Thursday, November 26, 2020
More

    เปิดรายชื่อ 20 มหาเศรษฐีร่ำรวยที่สุดในประเทศไทย อาจได้รับจดหมายจากนายกฯ

    หลังจากที่นายกรัฐมนตรีประกาศว่า เตรียมส่งจดหมายเปิดผนึกถึง 20 มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศไทย เพื่อหาแนวทางร่วมฝ่าวิกฤติโควิด-19 BLT Bangkok จึงรวบรวม 20 อันดับอภิมหาเศรษฐีไทย ประจำปี 2563 ที่จัดทำโดย forbes thailand มาให้ทราบกัน ประกอบด้วย

     


    อันดับ 1 พี่น้องเจียรวนนท์ มูลค่าทรัพย์สิน 2.73 หมื่นล้านเหรียญ / 8.92 แสนล้านบาท

    อันดับ 2 เฉลิม อยู่วิทยา มูลค่าทรัพย์สิน 2.02 หมื่นล้านเหรียญ / 6.6 แสนล้านบาท

    อันดับ 3 เจริญ สิริวัฒนภักดี มูลค่าทรัพย์สิน 1.05 หมื่นล้านเหรียญ / 3.43 แสนล้านบาท

    อันดับ 4 ตระกูลจิราธิวัฒน์ มูลค่าทรัพย์สิน 9.5 พันล้านเหรียญ / 3.1 แสนล้านบาท

    อันดับ 5 สารัชถ์ รัตนาวะดี มูลค่าทรัพย์สิน 6.8 พันล้านเหรียญ / 2.22 แสนล้านบาท

    อันดับ 6 อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา มูลค่าทรัพย์สิน 3.8 พันล้านเหรียญ / 1.24 แสนล้านบาท

    อันดับ 7 ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ มูลค่าทรัพย์สิน 3.1 พันล้านเหรียญ / 1.01 แสนล้านบาท

    อันดับ 8 ตระกูลโอสถานุเคราะห์ มูลค่าทรัพย์สิน 3 พันล้านเหรียญ / 9.8 หมื่นล้านบาท

    อันดับ 9 วานิช ไชยวรรณ มูลค่าทรัพย์สิน 2.8 พันล้านเหรียญ / 9.15 หมื่นล้านบาท

    อันดับ 10 ชูชาติ เพ็ชรอำไพ และ ดาวนภา เพชรอำไพ มูลค่าทรัพย์สิน 2.65 พันล้านเหรียญ / 8.66 หมื่นล้านบาท

    อันดับ 11 นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ มูลค่าทรัพย์สิน 2.6 พันล้านเหรียญ / 8.49 หมื่นล้านบาท

    อันดับ 12 Harald Link มูลค่าทรัพย์สิน 2.3 พันล้านเหรียญ / 7.51 หมื่นล้านบาท

    อันดับ 13 กฤตย์ รัตนรักษ์ มูคค่าทรัพย์สิน 2.25 พันล้านเหรียญ / 7.35 หมื่นล้านบาท

    อันดับ 14 คีรี กาญจนพาสน์ มูลค่าทรัพย์สิน 1.9 พันล้านเหรียญ / 6.20 หมื่นล้านบาท

    อันดับ 15 สันติ ภิรมย์ภักดี มูลค่าทรัพย์สิน 1.86 พันล้านเหรียญ / 6.07 หมื่นล้านบาท

    อันดับ 16 ทักษิณ ชินวัตร มูลค่าทรัพย์สิน 1.85 พันล้านเหรียญ / 6.04 หมื่นล้านบาท

    อันดับ 17 วิชัย ทองแตง มูลค่าทรัพย์สิน1.8 พันล้านเหรียญ / 5.88 หมื่นล้านบาท

    อันดับ 18 สมโภชน์ อาหุนัย มูลค่าทรัพย์สิน 1.75 พันล้านเหรียญ / 5.72 หมื่นล้านบาท

    อันดับ 19 ฤทธิ์ ธีระโกเมน มูลค่าทรัพย์สิน 1.65 พันล้านเหรียญ / 5.39 หมื่นล้านบาท

    อันดับ 20 ศุภลักษณ์ อัมพุช มูลค่าทรัพย์สิน1.6 พันล้านเหรียญ / 5.23 หมื่นล้านบาท

    อย่างไรก็ตามสำหรับการแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในวันนี้ มีใจความว่า ในช่วงวิกฤตนี้ มีแค่พวกเรากันเองในครอบครัวไทยเท่านั้นที่จะพึ่งพากันได้ ช่วยกันบรรเทาความทุกข์ร้อน และความยากลำบากที่ทุกคนต้องเผชิญ

