Sunday, October 25, 2020
More

    อาร์เอส กรุ๊ป เผยกำไรไตรมาสแรกรวม 186 ล้านบาท โตขึ้น 184% ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19

    อาร์เอส กรุ๊ป โชว์ผลประกอบการไตรมาสแรก ปี 2563 ทำกำไรนิวไฮ ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงต้นปีต่อเนื่องมาจนถึงวิกฤติโควิด-19 ด้วยผลกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 186 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 184% จากไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 ผลจากการชูทิศทางการดำเนินธุรกิจ สอดรับกับ New Normal หรือความปกติใหม่
    พร้อมขับเคลื่อนโมเดล “Entertainmerce” เข้าสู่ธุรกิจสื่อ และบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบ โดยเป็นการผสานธุรกิจ Entertainment ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการทำคอนเทนต์ ด้วยการเปลี่ยนผู้ชม หรือผู้ฟังให้กลายเป็นผู้ซื้อ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจ Commerce เติบโต เป็นการสนับสนุน และเชื่อมโยงธุรกิจในเครือเข้าด้วยกันอย่างแข็งแกร่ง และเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทำให้ อาร์เอส กรุ๊ป สามารถยืนหยัดและนำพาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    ผลให้กำไรไตรมาสแรกของปี 2563 สูงสุดเป็นประวัติการณ์

    นายวิทวัส เวชชบุษกร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการปรับแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ส่งผลให้กำไรในไตรมาสแรกของปี 2563 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีรายได้รวม 985 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 10% และมีกำไรสุทธิ 186 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 184% เทียบกับไตรมาสสุดท้ายของปี 2562


    จากความสำเร็จในการมุ่งเน้นอัตราการทำกำไร และการสร้างรายได้จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้เทคโนโลยีมากขึ้นในการใช้ชีวิต และหันมาใส่ใจสุขภาพเป็นพิเศษในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ ธุรกิจ Commerce เติบโตขึ้นตามไปด้วย

    โดยมี RS Mall แพลตฟอร์มที่จำหน่ายสินค้าในหลากหลายช่องทาง ทั้งออนแอร์และออนไลน์ และบริษัท ไลฟ์สตาร์ จำกัด ผู้ผลิตสินค้านวัตกรรมเพื่อสุขภาพ และความงาม เป็นแรงผลักให้ไตรมาสที่ 1 ธุรกิจ Commerce ทำรายได้รวม 500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาสที่ 4 ของปี 2562 โดยเป็นผลมาจากการขยายช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางออนแอร์เพิ่มขึ้น ผ่านช่องผู้นำทีวีดิจิทัล ร่วมกับการทำโปรโมชั่นที่ตอบโจทย์ลูกค้า

    อีกทั้งยังมีรายได้จากกลุ่มลูกค้าใหม่ ที่เติบโตสูงขึ้น 30% ในขณะที่รายได้จากกลุ่มลูกค้าประจำก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน RS Mall มีฐานข้อมูลลูกค้าทะลุ 1.35 ล้านรายแล้ว ซึ่งบริษัทฯ ได้นำ Big Data มาวิเคราะห์และพัฒนาวิธีการนำเสนอสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย พร้อมกับการนำระบบ Predictive Dialing System (PDS) เข้ามาพัฒนาระบบเทเลเซลล์ให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

    ธุรกิจสื่อเติบโตสวนกระแสภาพรวมอุตสาหกรรมที่ชะลอตัว

    ด้านธุรกิจสื่อเติบโตสวนกระแสภาพรวมอุตสาหกรรมที่ชะลอตัว โดยมีรายได้รวม 376 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ของปี 2562 โดยเรตติ้งของช่อง 8 ปรับตัวดีขึ้นในช่วงเดือนมกราคม – เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในกลุ่มผู้ชมอายุ 15+ ซึ่งรายการที่มีเรตติ้งสูงสุดได้แก่ รายการข่าว ละคร ซีรีส์ และรายการมวย ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ช่อง 8 ได้นำกลยุทธ์เก้าอี้ 4 ขา มาใช้สร้างรายได้จากหลายช่องทางเพื่อค้ำจุนซึ่งกันและกัน

