Thursday, October 29, 2020
More

    ความต้องการแรงงานเริ่มฟื้น สมัครงานเพิ่มขึ้น 20% กลุ่มงานไอทีต้องการสูงรับ New Normal

    จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) เผยภาพรวมความต้องการงานทั่วประเทศไทย 3 เดือนตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม 2563 แม้จะเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จนส่งผลกระทบในหลายภาคส่วนจนทำให้เกิดอัตราคนว่างงานที่เพิ่มมากขึ้น

    แต่ในวิกฤตดังกล่าวพบว่ามีภาคธุรกิจที่ยังคงมีความต้องการแรงงาน อาทิ ธุรกิจไอที ธุรกิจขายปลีก ธุรกิจบริการด้านการเงิน ธุรกิจจัดจำหน่าย ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ฯลฯ

    เดือน พฤษภาคม 63 พบอัตราการสมัครงานเพิ่มขึ้น 20% โดยธุรกิจโลจิสติกส์มีการรับสมัครงานเพิ่มขึ้นมากที่สุด


    จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ข้อมูลสิ้นเดือนพฤษภาคม พบสัญญาณการรับสมัครงานเพิ่มขึ้นใน 5 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1.ธุรกิจโลจิสติกส์ เพิ่มขึ้น 23% 2.ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพิ่มขึ้น 13% 3.ธุรกิจโฆษณา ธุรกิจการตลาด ธุรกิจประชาสัมพันธ์ เพิ่มขึ้น 6% 4.ธุรกิจประกันภัย เพิ่มขึ้น 5% และ 5.ธุรกิจขายส่ง ธุรกิจขายปลีก เพิ่มขึ้น 2% นอกจากนี้อัตราการสมัครงานยังเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับในเดือนเมษายน ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นไปตามกลไกของสถานการณ์ที่เริ่มดีขึ้นตามลำดับ

    กลุ่มงานอีคอมเมิร์ซมาแรง เป็นที่ต้องการผู้สมัครงาน โดยมีจำนวนเพิ่มขึ้นสูงถึง 75%

    ในด้านผู้สมัครงาน พบกลุ่มธุรกิจที่มีใบสมัครงานเพิ่มขึ้นดังนี้

    1.ธุรกิจ Trading ธุรกิจจัดจำหน่าย เพิ่มขึ้น 32%
    2.ธุรกิจสารเคมี พลาสติก กระกาษ ปิโตรเคมี เพิ่มขึ้น 13%
    3.ธุรกิจไอที เพิ่มขึ้น 10%
    4.ธุรกิจอาหารและเครื่องดี่ม ธุรกิจจัดเลี้ยง เพิ่มขึ้น 2%
    โดยกลุ่มสายงานเป็นที่ต้องการของผู้สมัครงานที่เพิ่มขึ้นสูงสุด 5 กลุ่ม ดังนี้ 1.งานอีคอมเมิร์ซ เพิ่มขึ้น 75% 2.งานขาย งานบริการลูกค้า งานพัฒนาธุรกิจ เพิ่มขึ้น 3% 3.งานบัญชี เพิ่มขึ้น 3% 4.งานไอที เพิ่มขึ้น 3% และ 5.งานการตลาด งานประชาสัมพันธ์ เพิ่มขึ้น 2%

    กลุ่มธุรกิจและสายงานไอทีเป็นกลุ่มที่มีความต้องการคนทำงานสูง

    สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการ 10 ธุรกิจที่ยังมีความต้องการคนทำงานมากที่สุด ได้แก่

    1.ธุรกิจไอที
    2.ธุรกิจการผลิต
    3.ธุรกิจขายส่ง ธุรกิจขายปลีก
    4.ธุรกิจบริการด้านการเงิน
    5.ธุรกิจ Trading ธุรกิจจัดจำหน่าย
    6.ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม จัดเลี้ยง
    7.ธุรกิจอุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
    8.ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
    9.ธุรกิจโฆษณา การตลาด ประชาสัมพันธ์
    10.ธุรกิจประกันภัย

    ขณะที่ 10 สายอาชีพที่ยังคงมีความต้องการจ้างงาน ประกอบด้วย

    1.งานขาย งานบริการลูกค้า งานพัฒนาธุรกิจ
    2.งานไอที
    3.งานวิศวกรรม
    4.งานการตลาด งานประชาสัมพันธ์
    5.งานธุรการ งานทรัพยากรบุคคล
    6.งานบัญชี
    7.งานธนาคาร งานการเงิน
    8.งานการผลิต
    9.งานขนส่ง
    10.งานวิทยาศาสตร์ งาน Lab งานวิจัย และงานพัฒนา

    จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่ากลุ่มธุรกิจและสายงานไอทีเป็นกลุ่มที่มีความต้องการคนทำงานสูง เนื่องจากหลายองค์กรมีการปรับตัวรับ New Normal รวมถึงการทำงานให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ในขณะที่ธุรกิจผลิตและจัดจำหน่าย มีการเตรียมความพร้อมรับคนกลับมาทำงานหลังภาพรวมต่างๆ เริ่มส่งสัญญาณในทิศทางที่ดีขึ้น

    ความต้องการแรงงานเริ่มฟื้นตัว ธุรกิจโลจิสติกส์ เพิ่มขึ้น 23%

    ทั้งนี้จากข้อมูลล่าสุดสิ้นเดือนพฤษภาคมพบว่ามีตัวเลขความต้องการแรงงาน เริ่มฟื้นตัวกลับมา แบ่งตามกลุ่มธุรกิจ ได้แก่

