Wednesday, November 25, 2020
More

    สรท. เผยคาดการณ์การส่งออกของประเทศไทยปี 2563 หดตัวอยู่ที่ -8%

    สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สภาผู้ส่งออก) หรือ สรท. ได้จัดงานแถลงรายงานการส่งออกของประเทศไทยเดือนเมษายน 2563 พบความน่าสนใจต่าง ๆ อาทิ ตัวเลขคาดการณ์การส่งออกของไทยปี 2563 อยู่ที่ -8% และตัวเลขการส่งออกเดือนเม.. 63 ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2

    การส่งออกของไทยเดือนเมษายน ปี 2563 ขยายตัว 2.12% เมื่อเทียบกับปีก่อน

    คุณกัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สภาผู้ส่งออก) หรือ สรท. ได้ออกมาเปิดรายงานความคืบหน้าสถานการณ์การส่งออกของประเทศไทย ประจำเดือนเมษายน ปี 2563 มีมูลค่า 18,948 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 2.12% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การส่งออกในรูปเงินบาทเท่ากับ 613,979 ล้านบาท ขยายตัว 5.32% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปีก่อน ส่วนการนำเข้าในเดือนเมษายน ปี 2563 มีมูลค่า 16,486 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หดตัว -17.13% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน (YoY) และการนำเข้าในรูปของเงินบาทมีมูลค่า 541,019 ล้านบาท หดตัว -14.61% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน ส่งผลให้เดือนเมษายน 2563 ประเทศไทยเกินดุลการค้า 2,462 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 72,960 ล้านบาท (การส่งออกเมื่อหักทองคำ น้ำมัน และอาวุธยุทธปัจจัย เดือนเมษายนการส่งออกจึงหดตัวร้อยละ -7.53)


    ขณะที่ภาพรวมช่วงเดือนม.. – เม.. 63 ไทยส่งออกรวมมูลค่า 81,620 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 1.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่าการส่งออกในรูปเงินบาทที่ 2,517,136 ล้านบาท หดตัว -1.07% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 75,224 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หดตัว -5.72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือคิดเป็นมูลค่า 2,349,710 ล้านบาท หดตัว -8.06% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ช่วงเดือน ม.. – เม.. 63 ประเทศไทยเกินดุลการค้า 6,396 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 167,426 ล้านบาท (การส่งออกเมื่อหักทองคำ และน้ำมัน และอาวุธยุทธปัจจัย เดือนม.. – เม.. 63 การส่งออกหดตัว -0.96%)

    การส่งออกเดือนเม.. 63 ในกลุ่มสินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัวที่ 4.0%

    ในการแถลงสถานการณ์การส่งออกของประเทศไทย ประจำเดือนเมษายน ปี 2563 จาก สทร. ยังได้เผยว่าสินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัวที่ 4.0% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน โดยสินค้าที่ขยายตัวได้ดีอยู่คือข้าว ผัก ผลไม้สด ไก่สด อาหารสัตว์เลี้ยง ฯลฯ แต่สินค้ากลุ่มที่หดตัวคือ ยางพารา น้ำตาลทราย ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เครื่องดื่ม ขณะที่กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวที่ 4.0% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน โดยกลุ่มสินค้าที่มีการขยายตัว ได้แก่ ทองคำ ยานพาหนะอื่น ๆ และส่วนประกอบอากาศยาน ยานอวกาศ และส่วนประกอบ อุปกรณ์กึ่งตัวนำทรานซิสเตอร์ และไดโอด แผงวงจรไฟฟ้า ขณะที่สินค้ากลุ่มที่หดตัว อาทิ รถยนต์ สินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน อัญมณี และเครื่องประดับไม่รวมทองคำ เครื่องคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบเครื่องปรับอากาศ   

    คาดการณ์ส่งออกไทยปี 2563 หดตัว -8%

    ประเด็นน่าสนใจอย่างหนึ่งในแถลงการณ์การส่งออกของประเทศไทย ประจำเดือนเมษายน ปี 2563 ของ สรท. คือคาดการณ์การส่งออกของไทยในปี 2563 ที่เผยว่าจะหดตัวอยู่ที่ -8% บนสมมติฐานค่าเงิน 30.50 บาท / ดอลลาร์สหรัฐ (อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 31 .. 63 = 31.81 บาท / ดอลลาร์สหรัฐ) โดยอัตราแลกเปลี่ยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.80 – 32.30 บาท / ดอลลาร์สหรัฐ

    ซึ่งทาง  สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สภาผู้ส่งออก) หรือ สรท. ยังได้วอนให้ทางรัฐบาลช่วยดูแลเรื่องเงินบาทให้อยู่ที่ 34 บาท / ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อช่วยให้สินค้าไทยสามารถแข่งขันในตลาดค้าโลกได้ และหนุนเจรจา CPTPP แต่สวงนสิทธิ์ให้ถอนตัว หากไม่เกิดประโยชน์ในภาพรวมของประเทศ

    4 ปัจจัยเสี่ยงที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกของไทยปี 2563 จากสรท.

