Monday, November 30, 2020
More

    คนไทย 82% ใช้ชีวิตได้โดยไม่พึ่งเงินสด ชำระเงินด้วยบัตรคอนแทคเลสแทนในชีวิตประจำวัน

    วีซ่า เปิดเผยผลการสำรวจเกี่ยวกับการศึกษาทัศนคติการชำระเงินของผู้บริโภคประจำปี (Visa Consumer Payment Attitudes Study) ที่แสดงให้เห็นว่า 79% ของชาวไทย เลือกใช้จ่ายในรูปแบบคอนแทคเลสมากขึ้นกว่าเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา

    ซึ่งผลสำรวจฉบับนี้ ศึกษาถึงพฤติกรรม และทัศนคติของผู้บริโภคที่มีต่อการชำระเงินทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งยังแสดงให้เห็นว่าผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทย 75% ที่ยังไม่เคยชำระเงินในรูปแบบคอนเทคเลสในปัจจุบัน มีความสนใจที่จะเลือกใช้วิธีนี้ในอนาคต

    คนไทยเปิดใจยอมรับเทคโนโลยีการชำระเงินรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะการชำระผ่านบัตรคอนแทคเลส


    นายสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้เห็นคนไทยเปิดใจยอมรับเทคโนโลยีการชำระรูปแบบใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการชำระเงินผ่านบัตรคอนแทคเลส การเปลี่ยนแปลงทางด้านพฤติกรรมที่เกิดขึ้น รวมถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มมากขึ้นของผู้บริโภค ซึ่งเกิดจากที่ธุรกิจทุกภาคส่วนช่วยกันให้ข้อมูลความรู้แก่ประชาชนในเรื่องของประโยชน์ของการชำระเงินในรูปแบบคอนแทคเลส รวมถึงการเพิ่มจุดรับชำระบัตรคอนแทคเลส

    ในประเทศไทยวิธีการชำระเงินในรูปแบบคอนแทคเลสยังถือว่าอยู่ในขั้นเริ่มต้น แต่เราก็ยังมองเห็นแนวโน้มการเติบโตของการชำระเงินด้วยวิธีนี้ เพราะความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และบัตรวีซ่าคอนแทคเลสยังเป็นที่ยอมรับทั่วโลก

    ผู้บริโภคส่วนใหญ่ 68% ระบุ การไม่ต้องการถือเงินสด เป็นเหตุผลสำคัญที่ใช้วิธีชำระเงินแบบคอนแทคเลส

     หตุผลที่สำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคใช้วิธีการชำระแบบคอนแทคเลส คือ ไม่ต้องการถือเงินสด 68% รองลงมาคือต้องการใช้นวัตกรรมใหม่ในการชำระเงิน 58% และเป็นวิธีการชำระที่รวดเร็วกว่าวิธีการอื่นๆ 55%

    เมื่อพูดถึงความถี่ของการชำระเงินในรูปแบบคอนแทคเลส พบว่า มากกว่า 82% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ใช้บัตรคอนแทคเลสในการใช้จ่ายอย่างน้อย 1 ถึงมากกว่า 4 ครั้งต่อสัปดาห์

    โดยจุดที่คนเลือกใช้จ่ายด้วยบัตรคอนแทคเลสมากที่สุด คือ ระหว่างการเดินทางในต่างประเทศ 17% ตามมาด้วยซูเปอร์มาร์เก็ต 12% และร้านค้าปลีกต่างๆ 11%

    ชาว Gen Y เลือกชำระเงินแบบคอนแทคเลสมากกว่า และบ่อยกว่า Gen X

    การสำรวจในด้านประชากรศาสตร์ พบว่า กลุ่ม Gen Y จำนวน 55% เลือกใช้การชำระเงินในรูปแบบคอนแทคเลส ซึ่งมากกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่ม Gen X ที่ 45%

    นอกจากนี้ประชากรกลุ่ม Gen Y เลือกชำระเงินในรูปแบบแบบคอนแทคเลสบ่อยครั้งมากกว่า โดย 3 ใน 10 เลือกชำระเงินด้วยวิธีคอนแทคเลสมากกว่า 4 ครั้งต่อสัปดาห์ ขณะที่มีเพียง 1 ใน 5 ของประชากรกลุ่ม Gen X ที่เลือกการชำระด้วยวิธีนี้มากกว่า 4 ครั้งต่อสัปดาห์

