Friday, November 27, 2020
More

    คนไทยเกินครึ่งใช้บริการรถสาธารณะลดลง ทั้งกว่า 1 ใน 3 ยังงดไปสถานบันเทิง เหตุจากโควิด-19

    การสำรวจความคิดเห็นในหัวข้อ “การดูแลสุขภาพของประชาชนหลังมีโควิด-19 ระบาด” ของสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ที่ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,123 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 3-7 สิงหาคม 2563

    คนไทยกว่าร้อยละ 80 หันมาใส่ใจคนรอบข้างมากขึ้นจากโควิด-19


    จากการสำรวจพบว่าพฤติกรรมสุขภาพที่ประชาชนปฎิบัติมากขึ้นที่สุดจะเป็น

    การเอาใจใส่คนรอบข้าง เช่นพ่อแม่ พี่น้อง
    – มากขึ้น ร้อยละ 80.59
    – เท่าเดิม ร้อยละ 18.52
    – ลดลง ร้อยละ 0.89

    การซื้ออุปกรณ์ป้องกันโควิด-19
    – มากขึ้น ร้อยละ 75.78
    – เท่าเดิม ร้อยละ 18.52
    – ลดลง ร้อยละ 5.97

    การดูแลรักษาความสะอาดของเสื้อผ้า ของใช้ประจำตัว
    – มากขึ้น ร้อยละ 69.01
    – เท่าเดิม ร้อยละ 30.45
    – ลดลง ร้อยละ 0.54

    การเลือกอาหารการกิน
    – มากขึ้น ร้อยละ 67.85
    – เท่าเดิม ร้อยละ 30.28
    – ลดลง ร้อยละ 1.87

    การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บ
    – มากขึ้น ร้อยละ 61.18
    – เท่าเดิม ร้อยละ 32.59
    – ลดลง ร้อยละ 6.23

    การทำความสะอาดบ้าน ที่อยู่อาศัย
    – มากขึ้น ร้อยละ 59.39
    – เท่าเดิม ร้อยละ 39.45
    – ลดลง ร้อยละ 1.16

    การตรวจเช็คสุขภาพตนเอง เช่น วัดไข้ วัดความดัน ฯลฯ
    – มากขึ้น ร้อยละ 54.14
    – เท่าเดิม ร้อยละ 36.33
    – ลดลง ร้อยละ 9.53

    การนอนหลับพักผ่อน
    – มากขึ้น ร้อยละ 49.07
    – เท่าเดิม ร้อยละ 48.09
    – ลดลง ร้อยละ 2.84

    โดยคุณพรพรรณ บัวทอง นักวิจัย สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยว่า “จากผลการสำรวจสะท้อนให้เห็นว่าหลังจากมีการระบาดของโควิด-19 คนไทยมีพฤติกรรมดูแลสุขภาพเปลี่ยนแปลงไป โดยพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปในทิศทาง “มากขึ้น” ล้วนเป็นพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย 4 ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ที่อยู่อาศัยเครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค”

    “โดยเฉพาะปัจจัยด้านยารักษาโรคที่พบว่าคนไทยมีการตระเตรียมซื้ออุปกรณ์ป้องกันโควิด-19 เพิ่มขึ้น และนอกจากจะซื้อเพื่อตนเองแล้ว ยังดูแลเผื่อแผ่ไปยังคนรอบข้างมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งพฤติกรรมป้องกันโควิด-19 ด้วยตนเองอย่างเคร่งครัดของคนไทยเช่นนี้ จึงเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ประเทศไทยไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศมากว่า 2 เดือน และส่งผลให้ไทยเป็นประเทศที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากสถานการณ์โควิด-19 อีกด้วย”

    คนไทย 65.18% เผยว่ามีการใช้รถสาธารณะลดลงจากโควิด-19

    โดยจากการสำรวจในครั้งนี้ยังพบว่าพฤติกรรมที่คนไทยปฎิบัติลดลงไปมากที่สุดจะเป็น

    การไปในสถานที่บันเทิง สถานแออัด
    – ลดลง ร้อยละ 76.58
    – เท่าเดิม ร้อยละ 10.95
    – มากขึ้น ร้อยละ 12.47

    การใช้บริการรถสาธารณะ เช่น รถเมล์ รถไฟฟ้า รถตู้ ฯลฯ
    – ลดลงร้อยละ 65.18
    – เท่าเดิม ร้อยละ 21.64
    – มากขึ้น ร้อยละ 13.18

    ขณะที่ในส่วนของพฤติกรรมที่คนไทยยังคงปฎิบัติเท่าเดิมในยุคโควิด-19 จะเป็น

    การทำงานอดิเรก
    – เท่าเดิม ร้อยละ 56.01
    – มากขึ้น ร้อยละ 34.64
    – ลดลง ร้อยละ 9.35

    การซื้อประกันชีวิต/ประกันสุขภาพ
    – เท่าเดิม ร้อยละ 55.92
    – มากขึ้น ร้อยละ 22.89
    – ลดลง ร้อยละ 21.19

    การออกกำลังกาย
    – เท่าเดิม ร้อยละ 45.59
    – มากขึ้น ร้อยละ 40.34
    – ลดลง ร้อยละ 14.07

    ทั้งนี้ทางผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีสุดา วงศ์วิเศษกุล คณบดี คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้กล่าวว่า “ผลโพลของ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สะท้อนให้เห็นอิทธิพลของการระบาดนี้ต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพอย่างชัดเจน กล่าวคือพฤติกรรมเชิงป้องกันตนเองเพิ่มสูงขึ้น และพฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อโรคลดต่ำลง”

    “รวมทั้งการค้นหาข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพ การตรวจสุขภาพ อันเป็นพฤติกรรมที่บุคลากรสุขภาพคาดหวังให้ประชาชนประพฤติปฏิบัตินั้น เพิ่มสูงขึ้นด้วย อาจกล่าวได้ว่าวิกฤติการณ์โควิด-19 เป็นปัจจัยกระตุ้นภูมิคุ้มกันด้านสุขภาพ (Health Protection) ที่มีประสิทธิภาพยิ่ง และประเด็นที่น่าสนใจคือการเอาใจใส่คนรอบข้าง เช่น พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน เพิ่มสูงขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง จึงขอเสนอสโลแกนป้องกันการระบาดรอบใหม่ไว้ ณ ที่นี้ “การ์ดอย่าตกเพื่อปกป้องตัวคุณ คนที่รัก และครอบครัว”