การสำรวจความคิดเห็นในหัวข้อ “การดูแลสุขภาพของประชาชนหลังมีโควิด-19 ระบาด” ของสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ที่ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,123 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 3-7 สิงหาคม 2563

คนไทยกว่าร้อยละ 80 หันมาใส่ใจคนรอบข้างมากขึ้นจากโควิด-19
จากการสำรวจพบว่าพฤติกรรมสุขภาพที่ประชาชนปฎิบัติมากขึ้นที่สุดจะเป็น
การเอาใจใส่คนรอบข้าง เช่นพ่อแม่ พี่น้อง
– มากขึ้น ร้อยละ 80.59
– เท่าเดิม ร้อยละ 18.52
– ลดลง ร้อยละ 0.89
การซื้ออุปกรณ์ป้องกันโควิด-19
– มากขึ้น ร้อยละ 75.78
– เท่าเดิม ร้อยละ 18.52
– ลดลง ร้อยละ 5.97
การดูแลรักษาความสะอาดของเสื้อผ้า ของใช้ประจำตัว
– มากขึ้น ร้อยละ 69.01
– เท่าเดิม ร้อยละ 30.45
– ลดลง ร้อยละ 0.54
การเลือกอาหารการกิน
– มากขึ้น ร้อยละ 67.85
– เท่าเดิม ร้อยละ 30.28
– ลดลง ร้อยละ 1.87
การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บ
– มากขึ้น ร้อยละ 61.18
– เท่าเดิม ร้อยละ 32.59
– ลดลง ร้อยละ 6.23
การทำความสะอาดบ้าน ที่อยู่อาศัย
– มากขึ้น ร้อยละ 59.39
– เท่าเดิม ร้อยละ 39.45
– ลดลง ร้อยละ 1.16
การตรวจเช็คสุขภาพตนเอง เช่น วัดไข้ วัดความดัน ฯลฯ
– มากขึ้น ร้อยละ 54.14
– เท่าเดิม ร้อยละ 36.33
– ลดลง ร้อยละ 9.53
การนอนหลับพักผ่อน
– มากขึ้น ร้อยละ 49.07
– เท่าเดิม ร้อยละ 48.09
– ลดลง ร้อยละ 2.84

โดยคุณพรพรรณ บัวทอง นักวิจัย สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยว่า “จากผลการสำรวจสะท้อนให้เห็นว่าหลังจากมีการระบาดของโควิด-19 คนไทยมีพฤติกรรมดูแลสุขภาพเปลี่ยนแปลงไป โดยพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปในทิศทาง “มากขึ้น” ล้วนเป็นพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย 4 ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ที่อยู่อาศัยเครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค”
“โดยเฉพาะปัจจัยด้านยารักษาโรคที่พบว่าคนไทยมีการตระเตรียมซื้ออุปกรณ์ป้องกันโควิด-19 เพิ่มขึ้น และนอกจากจะซื้อเพื่อตนเองแล้ว ยังดูแลเผื่อแผ่ไปยังคนรอบข้างมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งพฤติกรรมป้องกันโควิด-19 ด้วยตนเองอย่างเคร่งครัดของคนไทยเช่นนี้ จึงเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ประเทศไทยไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศมากว่า 2 เดือน และส่งผลให้ไทยเป็นประเทศที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากสถานการณ์โควิด-19 อีกด้วย”
คนไทย 65.18% เผยว่ามีการใช้รถสาธารณะลดลงจากโควิด-19
โดยจากการสำรวจในครั้งนี้ยังพบว่าพฤติกรรมที่คนไทยปฎิบัติลดลงไปมากที่สุดจะเป็น
การไปในสถานที่บันเทิง สถานแออัด
– ลดลง ร้อยละ 76.58
– เท่าเดิม ร้อยละ 10.95
– มากขึ้น ร้อยละ 12.47
การใช้บริการรถสาธารณะ เช่น รถเมล์ รถไฟฟ้า รถตู้ ฯลฯ
– ลดลงร้อยละ 65.18
– เท่าเดิม ร้อยละ 21.64
– มากขึ้น ร้อยละ 13.18

ขณะที่ในส่วนของพฤติกรรมที่คนไทยยังคงปฎิบัติเท่าเดิมในยุคโควิด-19 จะเป็น
การทำงานอดิเรก
– เท่าเดิม ร้อยละ 56.01
– มากขึ้น ร้อยละ 34.64
– ลดลง ร้อยละ 9.35
การซื้อประกันชีวิต/ประกันสุขภาพ
– เท่าเดิม ร้อยละ 55.92
– มากขึ้น ร้อยละ 22.89
– ลดลง ร้อยละ 21.19
การออกกำลังกาย
– เท่าเดิม ร้อยละ 45.59
– มากขึ้น ร้อยละ 40.34
– ลดลง ร้อยละ 14.07
ทั้งนี้ทางผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีสุดา วงศ์วิเศษกุล คณบดี คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้กล่าวว่า “ผลโพลของ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สะท้อนให้เห็นอิทธิพลของการระบาดนี้ต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพอย่างชัดเจน กล่าวคือพฤติกรรมเชิงป้องกันตนเองเพิ่มสูงขึ้น และพฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อโรคลดต่ำลง”
“รวมทั้งการค้นหาข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพ การตรวจสุขภาพ อันเป็นพฤติกรรมที่บุคลากรสุขภาพคาดหวังให้ประชาชนประพฤติปฏิบัตินั้น เพิ่มสูงขึ้นด้วย อาจกล่าวได้ว่าวิกฤติการณ์โควิด-19 เป็นปัจจัยกระตุ้นภูมิคุ้มกันด้านสุขภาพ (Health Protection) ที่มีประสิทธิภาพยิ่ง และประเด็นที่น่าสนใจคือการเอาใจใส่คนรอบข้าง เช่น พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน เพิ่มสูงขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง จึงขอเสนอสโลแกนป้องกันการระบาดรอบใหม่ไว้ ณ ที่นี้ “การ์ดอย่าตกเพื่อปกป้องตัวคุณ คนที่รัก และครอบครัว”


