Thursday, July 16, 2020
More

    โรงเรียนสังกัด กทม. พร้อมเรียนออนไลน์ 70-80% จากทั้งหมด 437 โรงเรียน

    ความพร้อมสำหรับการเรียนการสอนแบบออนไลน์ของโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครทั้ง 437 โรงเรียน ขณะนี้มีความพร้อมประมาณ 70-80% ซึ่ง กทม. เตรียมการจัดการเรียนรู้ผ่าน 4 ช่องทาง เพื่อรองรับทั้งกลุ่มที่พร้อม และไม่พร้อมเรียนออนไลน์ แนะผู้ปกครองหากไม่มีมือถือ คอมพิวเตอร์ ไม่ต้องซื้อ

    โรงเรียนในสังกัด กทม. ทั้ง 437 แห่ง พร้อมเรียนออนไลน์ 70-80%

    นายเกรียงยศ สุดลาภา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนในระบบออนไลน์ เนื่องในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ณ โรงเรียนมัธยมบ้านบางกะปิ และโรงเรียนบ้านบางกะปิ เขตบางกะปิ ระบุว่า จากการตรวจเยี่ยมโรงเรียนดังกล่าวพบว่ามีความพร้อม 100% สำหรับการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ทั้งในส่วนของอุปกรณ์ เครื่องมือ และครูผู้สอน


    สำหรับภาพรวมความพร้อมสำหรับการเรียนการสอนแบบออนไลน์ของโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครทั้ง 437 โรงเรียน มีความพร้อมประมาณ 70-80% ส่วนที่ยังไม่พร้อมจะเป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่บริเวณชานเมือง บางแห่งมีปัญหาเรื่องสัญญาณอินเตอร์เน็ต หรือเด็กนักเรียนมีฐานะยากจน เป็นต้น

    เตรียมการจัดการเรียนรู้ผ่าน 4 ช่องทาง รองรับกลุ่มที่พร้อม และไม่พร้อมเรียนออนไลน์

    สำนักการศึกษาได้ทราบถึงปัญหาดังกล่าว จึงเตรียมการจัดการเรียนรู้ให้ครอบคลุมนักเรียนทุกคน ทั้งกลุ่มที่มีความพร้อมในการเรียนออนไลน์และกลุ่มที่ไม่พร้อมเรียนออนไลน์ โดยผ่านช่องทางการเรียนรู้ 4 ช่องทาง (4 on) ได้แก่

    1.Online โดยการสอนสดผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งครูสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับนักเรียนได้ โดยใช้ Application ต่าง ๆ เช่น Microsoft Team, Google Classroom, Zoom, Facebook live เป็นต้น โดยจะมีตารางเรียนออนไลน์ที่โรงเรียนจัดไว้และแจ้งให้นักเรียนทราบ ส่วนการเรียนนอกตารางเรียนครูจะจัดหาสื่อออนไลน์ เช่น คลิปวิติโอต่างๆ ตารางสอน DL TV เป็นต้น เพื่อให้นักเรียนใช้เรียนรู้ด้วยตนเองและสามารถททวนบทเรียนได้ตลอดเวลา

    2.On air โดยใช้สื่อ DL TV ภายใต้คำแนะนำและการติดตามดูแลของครู

    3.On hand โดยการจัดส่งเอกสารต่างๆ ให้แก่ผู้เรียน เช่น คู่มือการเรียนรู้ด้วยตนเอง หนังสือเรียน ใบงาน แบบฝึกหัด เป็นต้น โดยครูจะจัดทำให้เข้าใจง่าย มีคู่มือแนะนำว่าผู้เรียนและผู้ปดรองต้องทำอะไรบ้าง

    4.On site จัดกลุ่มผู้เรียนขนาดเล็กที่โรงเรียน ภายใต้มาตรการที่ ศบค.กทม. กำหนด สำหรับการประมินผล โดยติดตามผลจากครูเป็นระยะ และโรงเรียนรายงานผลให้สำนักการศึกษาทราบทุกสัปดาห์ทาง Google Form

    ทุกโรงเรียนจะทดสอบความพร้อมการเรียน ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 63 เป็นต้นไป

    นอกจากนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 63 เป็นต้นไป ทุกโรงเรียนจะทดสอบความพร้อมในการเรียน ปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องที่พบจากการทดสอบ เพื่อให้มีความสมบูรณ์ และเอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนมากที่สุด รวมทั้งวางแผนการออกเยี่ยมบ้านในกรณีจำเป็น เช่น เด็กที่มีความต้องการพิเศษ หรือเด็กที่ไม่มีอุปกรณ์ เป็นต้น

    กรณีที่สามารถเปิดการเรียนการสอนได้ตามปกติ ในวันที่ 1 ก.ค. 63 ก็จะมีมาตรการดูแลและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้โรงเรียนเป็นแหล่งแพร่เชื้อ ได้แก่ การจัดชั้นเรียนให้มีระยะห่างทางสังคม การเหลื่อมเวลามาเรียนเพื่อลดความแออัดและจำนวนเด็กนักเรียน การคัดกรองก่อนเข้าโรงเรียน จัดให้มีเครื่องมือป้องกัน เช่น หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ face shield เป็นต้น

    ส่วนกรณีไม่สามารถเปิดการเรียนการสอนได้ ในวันที่ 1 ก.ค. 63 เนื่องจากยังมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ตามที่ได้เตรียมความพร้อมไว้ สำหรับการสนับสนุนอุปกรณ์ให้แก่เด็กนักเรียน อาทิ กล่องทีวีดิจิตอล หรือสัญญาณอินเตอร์เน็ต เพื่อใช้สำหรับการเรียนรู้แบบออนไลน์ เบื้องต้นกรุงเทพมหานครได้ประสานกระทรวงศึกษาธิการ และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างมอบหมายสำนักการศึกษา และโรงเรียน ทำการสำรวจจำนวนเด็กที่มีความพร้อมในการเรียนรู้ แต่ยังขาดอุปกรณ์

    หากไม่มีอุปกรณ์สำหรับเรียนออนไลน์ แนะผู้ปกครองไม่ต้องซื้อ

    อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองนักเรียนไม่ต้องมีความวิตกกังวลใดๆ หากไม่มีอุปกรณ์สำหรับใช้ในการเรียนรู้ เนื่องจากกรุงเทพมหานครได้จัดเตรียมความพร้อมด้านการเรียนการสอนไว้หมดแล้ว ไม่ต้องไปกู้ยืมเงินเพื่อนำมาจัดซื้ออุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นมือถือ หรือคอมพิวเตอร์ หากไม่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์ทางโรงเรียนจะส่งครูไปดูแลถึงที่บ้าน ซึ่งเป็นไปตามแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบ 4 on ของกรุงเทพมหานคร