Friday, October 23, 2020
More

    เศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทย 3 เดือนข้างหน้า คาดปรับตัวดีขึ้นในรอบ 7 เดือน

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยรายงานดัชนีภาวะเศรษฐกิจ และการครองชีพของครัวเรือนไทย (KR-ECI) ในเดือน มิ.ย. 2563 อยู่ที่ระดับ 36.0 ทรงตัวใกล้เคียงกับเดือน พ.ค. 2563 ที่อยู่ในระดับ 36.1 โดยในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่ายังคงมีความเปราะบางอยู่มาก แต่สำหรับในอีก 3 เดือนข้างหน้า จะปรับตัวดีขึ้นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน

    ยกเลิกเคอร์ฟิว ทำให้รายได้และการจ้างงานของครัวเรือนปรับตัวดีขึ้น แต่ก็มีรายจ่ายเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะราคาพลังงานและค่าสาธารณูปโภค

    ในเดือนที่ผ่านมาภาครัฐมีมาตรการผ่อนปรนเพิ่มเติมสำหรับกิจกรรมและกิจการ รวมถึงยกเลิกประกาศห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน (ยกเลิกเคอร์ฟิว) ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่กลับมาดำเนินการตามปกติ ส่งผลให้รายได้และภาวะการจ้างงานของครัวเรือนไทยทยอยปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือน พ.ค. 2563


    ขณะเดียวกัน ครัวเรือนไทยมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในเดือนมิ.ย. 2563 จากระดับราคาสินค้าที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาพลังงานและค่าสาธารณูปโภค อีกทั้งครัวเรือนบางส่วนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรหลานก่อนเปิดภาคเรียนใหม่ในวันที่ 1 ก.ค. 2563

    ภาพรวมดัชนีภาวะเศรษฐกิจ การครองชีพของครัวเรือนไทยครึ่งปีหลังยังเปราะบางมาก โดยในช่วง 3 เดือนข้างหน้าจะปรับตัวดีขึ้นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน

     

    ในขณะที่ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทยอีก 3 เดือนข้างหน้า (3-month Expected KR-ECI) อยู่ที่ระดับ 37.4 ในการสำรวจช่วงเดือนมิถุนายน 2563 ปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 35.9 ในการสำรวจช่วงเดือนพฤษภาคม 2563 นับเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน ที่ดัชนีภาวะเศรษฐกิจฯ ในช่วง 3 เดือนข้างหน้าอยู่ในระดับสูงกว่าดัชนีภาวะเศรษฐกิจฯ ในปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นว่าครัวเรือนมองภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสที่ 3/63 จะทยอยปรับตัวดีขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 ยังคงมีความเปราะบางอยู่มาก แม้ภาครัฐจะมีมาตรการผ่อนปรนสำหรับทุกกิจกรรมทางเศรษฐกิจแล้ว แต่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังต้องอาศัยระยะเวลาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังรุนแรงในต่างประเทศ จึงเป็นโจทย์สำคัญของภาครัฐในการเร่งฟื้นฟูและประคับประคองภาคธุรกิจในประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs ที่มีส่วนสำคัญต่อการจ้างงานในประเทศ และพยุงกำลังซื้อของครัวเรือนไทย

    ครัวเรือนกังวลเรื่องรายได้และการมีงานทำน้อยลง สวนทางประเด็นเรื่องค่าใช้จ่าย

     

    ดัชนีภาวะเศรษฐกิจ และการครองชีพของครัวเรือนไทย (KR-ECI) ที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และพื้นที่ต่างจังหวัดในเดือน มิ.ย 2563 อยู่ที่ระดับ 36.0 ทรงตัวอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเดือน พ.ค 2563 ที่ระดับ 36.1 แม้ครัวเรือนจะมีความกังวลลดลงต่อประเด็นเรื่องรายได้และการมีงานทำ แต่กลับมีความกังวลมากขึ้นต่อประเด็นเรื่องค่าใช้จ่าย (ไม่รวมหนี้สิน)

    โดยในเดือน มิ.ย. 2563 ที่ผ่านมา ภาครัฐได้ออกมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 3 สำหรับกิจกรรมและกิจการในกลุ่มสีเหลืองที่มีความเสี่ยงปานกลาง (บังคับใช้วันที่ 1 มิ.ย 2563) และระยะที่ 4 สำหรับกิจกรรมและกิจการในกลุ่มสีแดงที่มีความเสี่ยงสูง (บังคับใช้วันที่ 15 มิ.ย 2563) รวมถึงยกเลิกประกาศห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่เริ่มทยอยกลับมาเปิดดำเนินการตามปกติ ส่งผลให้ครัวเรือนบางส่วนมีความกังวลลดลงต่อประเด็นเรื่องรายได้และการมีงานทำของตนเอง โดยเฉพาะครัวเรือนที่ประกอบอาชีพค้าขาย

    แม้รายได้และการมีงานทำของครัวเรือนไทยจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย หลังจากที่มีมาตรการผ่อนปรนเพิ่มเติมในเดือน มิ.ย. 2563 แต่ภาวะการครองชีพของครัวเรือนไทยยังได้รับแรงกดดันจากฝั่งรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากระดับราคาสินค้าและบริการในประเทศที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาพลังงานและค่าสาธารณูปโภค สอดคล้องไปกับดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปที่ในเดือน มิ.ย. 2563 ขยับขึ้น 1.56% เมื่อเทียบกับเดือน พ.ค. 2563 นอกจากนี้ ครัวเรือนบางส่วนยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรหลาน เช่น อุปกรณ์การศึกษา ชุดนักเรียน เป็นต้น ก่อนเปิดภาคเรียนใหม่ในวันที่ 1 ก.ค. 2563

