโรงพยาบาล ก็จะสัมพันธ์กับจำนวนการเสียชีวิตของผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น

    การลดความเข้มงวดมาตรการควบคุมอาจต้องรอหลัง 30 เม.ย. 63

    แม้จะเริ่มมีกระแสให้เกิดการผ่อนปรนมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดเพื่อลดความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจที่ประชาชนต้องเจอมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็อาจจะต้องรอหลังวันที่ 30 เมษายน 2563 เพราะทางปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) ได้ออกหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 14 เมษายน 2563 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ขอให้ยังคงดำเนินมาตรการตามประกาศคำสั่งที่ได้กำหนดไว้แล้วต่อเนื่องจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 โดยยึดแนวทางปฎิบัติตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรที่ประกาศออกมาเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา และข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 โดยเคร่งครัด