Friday, October 30, 2020
More

    ตลาดอีคอมเมิร์ซอินเดียโตขึ้น 2 เท่าช่วงล็อกดาวน์ พบคนหันมาดูแลตัวเองที่บ้านมากขึ้น

    สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงนิวเดลี เผยสถานการณ์ตลาดอีคอมเมิร์ซของอินเดียในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19

    ผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเองในอินเดียโตขึ้น 2 เท่าช่วงล็อกดาวน์

    โดยพบว่าตัวเลขยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อ และสินค้าจำเป็นสำหรับการป้องกันโรคเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และยังมีสินค้าอีกประเภทหนึ่งที่มียอดขายเพิ่มขึ้นเช่นกันคือผลิตภัณฑ์สำหรับการดูแลความงาม ตัดแต่งทรงผม หนวด เคราด้วยตัวเอง หรือที่เรียกว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์กรูมมิ่ง (Grooming)


    ซึ่งข้อมูลจาก สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงนิวเดลี รายงานว่าตลาดอีคอมเมิร์ซยอดนิยมของอินเดียมียอดซื้อสินค้ากรูมมิ่งเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะสินค้าดูแลผม ผิวหน้า เล็บมือ และเล็บเท้า โดยใน Amazon.in นั้น อุปกรณ์ตัดผมมียอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 7 เท่า ซึ่งแทบจะถือว่าเป็นเรื่องใหม่ของอินเดียที่ผู้คนตัดผมเองที่บ้าน

    ส่วนใน Flipkart.com ก็มีแนวโน้มในการซื้อสินค้ากรูมมิ่งเพิ่มขึ้นทั่วอินเดีย
    ไม่ใช่แค่ในเมืองใหญ่เท่านั้น แต่เมืองรอง เช่น อินดอร์ อาห์มดาบัด และดิสปูร์ ก็มีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน เห็นได้จากการค้นหาสินค้าเหล่านี้เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า ซึ่งผู้บริโภคซื้อสินค้ากรูมมิ่งในทุกระดับราคา และสนใจคุณสมบัติของสินค้ามากกว่าแบรนด์

    สินค้ากรูมมิ่งในกลุ่มตลาดออฟไลน์ของอินเดียก็มีการเติบโตเช่นกัน

    ทั้งนี้การเติบโตของยอดจำหน่ายสินค้ากรูมมิ่งไม่ได้เพิ่มขึ้นเฉพาะบนร้านค้าออนไลน์เท่านั้น แต่ยังเพิ่มขึ้นในร้านค้าออฟไลน์เช่นกัน โดยเฉพาะในระยะแรกของการล็อคดาวน์ที่ร้านค้าอีคอมเมิร์ซได้รับอนุญาตให้จัดส่งเฉพาะสินค้าจำเป็นเท่านั้น ผู้คนจึงต้องหันมาพึ่งพิงร้านค้าทั่วไปเป็นหลัก

    ดังเช่นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ Havelles India ที่ในช่วงเวลาปกติได้รับคำสั่งซื้อราวร้อยละ 45 จากบริษัทอีคอมเมิร์ซ แต่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัทกลับได้รับความสนใจจากร้านออฟไลน์มากกว่า
    โดยมียอดขายเครื่องตัดแต่งขน (Trimmer) เพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด-19 ส่วนแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างฟิลิปส์ (Phillips) ก็มียอดขายสินค้ากรูมมิ่งสำหรับผู้หญิง และผู้ชายเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 45-50

    อีกหนึ่งแนวโน้มที่น่าสนใจในช่วงโควิด-19 คือสินค้าดูแลผิวพรรณ (Skincare) ได้รับความสนใจมากกว่าเครื่องสำอาง โดยพบว่าผู้คนจากอินเดียเหนือ ตะวันตก และใต้สนใจสินค้าดูแลผิวพรรณมากที่สุด ส่วนผู้บริโภคจากอินเดียตะวันออกนั้นสนใจสินค้าดูแลผมมากกว่า

    ไทยส่งออกเครื่องสำอางสู่อินเดีย ปี 62 รวมมูลค่า 118.1 ล้านดอลลาร์

    ด้านกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เผยว่าในปี พ.ศ. 2562 ประเทศไทยส่งออกเครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณไปอินเดียรวมมูลค่า 118.1 ล้านดอลลาร์ โดยสินค้าที่อินเดียนำเข้าจากไทยมากสุด คือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าหรือบำรุงผิว หัวน้ำหอมและน้ำหอม ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม ผลิตภัณฑ์อาบน้ำดับกลิ่นตัวและที่โกนหนวด สบู่และผลิตภัณฑ์สำหรับช่องปาก เป็นต้น

    อย่างไรก็ตาม ตลาดสินค้าความงามและผลิตภัณฑ์กรูมมิ่งในอินเดียมีแนวโน้มที่จะเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้ในช่วงวิกฤตการณ์โควิด-19 ที่หลายอุตสาหกรรมประสบปัญหา แต่ยอดขายสินค้าบางประเภทอย่างสินค้าดูแลความงามด้วยตัวเองที่บ้านยังมีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้อินเดียจึงยังเป็นตลาดที่น่าสนใจสำหรับสินค้าความงาม และผลิตภัณฑ์กรูมมิ่งของผู้ประกอบการชาวไทย

    โดยในแต่ละปีอินเดียจะมีงานแสดงสินค้าสำคัญเกี่ยวกับสินค้าความงามจัดขึ้น
    อาทิ International Beauty & Spa Expo ซึ่งผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าร่วมงานได้ เพื่อขยายตลาดสินค้า สร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับธุรกิจ โดยสามารถขอรับการสนับสนุนจากโครงการ SMEs Pro-active ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์จัดขึ้น

    ศึกษาข้อมูล และหลักเกณฑ์โครงการเพิ่มเติมที่
    https://smesproactive.ditp.go.th/
    – Facebook Page : SMEs Pro-active by DITP
    – เบอร์โทรศัพท์ 02-507-7783 / 02-507-7786