Friday, October 23, 2020
More

    อุตสาหกรรมอาหารไทยครึ่งแรกปี 63 ผลิตลดลงร้อยละ 8.6 พบส่งออกเตะ 5 แสนล้านบาท

    สถาบันอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เผยข้อมูลภาพรวมอุตสาหกรรมอาหารของไทยครึ่งปีแรกของปี 2563 และแนวโน้มอีกครึ่งปีหลังของปี 2563

    ผลผลิตอาหารไทยครึ่งแรก ปี 63 หดตัวร้อยละ 8.6 น้ำตาลทรายกระทบสุดที่ร้อยละ -38.8

    โดยในส่วนของสถาบันอาหารจะทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องภายใต้การดำเนินงานของ ศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร (Food Intelligence Center) ซึ่งมีสภาอุตสาหกรรมฯและสภาหอการค้าฯร่วมบูรณาการข้อมูล


    พบว่าช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 ผลผลิตอุตสาหกรรมอาหารของไทยหดตัวลงมากที่ร้อยละ 8.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  เป็นผลมาจากมาตรการล็อคดาวน์ประเทศ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของสถานการณ์โควิด-19

    โดยการผลิตสำคัญที่หดตัวลงในช่วงครึ่งปีแรกได้แก่

    น้ำตาลทราย (-38.0%)

    แป้งมันสำปะหลัง (-4.9%)

    กุ้งแช่แข็ง (-3.9%)

    สับปะรดกระป๋อง (-7.9%)

    ส่วนอุตสาหกรรมที่มีการผลิตเพิ่มสูงขึ้นได้แก่

    การแปรรูปเนื้อไก่ (+3.1%)

    ปลาทูน่ากระป๋อง (+18.1%)

    เครื่องปรุงรส (+3.9%)

    บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (+10.7%)

    การส่งออกไทยครึ่งแรก ปี 63 มีมูลค่า 505,584 ล้านบาท

    ด้านการส่งออกอาหารของไทย ภาพรวมครึ่งปีแรก 2563 หดตัวลงเล็กน้อยร้อยละ 2.0 มีมูลค่า 505,584 ล้านบาท แบ่งเป็น

    กลุ่มสินค้าอาหารแปรรูปขยายตัวเพิ่มขึ้น (+0.1%) มีมูลค่า 238,869 ล้านบาท

    กลุ่มสินค้าเกษตรวัตถุดิบการส่งออกหดตัวลง (-3.7%) มีมูลค่า 266,715 ล้านบาท

    โดยในไตรมาสแรกของปี 2563 การส่งออกหดตัวลงร้อยละ 9.1 และสามารถพลิกกลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.9 ได้ในไตรมาสที่ 2 เพราะประเทศผู้นำเข้าเริ่มมีการสั่งซื้อสินค้าอาหารเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น

    และสินค้าอาหารที่ไทยส่งออกได้เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งแรกปี 63 ได้แก่

    อาหารพร้อมรับประทาน (+15.8%)

    ปลาทูน่ากระป๋อง (+10.0%)

    เครื่องปรุงรส(+6.6%)

    ไก่สดและแปรรูป (+2.1%

    ส่วนสินค้าที่ส่งออกหดตัว ครึ่งแรกปี 63 ได้แก่

    ข้าว (-14.9%)

    น้ำตาลทราย (-12.8%)

    แป้งมันสำปะหลัง (-12.2%)

    กุ้ง (-13.2%)

    สับปะรด (-1.0%)

    มะพร้าว (-15.0%)

    ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบ (ข้าว น้ำตาลทราย แป้งมันสำปะหลัง สับปะรด) รวมถึงช่องทางจำหน่ายที่หดตัว กระทบต่อการส่งออกกุ้ง และมะพร้าว (กะทิสำเร็จรูป) โดยเฉพาะช่องทางจำหน่ายในกลุ่มธุรกิจปลายน้ำอย่างโรงแรม ภัตตาคาร และร้านอาหาร (HORECA) ที่ไม่สามารถเปิดให้บริการได้

    คาดภาพรวมการส่งออกอาหารไทยตลอดปี 63 มีมูลค่า 1,025,000 ล้านบาท 

    ทั้งการเผยข้อมูลของ 3 องค์กรด้านอุตสาหกรรมอาหารของไทย ยังพบว่าตลาดที่ไทยส่งออกได้เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งแรกปี 63 ได้แก่

    จีน (+27.4%)

    สหรัฐอเมริกา (+14%)

    โอเชียเนีย (+8.5%)

    ส่วนตลาดที่หดตัว ครึ่งแรกปี 63 ได้แก่

    อาเซียน (-7.4%)

    ญี่ปุ่น (-2.5%)

    สหภาพยุโรป (-11.4%)

    แอฟริกา (-33.3%)

    ตะวันออกกลาง (-12.5%)

    ทั้งแนวโน้มการส่งออกอาหารของไทยในช่วงครึ่งปีหลัง 2563 คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้น การส่งออกจะพลิกกลับมาเป็นบวก มีมูลค่าราว 519,416 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.6

    โดยภาพรวมตลอดทั้งปี 2563 คาดว่าการส่งออกจะมีมูลค่า 1,025,000 ล้านบาท  เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 สินค้าหลักที่คาดว่าจะมีมูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้นได้แก่

    ไก่

    ปลาทูน่ากระป๋อง

    เครื่องปรุงรส

    อาหารพร้อมรับประทาน

    สับปะรด 

    ส่วนสินค้าที่คาดว่ามูลค่าส่งออกจะลดลงได้แก่

    ข้าว

    น้ำตาลทราย

    แป้งมันสำปะหลัง

    กุ้ง

    มะพร้าว

    ซึ่งการคาดการณ์อยู่ภายใต้เงื่อนไขของความต้องการอาหารมีแนวโน้มฟื้นตัวหลังกิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยกลับมาดำเนินงานได้มากขึ้นช่องทางค้าปลีกขยายตัวเพิ่มขึ้นซึ่งจะช่วยชดเชยการลดลงของการจำหน่ายในช่องทางโรงแรมภัตตาคารและร้านอาหารได้ระดับหนึ่ง

    ทั้งเงินบาทจะไม่แข็งค่า และไม่ผันผวนมากจนเกินไปภายใต้กรอบ 31-32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และแรงกดดันจากภาวะขาดแคลนวัตถุดิบมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากภัยแล้งที่เริ่มคลี่คลายจากปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มสูงขึ้น