Wednesday, November 25, 2020
More

    พนักงานกว่า 80% ต้องการ WFH ช่วงโควิด-19

    the adecco group บริษัทเอเจนซี่ด้านทรัพยากรบุคคลครบวงจร เผยผลสำรวจ Resetting Normal Defining the New Era of Work ที่สำรวจในกลุ่มคนทำงานในประเทศไทยจำนวน 670 คน โดยส่วนใหญ่เป็นพนักงานประจำและมีการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไปและกว่าครึ่งเป็นพนักงานในระดับหัวหน้า – ผู้จัดการ ถึงผลกระทบที่ได้รับจากการระบาดของโควิด-19 และมุมมองการทำงานในอนาคต

    เอกชนรัดเข็มขัดชะลอการรับพนักงานใหม่

    ภาคเอกชนต่างมีมาตรการที่หลากหลายเพื่อรัดเข็มขัดในช่วงโควิด-19 ตั้งแต่


    – การชะลอรับพนักงานใหม่ 57%

    – ชะลอขึ้นเงินเดือน/เลื่อนขั้น 26%

    – ลดเงินเดือน 18%

    – ลดกำลังการผลิต 17%

    – ให้พนักงานใช้วันลา 17%

    – เลิกจ้างพนักงาน 16%

    – พักงานพนักงานชั่วคราว 14%

    – ลดการจ้าง supplier 11%

    – ปรับตารางงานลดเวลาทำงานในออฟฟิศผสมผสานการทำงานจากที่บ้าน 57%

    พนักงานส่วนใหญ่กว่า 80%  มีมุมมองต่อนโยบาย work from home หวังให้มีการสานต่อนโยบายนี้ โดยผสมผสานการทำงานจากที่บ้านในบางวัน เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อโควิด-19 และสร้างสมดุลระหว่างชีวิตทำงานและชีวิตส่วนตัว

    โดย 54% เชื่อว่าการทำงานที่ออฟฟิศยังจำเป็นอยู่ ช่วยในการประสานงานระหว่างทีมได้ดีขึ้น

    51% เชื่อว่าการทำงานจากที่บ้านได้ประสิทธิผลไม่ต่างจากการทำงานที่ออฟฟิศ

    37% เชื่อว่าพวกเขาทำผลงานได้ดีขึ้นกว่าตอนทำงานที่ออฟฟิศ

    12% คิดว่าคุณภาพการทำงานของพวกเขาลดลงเมื่อทำงานจากที่บ้าน

    ความคาดหวังของพนักงานที่มีต่อองค์กรในวิกฤติโควิด-19

    จากผลกระทบโควิด-19 ที่เกิดขึ้น พนักงานส่วนใหญ่คิดว่าเป็นหน้าที่ขององค์กรและรัฐบาลที่ต้องยื่นมือ`เข้าช่วยเหลือพนักงานให้ก้าวข้ามวิกฤตนี้ ขณะเดียวกันก็ต้องมองว่าตนต้องพึ่งพาตัวเองด้วย สำหรับพนักงานคาดหวังจากองค์ได้แก่

    สำหรับมุมมองที่มีต่อสถานการณ์หลังโควิด-19 พนักงานกว่า 56% เชื่อว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้นและมองว่าสายเทคโนโลยีน่าจะมีอนาคตมากที่สุด แต่แม้ว่าส่วนใหญ่จะมองโลกในแง่ดี พนักงานกว่า 65% ก็ยังไม่มีแผนเปลี่ยนงานในอีก 1 ปีข้างหน้า

    ความปกติใหม่ที่องค์กรและพนักงานต้องปรับตัวให้ทัน

    ธิดารัตน์ กาญจนวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อเด็คโกประเทศไทย เปิดเผยว่า เมื่อเทียบผลสำรวจของประเทศไทยและอีกหลายประเทศ ภาพรวมพบว่าผลที่ออกมาค่อนข้างสอดคล้องกับหลายประเทศ ที่องค์กรมีการปรับตัวให้ lean มากขึ้น ดิจิทัลมากขึ้น ในขณะที่รูปแบบการทำงาน มีการผสมผสานการทำงานจากที่บ้าน เพื่อสร้างความยืดหยุ่นในการทำงาน สิ่งเหล่านี้เป็นความปกติใหม่ที่องค์กรต้องวางแผนปรับตัวทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ผลสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า คนไทยต้องการการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ปัจจุบันนี้ work from home ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ผู้สมัครใช้คัดเลือกองค์กร เพราะมองว่าการทำงานสามารถทำจากที่ไหนก็ได้และให้ความสำคัญกับสมดุลการใช้ชีวิตในลำดับต้นๆ

    อย่างไรก็ตามการทำงานจากที่บ้านเป็นความท้าทายหนึ่งที่หลายองค์กรต้องเผชิญเพราะการทำงานนอกออฟฟิศนั้นองค์กรมักจะมีความกังวลใจในแง่ประสิทธิผลในการทำงานของพนักงานและภายใต้ความปกติใหม่นี้ผู้นำองค์กรจึงจำเป็นต้องดึงทักษะบางตัวขึ้นมาในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง