Friday, July 17, 2020
More

    ขึ้นทะเบียนลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง จ.นครพนม เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำแรมซาร์ไซต์ แห่งที่ 15 ของไทย

    พื้นที่ชุ่มน้ำลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง จังหวัดนครพนม ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ หรือ แรมซาร์ไซต์ แห่งที่ 15 ของไทย ลำดับที่ 2,420 ของโลก

    ลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง แรมซาร์ไซต์แห่งที่ 15 ของไทย

    นายพุฒิพงศ์ สุรพฤกษ์ โฆษกประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ได้รับแจ้งจากสำนักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำโลก (The Secretariat of Ramsar Bureau) ว่า พื้นที่ชุ่มน้ำลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ หรือ แรมซาร์ไซต์ แห่งที่ 15 ของไทย และเป็นแรมซาร์ไซต์ ลำดับที่ 2,420 ของโลก โดยมีผลอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.. 2562


    โดยพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำสงครามตอนล่าง จังหวัดนครพนม ที่ได้รับการเสนอขึ้นทะเบียนเป็นแรมซาร์ไซต์ มีพื้นที่ครอบคลุมตั้งแต่ปากน้ำบ้านไชยบุรี ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน ไปจนถึงบ้านปากยาม ต.สามผง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม มีความยาวทั้งสิ้น 92 กิโลเมตร รวมพื้นที่ทั้งหมด 34,381 ไร่

    โดยการกำหนดพื้นที่เสนอแรมซาร์ไซต์ ยึดหลักการสำคัญ คือ ครอบคลุมเฉพาะส่วนที่เป็นตัวแม่น้ำสงครามตอนล่าง และพื้นที่ป่าบุ่งป่าทามที่ติดกับสองฝั่งแม่น้ำ และพื้นที่ป่าสาธารณะ หรือป่าบุ่งป่าทามที่ผู้นำชุมชนและคณะกรรมการหมู่บ้านเห็นชอบ

    สำหรับความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำลุ่มน้ำสงครามตอนล่างนั้น คือประกอบไปด้วยระบบนิเวศหายาก ได้แก่ ป่าบุ่งป่าทาม หรือป่าน้ำท่วมผืนใหญ่ มีความสำคัญในเชิงความหลากหลายทางชีวภาพของชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ในระบบนิเวศ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของพันธุ์ปลาน้ำจืด เป็นแหล่งประมงพื้นบ้านที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารของคนในพื้นที่ ตลอดจนเป็นแหล่งอพยพเพื่อผสมพันธุ์วางไข่ของพันธุ์ปลาจากแม่น้ำโขงในช่วงฤดูน้ำหลาก พบความหลากหลายของพันธุ์ปลาอย่างน้อย 124 ชนิด พันธุ์พืช 208 ชนิด รวมทั้ง

    ดังนั้นพื้นที่ชุ่มน้ำลุ่มน้ำสงครามตอนล่างจึงมีความสำคัญในเชิงวัฒนธรรมและเศรษฐกิจอย่างยิ่ง

    ด้าน นายสันติภาพ ศิริวัฒนไพบูลย์ อาจารย์สาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี กล่าวว่า การขึ้นทะเบียนเป็นแรมซาร์ไซต์จะช่วยให้การอนุรักษ์ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพของพื้นที่ เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและง่ายดายขึ้น เพราะจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการอนุรักษ์ดูแลพื้นที่ชุ่มน้ำจากเงินกองทุนอนุสัญญาฯ ตลอดจนองค์กรนานาชาติอื่นๆ ทั้งยังช่วยผลักดันให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องออกมาตรการและบังคับใช้กฎหมายในการดูแลพื้นที่อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น

    ทั้งนี้ จังหวัดนครพนม ได้ดำเนินการขับเคลื่อนงานด้านการอนุรักษ์แม่น้ำสงครามตอนล่างในด้านต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่ปี พ.. 2557