Wednesday, November 25, 2020
More

    7 นิวนอร์มัลการใช้ชีวิตและการทำธุรกิจที่จะเปลี่ยนไปหลังเกิดวิกฤตโควิด-19

    ผลกระทบต่อเนื่องที่สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวิกฤตโควิด-19 เรื่องหนึ่งคือพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปของคนในสังคม โดยทางมายด์แชร์ ประเทศไทย ได้เผยงานวิจัย “The New Norms’ How Life Will Unfold After COVID-19” หรือการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคหลังวิกฤตโควิด-19 โดยสรุปเป็น 7 ข้อ เพื่อให้เห็นภาพนิวนอร์มัลของโลกเราหลังจากนี้

    โควิด-19 เป็นเพียงตัวเร่งในการทำให้ดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค และมีการหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น

    รายงานวิจัย “The New Norms’ How Life Will Unfold After COVID-19” หรือการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคหลังวิกฤตโควิด-19 ที่ดำเนินการโดย มายด์แชร์ ประเทศไทย โดยสองผู้เชี่ยวชาญของบริษัทอย่างคุณณัฐา ปิยะวิโรจน์เสถียร ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนธุรกิจ และคุณบงกช ชัยเมืองมา ผู้จัดการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ ได้เปิดเผยว่า เทรนด์พฤติกรรมเหล่านี้จะเป็นส่วนสำคัญกับธุรกิจ และแบรนด์ได้วางแผนในอนาคต ทั้งวิธีการทำธุรกิจ และการสื่อสารการตลาดด้วย


    ทั้งคุณณัฐา ปิยะวิโรจน์เสถียร ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนธุรกิจ บริษัท มายด์แชร์ ประเทศไทย ยังได้เปิดเผยว่า เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคหลังโควิด-19 อาจไม่ใช่สิ่งใหม่นัก เพราะนักการตลาดกล่าวกันมานานแล้ว ทั้งประเด็นโลกาภิวัตน์ การที่ดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค การใส่ใจสุขภาพมากขึ้น เป็นต้น แต่โควิด-19 ถือเป็นปัจจัย “เร่ง” ให้เทรนด์เหล่านี้ ก้าวเข้ามาเป็นนิวนอร์มัลของคนในสังคมเร็วขึ้น

    7 นิวนอร์มัลการใช้ชีวิต และการทำธุรกิจที่เปลี่ยไปหลังโควิด-19

    1.Reverse Globalization – หันมาพึ่งพากันเองในประเทศมากขึ้น

    หลังเกิดโควิด-19 ซึ่งทำให้จีนที่เป็นตลาดการผลิต และส่งออกสำคัญของโลกหยุดชะงัก ทำให้บริษัทข้ามชาติหลายรายเริ่มกลับมาให้ความสำคัญกับการนำฐานการผลิตกลับมาสู่ประเทศตัวเองมากขึ้น และกระจายหาแหล่งการผลิตที่ไม่ได้พึ่งพิงต้นทุนการผลิตเพียงแค่ประเทศเดียวอีกต่อไป เกิดเป็นการสร้างฐานเศรษฐกิจในประเทศมากยิ่งขึ้น

    2.Digital Takeover – กลืนกลายสู่โลกดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ

    เป็นนิวนอร์มัลอย่างหนึ่งที่เห็นได้เด่นชัดที่สุด กับเรื่องของการที่ประชาชนหันมาพึ่งพิงอินเทอร์เน็ต สำหรับการใช้ชีวิตในด้านต่าง ๆ มากขึ้น โดยทางมายด์แชร์มองว่าอินเทอร์เน็ต จะกลายมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานและเข้าถึงได้ทุกที่ เหมือนไฟฟ้าและน้ำประปา ดังจะเห็นได้จากการเติบโตอย่างสูงของบรรดาอีคอมเมิร์ซ หรือบริการเดลิเวอรี่ออนไลน์ต่าง ๆ เป็นต้น

    3.Emergence of Big Data – ยุคที่ข้อมูลมีค่าดั่งทอง

    การนำบิ๊กดาต้ามาใช้ในช่วงโควิด-19 ของหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนต่าง ๆ เพื่อนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับโควิด-19 ทำให้ผู้คนหันมาให้ความสำคัญถึงการใช้งานบิ๊กดาต้ามากยิ่งขึ้น โดยมายด์แชร์ได้เผยว่านี่เป็นโอกาสของแบรนด์ ในการนำเสนอเรื่องราวผ่านบิ๊กดาต้าถึงผู้บริโภค เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ พร้อมสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งได้

    4.Elevated Health and Wellness – ไลฟ์สไตล์ที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากยิ่งขึ้น

    นิวนอร์มัลอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นแน่นอนอย่างเรื่องของการดูแลสุขภาพทั้งร่างกาย และจิตใจ ซึ่งทุกคนจะหันมาให้ความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างสูง โดยการรักษาความสะอาด สุขลักษณะ จะกลายเป็นมารยาททางสังคมหลังจากนี้ ระบบสาธารณสุขของทุกประเทศจะถูกยกเครื่องใหม่ ทำให้มีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งหลายแบรนด์ก็เริ่มมีการปรับตัวเกี่ยวกับเรื่องของความปลอดภัย และใส่ใจสุขภาพแก่ผู้บริโภคกันมากขึ้น

    5.Physical Distancing Continues – ติดบ้านมากขึ้น

    แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในบ้านเราจะดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ด้วยความที่ยังไม่มีวัคซีนรักษาโรคโควิด-19 อย่างจริงจัง และผู้คนยังกังวลกับการไปยังพื้นที่ที่หนาแน่นของคนอยู่ ทำให้การทำกิจกรรมที่บ้าน ทั้งการทำอาหาร การตกแต่งบ้าน ฯลฯ จะยังคงได้รับความนิยมต่อไป หลาย ๆ แบรนด์จึงต้องปรับตัวด้วยการเสนอทางเลือกใหม่ ๆ ให้ผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ให้สามารถใช้ทำที่บ้านได้

    6.Happiness is Redefined – ความสุขรูปแบบใหม่

    จากการที่กิจกรรมที่ได้รับความนิยมส่วนใหญ่ในช่วงก่อนวิกฤตโควิด-19 ต้องได้รับการงดเว้นไป อาทิเช่นการท่องเที่ยว การแฮงเอาท์ ฯลฯ ทำให้ผู้คนหันมาใส่ใจในการสร้างความสุขด้วยวิธีอื่น ๆ กันมากขึ้น เช่นการทำอาหาร การปลูกต้นไม้ ฯลฯ ซึ่งเป็นโอกาสของทางแบรนด์ที่มีสินค้าซึ่งตอบโจทย์อย่าง สินค้าอย่างหม้อทอดไร้น้ำมัน หรือจะเป็นของตกแต่งบ้าน ที่จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในช่วงนี้

    7.Prepare for the Next Disruption – เตรียมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงมากขึ้น

    วิกฤตโควิด-19 ทำให้ผู้คนเห็นถึงความสำคัญในการมีแผนสำรอง ในด้านต่าง ๆ ทั้งการเงิน อาชีพ การดูแลสุขภาพ ฯลฯ จึงเกิดความสนใจในการเสริมทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และพร้อมรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพหากเกิดวิกฤตครั้งใหม่ขึ้นมาอีก ซึ่งเป็นโอกาสให้ทางแบรนด์ต่าง ๆ เข้าไปมีบทบาทสำคัญในการสร้างความพร้อมให้ผู้บริโภคสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างดีต่อไปในอนาคต