Friday, December 4, 2020
More

    กระทรวงพาณิชย์ดึง 5 ห้างฯช่วยเกษตรกรขายผลไม้ 16,700 ตัน

    ผลกระทบอย่างหนึ่งที่เกิดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส คือเรื่องการกระจายผลผลิตของเกษตรกรทั่วประเทศ โดยวันที่ 20 เมษายน 2563 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวหลังมีการลงพื้นที่ตรวจการระบายผลไม้ของเกษตรกรในห้างสรรพสินค้า ว่าจะมีการนำเกษตรกรทำสัญญากับห้างโมเดิร์นเทรด ซึ่งจะสามารถกระจายผลไม้ได้กว่า 16,700 ตัน รวมมูลค่าประมาณ 762 ล้านบาท

    ห้างโมเดิร์นเทรด ทางออกในการกระจายผลไม้ช่วงวิกฤต


    กระทรวงพาณิชย์ได้เปิดตัวแนวทางที่จะช่วยกระจายผลผลิตทางการเกษตรไปยังตลาดทั้งใน และต่างประเทศช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนี้ ด้วยการร่วมมือกับ 5 ห้างสรรพสินค้า หรือที่เรียกว่าห้างโมเดิร์นเทรดอย่าง Tops Market, The Mall, Makro, Lotus, Big C ในการกระจายผลไม้ 16,700 ตัน โดยมีผลไม้ 9 ชนิดอย่าง ส้มเขียวหวาน สับปะรด สละ ลองกอง มังคุด เงาะ ทุกเรียน ลิ้นจี่ และลำไย ไปสู่ห้างฯต่าง ๆ ข้างต้น ซึ่งรวมเป็นมูลค่า 762 ล้านบาท และได้มีการทำข้อตกลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2563 เป็นที่เรียบร้อย อีกทั้งทางกระทรวงยังได้มีการร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์หลายแห่ง เพื่อสร้างช่องทางการสร้างรายได้เพิ่มเติมให้กับเกษตรกรอีกด้วย และจากการสำรวจตลาดยังพบว่ามีผลไม้ถึง 6 ชนิดที่คาดว่าจะมีการส่งออกเพิ่มขึ้นถึง 8.51% จากปีก่อนหน้า ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลำไย ลิ้นจี่ และลองกอง

    พาณิชย์สวมบทเซลล์ขายผลไม้

    นอกจากการทำสัญญากับห้างฯ ใหญ่หลายแห่งแล้ว ทางกระทรวงพาณิชย์ยังได้มีการแก้ปัญหาเรื่องการกระจาย และสร้างรายได้จากการส่งออกผลไม้ของเกษตรกรในประเทศด้วยการประชุมกับสมาคมค้าส่งค้าปลีกสินค้าเกษตรกรไทย และสมาคมตลาดสดในการช่วยระบายผลไม้ไปยังตลาดค้าปลีก และค้าส่งทั่วประเทศ ซึ่งมีการมอบหมายให้หน่วยงานพาณิชย์ในระดับจังหวัดทำหน้าที่เหมือนเซลล์ขายผลไม้ ที่ต้องทำการสำรวจตลาดในจังหวัดตัวเอง ทั้งประสานงานกับเกษตรกรและสหกรณ์การเกษตรที่ปลูกผลไม้ ซึ่งรายงานเบื้องต้นพบว่ามีอยู่ 114 สหกรณ์ทั่วประเทศ เพื่อช่วยสร้างการระบายผลไม้ให้ได้มากที่สุด

    สถานการณ์ส่งออกผลไม้ไทยในระดับโลก

    ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสทำให้อุตสาหกรรมการส่งออกผลไม้ไปยังต่างประเทศของไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดในจีนซึ่งเป็นตลาดการส่งออกผลไม้อันดับ 1 ในประเทศไทย ซึ่งคาดการณ์จากศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยว่าการส่งออกผลไม้ไปยังจีนในปี 2563 จะหดตัวในช่วง -30 ถึง -25% อยู่ที่ระดับ 45,500-48,100 ล้านบาท โดยผลไม้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือทุเรียน และมังคุด อีกทั้งภาพรวมการส่งออกผลไม้ทั้งหมดของประเทศไทยยังมีการปรับตัวอยู่ที่ -24 ถึง -21% หรือ 86,300-88,900 ล้านบาท ดังนั้นไทยจึงต้องมีการพิจารณาแผนการรองรับผลผลิตที่จะทยอยออกสู่ตลาดโดยเร็ว เช่นการแปรรูปผลไม้ หรือการหาตลาดส่งออกใหม่ ๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการพึ่งประเทศผู้นำเข้ารายใหญ่ เป็นต้น