    1. ความไม่แน่นอนของการระบาดโควิด-19 ระยะต่อไป ทำให้หลายประเทศยังคงมาตรการล็อกดาวน์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และอาจส่งผลให้ความต้องการสินค้าของตลาดโลกลดลง โดยเฉพาะสินค้าคงทน และสินค้าอุตสาหกรรม
    2. ค่าเงินบาทที่เริ่มมีแนวโน้มกลับมาแข็งค่าขึ้นตลอดเดือนพ.. เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดในไทยมีการจัดการที่ดีกว่าหลายประเทศ ทำให้ถูกมองว่าเป็น Safe Heaven อีกครั้ง ประกอบกับตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาดการณ์ กลายเป็นปัจจัยกดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง อาจส่งผลกระทบกับความเปราะบางของเศรษฐกิจ และซ้ำเติมผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในปีที่ผ่านมา
    3. ราคาน้ำมันที่เริ่มกลับมาสู่ขาขึ้นได้อีกครั้ง หลังจากสถานการณ์ระบาดโควิด-19 ในหลายประเทศเริ่มคลี่คลาย และมีการผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันดิบเริ่มกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีแรงหนุนจากข้อตกลงของกลุ่มโอเปก และพันธมิตร เพื่อปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบลง 9.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนของผู้ประกอบการส่งออกที่เพิ่มสูงขึ้น
    4. ความขัดแย้งที่เริ่มกลับมาปะทุอีกครั้งระหว่างสหรัฐฯ และจีน จากการที่สหรัฐอเมริกากล่าวหาว่าจีนเป็นต้นเหตุของการแพร่ระบาด และมีแนวโน้มที่จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน รวมถึงการเพิกถอนการจดทะเบียนของบริษัทสัญชาติจีนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ และการกดดันจีนผ่านการสนับสนุนผู้ประท้วงในฮ่องกง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันของการฟื้นตัวของระบบเศรษฐกิจทั่วโลกได้

    6 ข้อเสนอแนะรักษาเสถียรภาพการส่งออกไทยปี 2563 จากสรท.

    1. ขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนไม่ให้แข็งค่ากว่า 34 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ
    2. เร่งใช้งบประมาณภาครัฐเพื่อลงทุนสร้างความยั่งยืนให้กับระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการปรับตัวไปสู่ Digital Disruption ของภาครัฐ
    3. สนับสนุนให้ประเทศไทยเข้าร่วมเจรจา CPTPP เพื่อสร้างแรงกระตุ้นให้กับระบบเศรษฐกิจ โดยสงวนสิทธิ์ให้สามารถถอนตัว หากทราบรายละเอียดเงื่อนไข หรือไม่สามารถเจรจาให้เกิดประโยชน์ในภาพรวมของประเทศ รวมถึง เร่งผลักดันการเจรจา FTA อื่น ๆ อาทิ RCEP Thai-EU เป็นต้น
    4. พิจารณาการค้าในรูปแบบ Trade to Localization มุ่งเน้นไปที่ประเทศเพื่อนบ้านใน Asean and CLMV (CLMV is our home market) เนื่องจากเป็นตลาดที่ใกล้ชิด และสามารถขนส่งข้ามแดนได้โดยง่าย และสนับสนุนให้มีการกำหนดนโยบายเพื่อสร้างตลาดเป็นหนึ่งเดียว (Single Market) และพัฒนาแผนการขนส่งข้ามแดนที่สามารถปฎิบัติได้ต่อเนื่อง
    5. ขอให้ภาครัฐพิจารณาส่งเสริมรายอุตสาหกรรมที่มี Potential ที่เกี่ยวเนื่องในช่วงสถานการณ์ดังกล่าว เพื่อกระตุ้นปริมาณการส่งออก อาทิ สินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง (ในกลุ่มเวชภัณฑ์ทางการแพทย์) กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์กลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติก
    6. เสนอให้ศูนย์บริหารสถานการ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พิจารณาปลดล็อกธุรกิจทั้งด้านการค้า และบริการในภาคส่วนต่าง ๆ เพิ่มเติม ภายใต้การติดตามควบคุมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินกิจกรรมได้คล่องตัวมากขึ้น