    วัยทำงานฟังเพลงออนไลน์สูงสุดในรอบ 12 เดือน โดยเฉพาะช่วงเวลาทำงาน Work from Home

    ในส่วนของ “COOLfahrenheit” ภายใต้การดำเนินงานของ COOLISM ยังคงได้รับความนิยมอยู่ในอันดับ 1 ของกลุ่ม Easy Listening มีผู้ฟังวัยทำงานอายุ 20 – 44 ปี มากที่สุด และยังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการทุบทุกสถิติการฟังเพลงออนไลน์สูงสุดในรอบ 12 เดือน ด้วยการเข้าฟังมากสูงสุดกว่า 1.2 ล้านครั้งต่อชั่วโมง ในช่วงเวลาทำงาน Work from Home ตั้งแต่ 8.00 – 18.00 น. ปัจจุบัน ธุรกิจของ COOLISM เติบโตจากการขายสื่อโฆษณาบนคลื่นวิทยุและออนไลน์ และการจัดกิจกรรมร่วมกับผู้ฟังรายการ

    ขณะที่ มาตรการ Work from Home ที่ผ่านมา ส่งผลให้รายได้ของธุรกิจเพลง ในเครืออาร์เอส กรุ๊ป จากการฟังและดาวน์โหลดผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้น และจากการปรับกลยุทธ์การดำเนินงานแบบ Music Marketing ทำให้การบริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพ และสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากการที่ศิลปินสามารถวางแผนการสร้างผลงานได้ด้วยตนเอง รวมถึงการบริหารลิขสิทธิ์เพลงเพิ่มขึ้นผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ

    นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เพิ่มการจัดกิจกรรมทางการตลาด และคอนเสิร์ต ซึ่งในไตรมาสแรกของปี 2563 บริษัทฯ มีการจัดคอนเสิร์ต “D2B Infinity Fun2020” เข้ามาสนับสนุนจึงทำให้รายได้จากธุรกิจเพลงเพิ่มขึ้นด้วยg

    อาร์เอส กรุ๊ป เติบโตมากกว่าได้รับผลกระทบ

    ด้าน นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในไตรมาสแรกของปี 2563 นับเป็นการเริ่มต้นปีที่แข็งแกร่ง ด้วยผลการดำเนินงานที่เกินคาดหมาย จากการที่เรามองโอกาส และเตรียมพร้อมอยู่เสมอ จึงทำให้ธุรกิจของเราเติบโตมากกว่าที่จะได้รับผลกระทบ เรามีธุรกิจที่หลากหลาย และปรับกลยุทธ์อย่างรวดเร็วให้เข้ากับการใช้ชีวิตของผู้บริโภคแบบ New Normal

    โดยหลังจากนี้ โอกาสเติบโตทางธุรกิจของ อาร์เอส กรุ๊ป จะเกิดขึ้นจากการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Entertainmerce เข้าไปในทุกธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ อาทิ

    1.RS Mall จัดแคมเปญใหญ่ต่อเนื่อง เพื่อลดราคาสินค้า ช่วยเหลือผู้บริโภคที่เดือดร้อนในช่วงที่เศรษฐกิจซบเซา
    2.ไลฟ์สตาร์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ ที่เน้นเสริมภูมิคุ้มกัน และร่วมมือกับพันธมิตรจากต่างประเทศ เพื่อนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาจำหน่ายบนแพลตฟอร์มต่างๆ ของ RS Mall
    3.ช่อง 8 เปิดตัวรายการใหม่ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ Entertainmerce สร้างคอนเทนต์ตรงกลุ่มเป้าหมาย ผนวกกับสินค้าและบริการในราคาที่คุ้มค่ากว่า และสร้างรายได้เพิ่มจากการขายคอนเทนต์ละครไปในประเทศต่างๆ และบนแพลตฟอร์มออนไลน์อื่นๆ
    4.COOLISM เปิดตัวแอพพลิเคชั่น COOLanything เพื่อเปลี่ยนผู้ฟังกว่า 2 ล้านรายต่อเดือน เป็นผู้ซื้อ สามารถฟังเพลงพร้อมเลือกซื้อสินค้าราคาพิเศษได้ในเวลาเดียวกัน สำหรับธุรกิจเพลง ขายลิขสิทธิ์เพลง สร้างรายได้เพิ่มจากช่องทางออนไลน์ (OTT media service)

    นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้รับการสนับสนุนนำส่งเงินรายปีลดลงสำหรับกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม สำหรับรายได้ตั้งแต่ปี 2562 รวมถึงยกเว้นค่าบริการโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล (Multiplexer หรือ MUX) เต็มจำนวนตั้งแต่เดือนมิถุนายนปี 2563 เป็นต้นไป และยังมีการบริหารคอนเทนต์ให้เกิดประโยชน์ในตลาดใหม่ และบนแพลตฟอร์มออนไลน์อื่นๆ อย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงมั่นใจว่าจะสามารถสร้างรายได้ปีนี้ได้ตามแผนที่วางไว้