    1.ธุรกิจโลจิสติกส์ (Logistic) เพิ่มขึ้น 23%
    2.ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (Property Development) เพิ่มขึ้น 13%
    3.ธุรกิจโฆษณา ธุรกิจการตลาด ธุรกิจประชาสัมพันธ์ (Advertising/Public Relations/Marketing Services) เพิ่มขึ้น 6%
    4.ธุรกิจประกันภัย (Insurance/Pension Funding) เพิ่มขึ้น 5%
    5.ธุรกิจขายส่ง ธุรกิจขายปลีก (Wholesale/Retail) เพิ่มขึ้น 2%

    จะเห็นได้ว่าการเติบโตของของภาคธุรกิจเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกับวิถีการใช้ชีวิตของผู้คนมากขึ้น เช่น ธุรกิจโลจิสติกส์ ที่มีการเติบโตจากการขนส่งสินค้าออนไลน์ รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีการสั่งอาหารเดลิเวอรี่เพิ่มมากขึ้น ส่วนธุรกิจประกันภัยมีการเติบโตเนื่องจากผู้คนส่วนใหญ่หันมาให้ความสำคัญกับประกันสุขภาพมากในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงธุรกิจขายส่ง ธุรกิจขายปลีก ที่มีแน้วโน้มเติบโตอันเป็นไปตามเทคโนโลยีดิจิทัล

    กลุ่มธุรกิจที่มีจำนวนการประกาศหางานลดลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจาก COVID-19

    สำหรับ 5 กลุ่มธุรกิจที่มีจำนวนประกาศงานลดเนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ได้แก่

    1.ธุรกิจท่องเที่ยว (Tourism / Travel Agency)
    2.ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจบริการ ธุรกิจจัดเลี้ยง (Hospitality / Catering)
    3.ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจสถาปัตยกรรม (Architecture / Building / Construction)
    4.ธุรกิจยานยนตร์ (Motor Vehicles)
    5.ธุรกิจวิศวกรรมก่อสร้าง-ธุรกิจวิศวกรรมโยธา-ควบคุมอาคาร (Engineering – Building, Civil, Construction/Quantity Survey)

    เดือนมีนาคม 63 มีจำนวนคนว่างงานกว่า 3.92 แสนคน

    ในขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่สำรวจภาวะการทำงานของประชากรคนไทยเมื่อเดือนมีนาคมจะแสดงให้เห็นถึงจำนวนคนว่างงานกว่า 3.92 แสนคน ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบในหลายภาคส่วนทำให้เกิดอัตราคนว่างงานที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งมีการคาดการณ์จากคณะกรรมาธิการร่วมด้านการพาณิชย์ กรมการค้าระหว่างประเทศ และการธนาคาร (JSCCIB) ว่ามีพนักงาน 7 ล้านคนที่จะออกจากงานภายในเดือนมิถุนายน เนื่องจากการปิดตัวลงของภาคธุรกิจและส่งผลกระทบต่อคนทำงานที่มีรายได้น้อยกว่า 20,000 บาทต่อเดือน

    ซึ่ง จ๊อบส์ ดีบี ได้เปิดตัวโครงการ “ทูเก็ตเทอร์อเฮด” (#TogetherAhead) ช่วยเหลือผู้หางาน และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยผู้ประกอบการสามารถลงประกาศงานฐานเงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาท ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

    ในขณะที่ผู้หางานที่ได้รับผลกระทบสามารถมองหาตำแหน่งงานใหม่ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตดังกล่าว ถือเป็นอีกช่องทางให้ผู้ประกอบการได้คนทำงานที่ตรงใจ รวมถึงผู้หางานได้พบงานที่ดี มีคุณภาพจากองค์กรชั้นนำที่น่าเชื่อถือ ล่าสุดได้รับความสนใจจากองค์กรและผู้ประกอบการชั้นนำเข้าร่วมกว่า 600 บริษัท มีประกาศงานที่เปิดรับกว่า 1,500 อัตรา และมีใบสมัครเข้ามาในระบบแล้วมากกว่า 30,000 ใบสมัคร

    ผู้สมัครงานบางส่วนเริ่มมีความเชื่อมั่นในสถานการณ์ และมองหาโอกาสในการทำงานเพิ่มขึ้น

    นางสาวพรลัดดา เดชรัตน์วิบูลย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นไปทั่วโลก ปฏิเสธไม่ได้ว่าได้ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจรวมถึงธุรกิจเกือบทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นฝั่งองค์กร ผู้ประกอบการ ตลอดจนฝั่งคนหางาน แต่ในวิกฤตดังกล่าวก็ยังพบว่ามีธุรกิจหลายประเภทที่ยังมีความต้องการแรงงาน เพื่อมาช่วยขับเคลื่อนให้องค์กรสามารถข้ามผ่านสถานการณ์ดังกล่าวไปได้

    สำหรับภาพรวมของฝั่งคนหางาน พบว่าในเดือนพฤษภาคมผู้สมัครงานมีจำนวนการสมัครงานเพิ่มขึ้น คิดเป็น 20% เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน ทั้งจากคนทำงานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ รวมถึงผู้สมัครงานบางส่วนเริ่มมีความเชื่อมั่นในสถานการณ์และมองหาโอกาสในการทำงานเพิ่มขึ้น และในช่วงเวลาเดียวกันยังมีกลุ่มสายงานเป็นที่ต้องการของผู้สมัครงานสูงขึ้น ซึ่งการแข่งขันเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจในการจ้างงาน ให้สามารถเลือกคนทำงานได้ตรงตามเป้าหมาย โดยเฉพาะภาคธุรกิจที่ต้องการก้าวสู่ดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซในอนาคตต่อไป