Tuesday, October 20, 2020
More

    ลดปัจจัยเสี่ยงติดเชื้อไวรัส สคบ. บุกแหล่งขายบุหรี่ไฟฟ้า พบมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

    นายเทวัญลิปตพัลลภรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า สคบ. ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการแก้ไขปัญหาการกระทำความผิดเกี่ยวกับหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ รวมถึงสินค้าอันตรายอื่นๆ ที่อาจเป็นตัวแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด 19 เพื่อความปลอดภัยของประชาชนตามนโยบายรัฐบาล

    สคบ.กวาดล้างผู้ลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้ามูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

    โดยเมื่อวันที่ 19 เมษายน ที่ผ่านมา พล...ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ เลขาธิการ สคบ. ได้มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ สคบ. นำโดย พ...ประทีป เจริญกัลป์ เลขานุการกรม นายเลิศศักดิ์ รักธรรม นิติกรชำนาญการพิเศษ นายณัชภัทร ขาวแก้ว นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการพิเศษ พร้อมเจ้าหน้าที่ สคบ. จำนวน 16 คน ร่วมกับ พล...ญาณพงศ์ โสมาภา ผู้บังคับการกองสารนิเทศ พ...สุวโรจน์ โชติกาญจนรัศมิ์ ผกก.สน.พลับพลาไชย 1 ...วัชรพัฒน์ เรืองอัครนนท์ รอง ผกก. ผอ.4 บช.. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบการขายบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่ตลาดคลองถมถนนวรจักรแขวงป้อมปราบเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายกรุงเทพมหานคร


    จากการลงพื้นที่ พบว่ามีร้านค้าที่ขายบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 10 ร้าน แบ่งเป็นร้านที่ปรากฏตัวผู้ขาย จำนวน 5 ร้าน และร้านที่ไม่ปรากฏตัวผู้ขาย จำนวน 5 ร้าน จึงได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมด ประกอบด้วย บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 48 ตัว น้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 1,703 ขวด คอยล์และอะตอม จำนวน 1,338 ชิ้น อุปกรณ์อื่นที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 493 ชิ้น รวมมูลค่าของกลางกว่า 1 ล้านบาท

    ย้ำทำผิดมีโทษหนักทั้งจำทั้งปรับ

    พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวผู้ขายไปยัง สน. พลับพลาไชย 1 เพื่อให้ถ้อยคำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขายบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2558 ลงวันที่ 28 มกราคม 2558 เรื่อง ห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าอันเป็นความผิดฐานผ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.. 2522

    แนะงดสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มโอกาสรอดจากการติดเชื้อโควิด 19

    นายเทวัญ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ว่าสถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ในประเทศไทยจะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆแต่ประชาชนทุกคนยังต้องปฏิบัติตนด้วยความไม่ประมาทด้วยการกินร้อนช้อนตัวเองยืนไกลไอจามใส่ทิชชู่หรือใส่แขนแทนมือและล้างมือด้วยสบู่อย่างสม่ำเสมอ

    อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงการบริโภคสินค้าที่ส่งผลกระทบเป็นการทำลายสุขภาพ เช่น บุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากมีข้อมูลของ ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) ระบุถึงความเสี่ยงของการสูบบุหรี่ไฟฟ้าว่า บุหรี่ไฟฟ้ามีการปลดปล่อยอนุภาคขนาดเล็ก PM 2.5 ที่แทรกซึมเข้าร่างกายเป็นการสะสมพิษไปก่ออันตรายในอวัยวะต่างๆได้ทั่วร่างกาย

    ที่สำคัญ บุหรี่ไฟฟ้าจะมีผลต่อการลดภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้เพิ่มความเสี่ยงเป็น COVID-19 เพราะในไอของบุหรี่ไฟฟ้ามีสารโลหะหนักเช่นนิเกิลโครเมียมที่มีพิษต่อปอดแคดเมียมที่มีพิษต่อไตและสารก่อมะเร็งเช่นเบนซีนอะเซตตัลดีไฮด์

    นอกจากนั้นไอของบุหรี่ไฟฟ้า สามารถแพร่กระจาย COVID-19 ได้ เมื่อผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าพ่นไอออกมาจะเทียบได้กับการถ่มน้ำลายใส่หน้ากัน เพราะตัวไอของบุหรี่ไฟฟ้า ประกอบด้วยละอองจากระบบทางเดินหายใจ น้ำลาย เสมหะ และแบคทีเรีย เมื่อถูกพ่นออกมาจะลอยเป็นระยะทางไกลและแขวนอยู่ในอากาศในระดับความสูงเท่าศีรษะ ดังนั้นหากใครเป็น COVID-19 เมื่อสูบบุหรี่ไฟฟ้าจะสามารถแพร่เชื้อไปยังผู้คนจำนวนมากได้

    ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการขายบุหรี่ไฟฟ้าสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน สคบ. 1166