    ประเทศไทยของเรากำลังอยู่ในภาวะการณ์ที่ตึงเครียดที่สุด ก่อให้เกิดความเสียหายมากมาย

    ปัจจุบัน ประเทศไทยของเรากำลังอยู่ในภาวะการณ์ที่ตึงเครียดที่สุด กำลังทำลายชีวิต และการดำรงชีวิตของคนไทยจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เมื่อถ้ามองไปทั่วโลก เราก็เห็นได้ว่าวิกฤตโควิด ได้ก่อให้เกิดความเสียหายมากมาย โดยไม่สนใจว่าเป็นประเทศร่ำรวย ประเทศยากจน หรือประเทศมหาอำนาจ

    ซึ่งหลายประเทศ ทั้งในภูมิภาคตะวันตก ยุโรป และอื่นๆ รวมถึงประเทศที่มีการพัฒนาสูงสุด ก็มีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก และมีจำนวนผู้เสียชีวิตเป็นหลักหมื่น โดยผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิต อาจพุ่งสูงไปถึงหลักแสนต่อไปในอนาคต ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นนี้ ไม่เพียงเกิดกับชีวิตของผู้คนเท่านั้น แต่ยังเสียหายไปถึงการทำงาน การค้าขาย และการทำมาหากิน ที่เกือบจะหยุดชะงักทั้งหมด นี่จึงเป็นภาวะวิกฤตครั้งใหญ่ ที่ทุกรัฐบาลจำเป็นต้องดึงศักยภาพที่ดีที่สุดออกมาให้ได้ 

    รัฐบาลไทยกำลังมุ่งแก้ปัญหาด้านสุขภาพ และการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน

    โดยขณะนี้ รัฐบาลไทยมีงานที่กำลังมุ่งเน้นเป็นสำคัญ 2 กลุ่มงานหลัก

    กลุ่มงานแรก คือ งานที่เกี่ยวกับสุขภาพ หมายถึง สิ่งที่เราต้องทำเพื่อลดการแพร่กระจายของโรคโควิด-19 และเพื่อเพิ่มความสามารถในการรักษาผู้ติดเชื้อ

    กลุ่มงานที่ 2 คือ งานเกี่ยวกับการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ให้มีเงินเพียงพอต่อการดำรงชีวิต ผ่านมาตรการและความช่วยเหลือต่างๆ ซึ่งผมได้มอบหมายให้ กระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานหลักในการคิดและปฏิบัติมาตรการต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ

    หน้าที่ของผม คือ การบัญชาการ และควบคุมการทำงานทั้งหมดของรัฐบาลแทนพี่น้องประชาชน เป็นผู้นำให้ทุกกระทรวง ทุกหน่วยงานทำหน้าที่อย่างถูกต้องเหมาะสม และมีประสิทธิภาพ ผมทราบดีถึงความกังวลของพี่น้องประชาชน เกี่ยวกับมาตรการเยียวยา 5,000 บาท และมาตรการอื่นๆ ของกระทรวงการคลัง ผมไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงเรียกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้เกี่ยวข้องเข้ามาพบเพื่ออธิบายที่มาที่ไป และเหตุการณ์ทั้งหมดให้ทราบว่าปัญหาเกิดจากอะไร และจะแก้ไขอย่างไร นอกจากเงิน 5,000 บาทแล้ว ช่วยไปติดตามงานของหลายกระทรวงมีมาตรการช่วยเหลือออกมาเกือบทุกกระทรวงทุกกระทรวงช่วยเหลือเต็มที่โดยภาครัฐจะเข้าไปดูแลกลุ่มเป้าหมาย

    วิกฤตโควิดใหญ่ และซับซ้อนมาก จึงต้องต่อสู้ไปด้วยกันแบบเป็นหนึ่งเดียวทั้งประเทศ เราทุกคนจะต้องเป็นทีมประเทศไทย

    นอกเหนือจาก 2 งานหลักที่ผมเพิ่งกล่าวไปแล้ว ผมขอพูดถึงอีกหนึ่งหน้าที่ ที่ผมถือว่าสำคัญที่สุด และเป็นหน้าที่ที่คนไทยทุกคนจะต้องมีบทบาทร่วมกันกับผม ซึ่งจะสร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้นได้มากกว่าที่ผ่านมาหลายเท่า เป็นหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับวิธีการทำงานของเรา ถ้าเราต้องการจะเอาชนะสงครามกับไวรัสโควิด-19 ให้ได้