    กว่า 82% สามารถใช้ชีวิตได้โดยไม่พึ่งเงินสด และชำระเงินแบบไร้เงินสดแทนในชีวิตประจำวัน

    การสำรวจโดยวีซ่าในครั้งนี้ยังพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม  43% ระบุว่าพวกเขาถือเงินสดน้อยกว่า 2 ปีที่ผ่านมา โดยในจำนวนนี้ 65% ให้เหตุผลว่าการถือเงินสดไปในที่ต่างๆ ไม่ปลอดภัย ขณะที่ 62% ระบุว่า เลือกที่จะชำระเงินในรูปแบบคอนแทคเลสมากขึ้น และ 62% ระบุว่าจุดสำหรับการเบิกถอนเงินสดหาได้ง่ายขึ้น

    นอกจากนี้ มากกว่า 82% ของผู้ตอบแบบสอบถาม สามารถใช้ชีวิตได้โดยไม่พึ่งเงินสด และหันมาใช้การชำระเงินในรูปแบบไร้เงินสดแทนในชีวิตประจำวัน จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามเกือบ 70% ใช้ชีวิตแบบไร้เงินสดมากถึง 2 – 3 วันต่อครั้ง ขณะที่ 21% สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้โดยไม่พึ่งเงินสดมากกว่า 1 สัปดาห์แต่ยังน้อยกว่า 1 เดือน ส่วนอีก 9% ที่เหลือสามารถใช้ชีวิตได้โดยไม่ใช้จ่ายด้วยเงินสดได้ถึง 1 เดือนหรือมากกว่า

    การขับเคลื่อนของประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสด

    เมื่อพูดถึงแนวโน้มที่มีต่อการใช้จ่ายแบบไร้เงินสดในอนาคต พบว่าคนไทย 72% กล่าวว่า พวกเขาคาดว่าจะเลือกชำระเงินในรูปแบบไร้เงินสดเพิ่มมากขึ้นในปีหน้า ด้วยเหตุผลด้านความสะดวก 69%, ลดความยุ่งยากในการใช้จ่ายด้วยเงินสด 62% และความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้นกับวิธีการชำระเงินในรูปแบบไร้เงินสด 51%

    นอกจากนี้ ผู้บริโภคชาวไทยยังมีความมั่นใจที่จะเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ซึ่ง 38% เชื่อว่าพวกเขาสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้มากกว่า 1 เดือนโดยไม่พึ่งพาการใช้เงินสด โดยส่วนใหญ่ 58% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เชื่ออยู่ว่าพวกเขาสามารถอยู่โดยไม่ชำระเงินผ่านเงินสดได้เพียง 24 ชั่วโมง

    คนไทย 40% เชื่อว่าประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมไร้เงินสดภายใน 2 – 5 ปี

    ทั้งนี้เมื่อสอบถามว่าเมื่อไรที่ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด พบว่า 40% ของกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่าน่าจะใช้เวลาระหว่าง 2 – 5 ปี ขณะที่ 27% คิดว่าอาจจะใช้เวลาประมาณ 6 – 10 ปี และที่น่าสนใจคือ 7% เชื่อว่าประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมไร้เงินสดภายในปีหน้า

     นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างเชื่อว่าประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจากการพัฒนาสู่สังคมไร้เงินสด คือ ความสะดวกสบาย 58%, เพิ่มความสามารถในการวางแผนทางการเงิน 56%, การลดความเสี่ยงจากการโจรกรรม 55% และการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน 44%

    อย่างไรก็ตาม นายสุริพงษ์ ตันติยานนท์ กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าเทคโนโลยีด้านการชำระเงินเป็นตัวแปรสำคัญอันดับต้นๆ ที่จะช่วยให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ซึ่งหนึ่งปัจจัยที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันก็คือการเข้าถึง และการทำความเข้าใจด้านความต้องการในปัจจุบัน และคาดการณ์ถึงความต้องการในอนาคตของผู้บริโภคชาวไทย  โดยหวังว่าการศึกษาด้านทัศนคติการชำระเงินของผู้บริโภคประจำปี ของวีซ่า ซึ่งได้ทำอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน จะช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับลูกค้า และพันธมิตร ในขณะเดียวกันก็หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะช่วยสนับสนุนภาครัฐในการกำหนดมาตรการ และกลไกต่างๆ ที่จะเอื้อประโยชน์ต่อประชาชน ธุรกิจไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ และเป็นอีกแรงขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง