กรมสุขภาพจิตเปิดผลสำรวจการดูแลสุขอนามัยส่วนตัว พบคนไทยสวมหน้ากาก 96.8%

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต ได้เปิดผลสำรวจพฤติกรรมทางสุขอนามัย และ Social Distancing ของประชาชน ในศูนย์แถลงข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พบว่าประชาชนตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์มีแนวโน้มดูแลรักษาสุขภาพตัวเอง และให้ความร่วมมือในการป้องกันตัวเองดีขึ้นอย่างมาก แต่ทั้งนี้ก็ยังพบว่ากลุ่มผู้สำรวจมีแนวโน้มเครียดขึ้นมากด้วยเช่นกันจากวิฤตการแพร่ระบาดของไวรัสที่เกิดขึ้นในบ้านเรา

ผลสำรวจชี้ชัดคนไทยดูแลตัวเองจากไวรัสมากขึ้น

ศูนย์แถลงข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่นำโดยนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต ได้เผยงานสำรวจเกี่ยวกับพฤติกรรมการดูแลสุขอนามัยส่วนตัว และ Social Distancing ของประชาชน และบุคลากรทางการแพทย์ พบว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ทำให้ทุกคนมีการดูแลป้องกันตัวเองกันมากขึ้น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยภาวะเครียดซึ่งมากขึ้นเช่นกัน


โดยสามารถแบ่งเป็นการสำรวจด้านต่าง ๆ ดังนี้

Social Distancing (การเว้นระยะห่างทางสังคม)

  • บุคลกรทางการแพทย์ให้ความร่วมมือ 87.1%
  • ประชาชนให้ความร่วมมือ 82.4%

การหมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่

  • บุคลากรทางการแพทย์ให้ความร่วมมือ 97.4%
  • ประชาชนให้ความร่วมมือ 96.8%

การสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเมื่อออกนอกบ้าน

  • บุคลากรทางการแพทย์ให้ความร่วมมือ 97.4%
  • ประชาชนให้ความร่วมมือ 96.8%

การไม่ปกปิดข้อมูลข่าวสารเมื่อเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาล

  • บุคลากรทางการแพทย์ 96.0%
  • ประชาชนให้ความร่วมมือ 92.0%

วิกฤตไวรัสทำคนไทยเครียดเพิ่มขึ้น 37.2%

ผลกระทบมากมายที่เกิดขึ้นจากวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ, การใช้ชีวิต, สุขภาพ ฯลฯ ที่ดูเหมือนว่าจะไม่คลี่คลายในเร็ววันนี้ ทำให้ประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์มีความเครียดเพิ่มขึ้นอย่างสูง โดยจากผลสำรวจของกรมสุขภาพจิตพบว่าบุคลากรทางการแพทย์มีความเครียดเพิ่มขึ้น 34.8%, ส่วนประชาชนทีความเครียดเพิ่มขึ้น 37.2% ซึ่งแน่นอนว่าหากวิกฤตครั้งนี้ยังคงไม่บรรเทาลงโดยเร็ว ก็อาจทำให้คนไทยมีแนวโน้มเครียดมากขึ้นก็เป็นได้ ซึ่งการให้ความร่วมมือในการดูแลรับผิดชอบตัวเอง และสังคมนับเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้สังคมเราผ่านพ้นช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสนี้ไปได้โดยเร็วที่สุด