    ซึ่งหน้าที่นี้ต้องเริ่มจากการยอมรับความจริง เราต้องยอมรับจุดแข็ง จุดอ่อน และข้อจำกัดของตัวเอง เราต้องยอมรับว่าปัญหาความเสียหายที่เกิดจากไวรัสโควิด-19 จะแก้ไขได้ด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกับภาคส่วนต่างๆ และต้องยอมรับว่า รัฐบาลเพียงฝ่ายเดียวคงไม่สามารถหาคำตอบให้กับทุกปัญหาได้คนกลุ่มอื่น และภาคส่วนอื่นๆ ก็อาจจะมีคำตอบที่ดี และมีความคิดที่ดี ได้ด้วยเช่นเดียวกัน

    วิกฤตโควิดครั้งนี้ ใหญ่และซับซ้อนมาก หน้าที่ของเราจึงต้องต่อสู้ไปด้วยกัน/แบบเป็นหนึ่งเดียวทั้งประเทศ เราทุกคนจะต้องเป็นทีมประเทศไทยด้วยกัน เราจะต้องหาความร่วมมือดึงทุกภาคส่วนของสังคม รวมถึงกลุ่มธุรกิจ ทุกกลุ่ม ทุกคน ที่มีความรู้ความสามารถ และพร้อมที่จะช่วยเหลือประเทศ เราต้องการคนเก่ง ที่มีอยู่มากมายในประเทศของเราให้มาร่วมมือกัน

    นี่คือทีมประเทศไทย ไม่ว่าจะมาจากภาครัฐ มหาวิทยาลัย ศูนย์วิจัยต่างๆ ภาคเอกชน กลุ่มมหาเศรษฐี หรือพี่น้องประชาชน ที่ยอมเสียสละตัวเอง เข้ามาร่วมกันต่อสู้เหมือนกับที่ทำอยู่ทุกวันนี้ ร่วมกับกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ สาธารณสุข และอาสาสมัครมากมาย ได้เสียสละตัวเองอย่างกล้าหาญ เผชิญความเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอยู่ทุกวัน เพื่อช่วยรักษาชีวิตของผู้อื่น

    เตรียมออกจดหมายเปิดผนึกถึงมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศไทย 20 ท่าน

    ผมทราบว่า หลายภาคส่วนในทีมประเทศไทย ได้เริ่มลงมือทำอะไรที่สำคัญ และมีประโยชน์ไปแล้วหลายอย่าง แต่วันนี้ผมต้องการเพิ่มความร่วมมือกับท่านทั้งหลายให้มากยิ่งขึ้น โดยเริ่มที่ภาคเอกชนก่อน

    สิ่งที่ผมจะทำในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า ประการแรก คือ ผมจะออกจดหมายเปิดผนึก ถึงมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศไทย 20 ท่าน ขอให้ท่านเหล่านั้นได้บอกผมว่าในฐานะที่ท่านเป็นผู้อาวุโสของสังคม ท่านจะร่วมมือกันกับเราอย่างไร และท่านจะลงมือช่วยเหลือประเทศไทยของเราให้มากขึ้นได้อย่างไรบ้าง

    ซึ่งมหาเศรษฐีของประเทศไทยทั้งหลาย ล้วนมีอิทธิพลอย่างมากต่อเศรษฐกิจของประเทศ และถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ผมขอให้ท่านได้มีบทบาทสำคัญในการร่วมกันช่วยเหลือประเทศ และร่วมเป็นทีมประเทศไทยด้วยกันกับเรา

    ผมเข้าใจ และซาบซึ้งที่หลายท่านได้ลงมือทำไปแล้วหลายเรื่อง แต่ผมต้องการให้ทุกท่าน ทำเพิ่มเติมมากกว่าที่ท่านได้ทำไป ผมรู้ว่าทุกท่านต่างก็เต็มใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ประเทศต้องการความช่วยเหลืออย่างมากที่สุด เพราะผมรู้ว่าความเดือดร้อนของคนไทยก็คือความเจ็บปวดของท่านด้วย ผมขอให้ทุกท่าน ได้แบ่งปันความสามารถ และความฉลาดหลักแหลม รวมทั้งมุมมองอันมีวิสัยทัศน์ของพวกท่านพร้อมกับใช้องค์กรที่มีศักยภาพสูงของท่าน มาช่วยกันจัดการกับวิกฤตที่เรากำลังเผชิญอยู่ในวันนี้

    เตรียมเปิดให้เอกชนแสดงความคิดเห็น ว่ามีจุดไหนบ้างที่รัฐบาลควรจะทำงานให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม พร้อมรับฟังด้วยตัวเอง