    อัตราการเลิกจ้างในองค์กรหรือหน่วยงานลดลงจาก 4.2% มาอยู่ที่ 3.7% และส่วนใหญ่ 21.3% มีนโยบายชะลอการรับพนักงานใหม่ สะท้อนการจ้างงานที่ลดลงในตลาดแรงงานไทย

     

    นอกจากนี้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ทำการสำรวจเพิ่มเติมต่อประเด็นเรื่องสถานการณ์การจ้างงานในองค์กร/หน่วยงานของครัวเรือนไทยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พบว่าการเลิกจ้างในองค์กรหรือหน่วยงานที่ครัวเรือนสังกัดหรือเป็นเจ้าของมีอัตราที่ลดลงจาก 4.2% ในเดือนมีนาคม 2563 มาอยู่ที่ 3.7% ในเดือนมิถุนายน 2563 อย่างไรก็ดี องค์กรหรือหน่วยงานที่ครัวเรือนสังกัดหรือเป็นเจ้าของส่วนใหญ่ 21.3% มีนโยบายชะลอรับพนักงานใหม่เพื่อทดแทนพนักงานเดิมที่ลาออกหรือเลิกจ้างไปในช่วงก่อนหน้า (Hiring Freeze)

    ซึ่งเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับผลสำรวจในเดือนมีนาคม 2563 ที่อยู่ที่ 9.2% สะท้อนจำนวนตำแหน่งการจ้างงานที่ลดลงในตลาดแรงงานไทย ในขณะที่การขอให้ใช้สิทธิ์ลาโดยไม่รับเงินเดือน (Leave without pay) การปรับลดเงินเดือนแทนการเลิกจ้าง และการลดจำนวนวันทำงานเพื่อลดต้นทุนค่าแรงมีอัตราที่ลดลงเมื่อเทียบกับผลสำรวจในช่วงเดือนมีนาคม 2563 สะท้อนให้เห็นว่ารายได้ของครัวเรือนไทยบางส่วนเริ่มทยอยกลับสู่ระดับปกติก่อนเกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19

    ครัวเรือนไทยมองภาวะเศรษฐกิจ และการครองชีพของตนเองได้ผ่านจุดที่ย่ำแย่ที่สุดไปแล้ว

     

    ดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือน (KR Household Economic Condition Index หรือ KR-ECI) ที่จัดทำขึ้นโดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย เพื่อให้เป็นเครื่องชี้ที่สะท้อนความรู้สึกของครัวเรือนที่มีต่อภาวะการครองชีพทั้งในปัจจุบัน และในช่วง 3 เดือนข้างหน้า โดยค่าดัชนีที่สูงกว่าระดับ 50 หมายถึง ครัวเรือนส่วนใหญ่มองว่าภาวะการครองชีพ ‘ดีขึ้น’ ในทางตรงกันข้าม ค่าดัชนีที่ต่ำกว่าระดับ 50 หมายถึงภาวะการครองชีพ ‘แย่ลง’

    ซึ่งจากที่ ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวดีขึ้น จากระดับ 35.9 ในการสำรวจช่วงเดือน พ.ค. 2563 มาอยู่ที่ระดับ 37.4 นับเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือนที่ดัชนีภาวะเศรษฐกิจฯ ในช่วง 3 เดือนข้างหน้ากลับมาอยู่ในระดับที่สูงกว่าดัชนีภาวะเศรษฐกิจฯ ในปัจจุบัน

    ชี้ให้เห็นว่าครัวเรือนไทยมองภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของตนเองได้ผ่านจุดที่ย่ำแย่ที่สุดไปแล้ว อย่างไรก็ดี สภาวะการครองชีพของครัวเรือนไทยในปัจจุบันยังอยู่ภายใต้หลายมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐและสถาบันการเงิน ซึ่งมีผลต่อมุมมองการครองชีพของครัวเรือน เช่น มาตรการพักชำระหนี้เงินต้น มาตรการเยียวยาเกษตรกร มาตรการลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีม่วง เป็นต้น จึงยังต้องติดตามภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทย หากผลของมาตรการเหล่านี้สิ้นสุดลง

    ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของ เดือน มิ.ย. 63 ยังทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า

     

    โดยสรุปแล้ว ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทย (KR-ECI) ในเดือน มิ.ย. 2563 ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า แม้รายได้และการมีงานทำของครัวเรือนจะปรับตัวดีขึ้นจากเดือน พ.ค. 2563 แต่ในขณะเดียวกัน ครัวเรือนก็มีรายจ่าย (ไม่รวมหนี้) เพิ่มขึ้น แตกต่างจากดัชนีฯ ในอีก 3 เดือนข้างหน้า (3-month Expected KR-ECI) ที่ปรับตัวดีขึ้นจากทุกมิติการครองชีพของครัวเรือน

    สะท้อนมุมมองของครัวเรือนที่ผ่านจุดย่ำแย่ที่สุดไปแล้ว แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนมาตรการภาครัฐที่อาจจะมีเพิ่มเติม รวมถึงมาตรการพักชำระหนี้ที่กำลังจะสิ้นสุดโครงการลงในช่วงไตรมาสที่ 3 นี้