Wednesday, October 21, 2020
More

    ผลสำรวจความกังวลของคนต่างชาติ 70% คิดว่าคนป่วยเท่านั้นที่ควรใส่หน้ากากอนามัย

    การสำรวจความตื่นตัว และความกังวลของชาวต่างชาติที่จัดทำโดย บริษัท iPrice Group ซึ่งได้พนักงานในบริษัท 20 คน จาก 20 สัญชาติมาร่วมตอบแบบสอบถาม เพื่อสำรวจความกังวลที่มีต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของผู้คนในประเทศตัวเองพบรายละเอียดน่าสนใจต่าง ๆ ดังนี้

    งานสำรวจพบชาวต่างชาติ 70% คิดว่าคนป่วยเท่านั้นที่ควรใส่หน้ากากอนามัย

    บริษัท iPrice Group ได้ทำการเก็บข้อมูลพนักงานในบริษัทจำนวน 20 คน จาก 20 สัญชาติ ในหัวข้อเรื่องความกังวลที่มีต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งทำการสำรวจในช่วงเดือนมีนาคม 2563 โดยพบว่ามีคนมากถึง 70% ที่คิดว่าคนป่วยเท่านั้นที่ควรใส่หน้ากากอนามัย และมี 30% ที่ยอมใส่หน้ากากอนามัยป้องกันโดยที่ตัวเองยังไม่ป่วย ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงของเชื้อไวรัสในยุโรป และอเมริกา


    ผลสำรวจพบว่ามีคนล้างมือบ่อย ๆ เพียง 10% เท่านั้น

    ในส่วนของการดูแลรักษา และป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส อย่างการล้างมือนั้น จากการสำรวจพบว่ามีคนเพียง 10% เท่านั้น ที่ล้างมือบ่อย ๆ ทั้งที่ 100% ของทุกคนที่ออกจากบ้านจะต้องมีการสัมผัสของใช้สาธารณะ อาทิเช่นประตู ลิฟต์ และราวจับตามพาหนะโดยสาร ซึ่งเป็นปัจจัยหลักอย่างหนึ่งในการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ซึ่งความถี่ในการล้างมือที่ได้จาก ผลสำรวจเรื่องความกังวลที่มีต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งหมดมีดังนี้

    – 5% ล้างไม่บ่อย
    – 10% ล้างมือบ่อย ๆ
    – 20% ล้างสม่ำเสมอ
    – 20% ล้างบางครั้ง
    – 45% ล้างไม่ค่อยบ่อย

    55% ของการสำรวจเผยว่าไม่ค่อยกังวลถึงความร้ายแรงของวิกฤตโควิด-19

    แม้โควิด-19 จะถูกจัดให้อยู่ในสถานะโรคระบาดใหญ่ร้ายแรงทั่วโลก (Pandemic) โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) แต่จากการสำรวจความกังวลที่มีต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยบริษัท iPrice Group พบว่ามีประชาชนมากถึง 55% ที่ไม่กังวลถึงความร้ายแรงของโควิด-19 ตามมาด้วย กังวล 20% กังวลเล็กน้อย 15% กังวลมากเพียง 10%

    ส่วนในด้านการเตรียมความพร้อมเรื่องสินค้าอุปโภคบริโภคนั้น จะพบว่าผู้คนในแต่ละประเทศให้ความสำคัญค่อนข้างมาก โดยพบว่า 40% เลือกกักตุนตามปกติเพราะ ซูเปอร์มาเก็ต ยังเปิดอยู่, 30% เลือกกักตุนสินค้าเอาไว้แล้วก่อนรัฐบาลจะประกาศล็อกดาวน์, 15% ไม่ค่อยกักตุน, 10% เลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์, 5% ไม่ทำการกักตุนสินค้า

    90% จากผลสำรวจเผยว่าเริ่มที่จะเปลี่ยนวิธีทักทายโดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสทางร่างกาย

    New Normal อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นมาในช่วงโควิด-19 คือเรื่องวัฒนธรรมการทักทายกันของคนในประเทศต่าง ๆ โดยจากผลสำรวจของบริษัท iPrice Group ครั้งนี้ พบว่าคน 90% เริ่มที่จะเปลี่ยนวิธีทักทายโดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสทางร่างกายแล้ว และมีเพียง 10% เท่านั้นที่ยังเลือกการทักทายด้วยการแตะเนื้อต้องตัวอยู่

    ส่วนของการพบแพทย์หากสงสัยว่าตัวเองอาจจะเป็นโรคโควิด-19 นั้น พบว่า 85% เลือกที่จะทำตัวปกติก่อนสัก 1-2 วัน ก่อนไปพบแพทย์ ในขณะที่อีก 15% เลือกที่จะรักษาตัวเอง และกักตัวเป็นเวลา 14 วัน ซึ่งถือเป็นความคิดที่ผิด เพราะเชื้ออาจลุกลามจนยากต่อการรักษา หรือถ้าบุคคลนั้น ๆ อาศัยอยู่กับครอบครัวก็มีความเสี่ยงสูงที่จะแพร่เชื้อให้กับคนใกล้ชิดด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากพบว่าตัวเองมีอาการที่เข้าข่ายต่อการติดโรคโควิด-19 ควรไปพบแพทย์ทันทีจะดีที่สุด

    ——————————————-

    ข้อมูลอ้างอิง https://ipricethailand.com/