    ประการที่สอง คือ ผมจะไปพบกับสมาคมภาคธุรกิจไม่ว่าจะขนาดกลาง หรือขนาดเล็ก เพื่อรับฟังพวกท่านด้วยตัวของผมเองโดยตรง ไม่ต้องผ่านหน่วยงานใด เพื่อให้ผมจะได้รับทราบถึงสถานการณ์ที่แท้จริง ผมต้องการเข้าถึงความรู้ขีดความสามารถ และความเชี่ยวชาญอันหลากหลายของภาคเอกชน

    นอกจากนี้ ผมต้องการรับฟังความความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ความต้องการ และความท้าทายที่ทุกคนกำลังเผชิญอยู่ ผมต้องการรับฟังว่าพวกท่านต้องการที่จะร่วมมีบทบาทในการแก้ปัญหาครั้งนี้อย่างไร รวมทั้งสิ่งที่ท่านได้ทำไปแล้ว และสิ่งที่ท่านจะช่วยกันทำต่อไป และที่สำคัญผมต้องการได้ยินความคิดเห็นของพวกท่านว่ามีจุดไหนบ้างที่รัฐบาลควรจะทำงานให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

    แน่นอนว่าเป็นหน้าที่ และความรับผิดชอบของรัฐบาล ที่ต้องช่วยเหลือคนไทยทั้งประเทศ แต่เราสามารถขยายแรงกำลังในการช่วยเหลือให้ใหญ่ขึ้นได้ ด้วยการร่วมมือกับภาคเอกชนที่มีทรัพยากรมาก มีวิธีการทำงาน และวิธีการเข้าถึงผู้เดือดร้อนได้อย่างรวดเร็ว และคล่องตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากรัฐบาลจะเข้าไปช่วยอำนวยความสะดวกให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

    ขอให้ทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่มีสีเสื้อ หรือฝักฝ่ายทางการเมือง และใช้วิกฤตครั้งนี้เป็นโอกาสที่จะสร้างประเทศไทยให้แข็งแกร่ง

    ในสถานการณ์เช่นนี้ย่อมมีความคิดเห็นที่หลากหลาย แม้กระทั่งในกลุ่มผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้วยกันเอง ก็ยังมีมุมมองการแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกัน ซึ่งผมเห็นว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ ผมอยากจะรับฟังทุกท่าน เพื่อช่วยกันหาทางออกที่เหมาะสมที่สุด ผมเชื่อว่าความคิดเห็นของท่านทั้งหลาย แม้จะมีความแตกต่างกัน แต่ล้วนเกิดจากความรักชาติ และความปรารถนาดีต่อประเทศทั้งสิ้น และเมื่อเราเลือกที่จะปฏิบัติทางใดทางหนึ่งแล้ว ขอให้ทุกคนร่วมมือกันสนับสนุนเพื่อช่วยกันผลักดันให้เกิดความสำเร็จตามที่เราต้องการ

    ผมขอให้พวกเราทุกคนทำงานร่วมกัน เป็นครอบครัวเดียวกัน ขอให้พวกเราใช้วิกฤตครั้งนี้เป็นโอกาสที่จะช่วยสร้างประเทศไทยของเราให้แข็งแกร่งขึ้นมาอีกครั้ง มีความเป็นปึกแผ่น และเป็นหนึ่งเดียวกันของพี่น้องคนไทย ในช่วงเวลาที่ประเทศของเรากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ขอให้พวกเราทุกคนได้ร่วมกันแสดงพลังของความเป็นไทยออกมาอีกครั้งให้โลกได้เห็นว่า พวกเราคนไทยได้ร่วมมือช่วยเหลือกัน และต่อสู้ไปด้วยกัน โดยไม่มีสีเสื้อ และไม่มีฝัก มีฝ่ายทางการเมือง

    เชื่อว่าคนไทยทุกคนมีความหวัง ที่จะเห็นถึงความกลมเกลียว เป็นครอบครัวเดียวกันของคนไทยทั้งประเทศ                       

    ในอนาคต เมื่อมองย้อนกลับมาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้จะเห็นว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยาก และความเสียหายมากมาย แต่ในอีกด้านหนึ่งเราจะเห็นว่านี่คือช่วงเวลาที่เราได้อะไรที่ยิ่งใหญ่กลับคืนมาด้วย นั่นคือเราได้ค้นพบตัวตนที่แท้จริงของคนไทยอีกครั้ง และได้ค้นพบความกลมเกลียว เป็นครอบครัวเดียวกัน ของพวกเราคนไทยทั้งประเทศ

    ผมมีความหวังแบบนั้นครับ และผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนก็มีความหวังแบบนั้นเช่นกัน ผมขอให้ทุกคนมาร่วมมือกัน ทำให้ความหวังของพวกเรา เป็นความจริง เราจะต้องชนะไปด้วยกัน