Thursday, October 29, 2020
More

    RS รีแบรนด์ ทรานฟอร์มธุรกิจสื่อและบันเทิง สู่ธุรกิจพาณิชย์ ด้วยโมเดล Entertainmerce

    อาร์เอส กรุ๊ป ประกาศรีแบรนด์องค์กรอย่างเป็นทางการ นับเป็นการปรับองค์กรครั้งใหญ่ที่สุดผ่านอัตลักษณ์และวิถีใหม่ ภายใต้อุดมการณ์ Passion to Win พร้อมเปิดเส้นทางแห่งความสำเร็จในการทรานส์ฟอร์มธุรกิจจากสื่อและบันเทิงสู่ธุรกิจพาณิชย์

    อาร์เอส กรุ๊ป ยุคใหม่ มีเป้าหมายสร้างแรงบันดาลใจ เติมเต็มชีวิตผู้คนด้วยความบันเทิง สินค้า และบริการที่สร้างสรรค์และมีคุณค่า

    นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า ปี 2563 หรือ 2020 เป็นอีกหนึ่งปีที่สำคัญมาก เพราะเป็นปีแห่งการเริ่มต้นของ อาร์เอส กรุ๊ป ยุคใหม่ ที่ได้พิสูจน์แล้วว่าการทรานส์ฟอร์มองค์กร ด้วยโมเดลธุรกิจที่แตกต่างไม่เหมือนใครนั้นเป็นไปได้ และเป็นก้าวใหม่ที่ยั่งยืน ทำให้ถึงเวลาแล้วที่ อาร์เอส จะประกาศรีแบรนด์องค์กรอย่างเป็นทางการ เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ใหม่ และส่งต่อพันธกิจใหม่ของเราไปสู่ผู้คน ไม่เพียงแต่เปลี่ยนโลโก้เท่านั้น เรายังปรับโครงสร้างองค์กร โดยใช้แนวคิดการทำงานแบบ Agile มุ่งทำงานเป็นทีมลดโครงสร้างและขั้นตอนที่ยุ่งยากเพื่อให้การทำงานรวดเร็วขึ้นและสื่อสารกันได้โดยตรงด้วยเป้าหมายเดียวกันคือสร้างแรงบันดาลใจเติมเต็มชีวิตผู้คนด้วยความบันเทิงสินค้าและบริการที่สร้างสรรค์และมีคุณค่า


    ดีเอ็นเอของคนอาร์เอส กรุ๊ป กับการดึงศักยภาพ ความเชี่ยวชาญมาใช้มากที่สุด

    ทุกคนใน อาร์เอส กรุ๊ป ต้องมีค่านิยม 4 ประการ ฝังอยู่ในดีเอ็นเอ ได้แก่ Inspiring (แรงบันดาลใจ) Passionate (แรงผลักดัน) Inquisitive (ใฝ่เรียนใฝ่รู้) และ Goal-Oriented (แน่วแน่ที่เป้าหมาย) ภายใต้โมเดลธุรกิจ Entertainmerce ซึ่งเป็นการดึงศักยภาพ ความเชี่ยวชาญจากธุรกิจสื่อ และธุรกิจบันเทิงในมือออกมาใช้ให้มากที่สุด สร้างคอนเทนต์ที่สร้างสรรค์และน่าสนใจ เพื่อเปลี่ยนผู้ชมและผู้ฟังเป็นผู้ซื้อ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการ Synergy กันระหว่างกลุ่มธุรกิจในเครือ ที่สามารถควบคุมและบริหารงานได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

    5 ธุรกิจในเครืออาร์เอส กรุ๊ป ที่เกิดจาก Passion ภายใต้โมเดลธุรกิจ Entertainmerce ที่แตกต่าง

    ทั้งนี้ปัจจุบัน อาร์เอส กรุ๊ป แบ่งกลุ่มธุรกิจออกเป็น 2 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่

    1.ธุรกิจคอมเมิร์ซ ประกอบด้วย อาร์เอส มอลล์ และ บริษัท ไลฟ์สตาร์ จำกัด

    2.ธุรกิจสื่อและบันเทิง ประกอบด้วย สถานีโทรทัศน์ช่อง 8, คูลลิซึ่ม และ อาร์เอส มิวสิค

    กลุ่มธุรกิจคอมเมิร์ซ

    อาร์เอส มอลล์ (RS Mall) : นางพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์ กล่าวว่า เกิดจากการที่ อาร์เอส กรุ๊ป เลือกใช้เวลาโฆษณาครึ่งหนึ่งที่มีอยู่มาสร้างธุรกิจใหม่ที่มีสายตาของคนดูเป็นต้นทุน โดยผนวกการชอปปิงเข้ากับความบันเทิง ผ่านการเล่าเรื่องราวที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ การนำเสนอแนวทางแก้ปัญหา รวมถึงเรื่องราวจากผู้ใช้จริง และข้อมูลเชิงลึกเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ซึ่ง อาร์เอส มอลล์ มีการดำเนินธุรกิจเข้าสู่ปีที่ 5 แล้ว และเติบโตอย่างรวดเร็ว สามารถสร้างยอดขายทุบสถิติเดิมตั้งแต่ไตรมาส 2 ด้วยรายได้ 586.2 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตต่อไปในทุกไตรมาส ด้วยอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด

    บริษัท ไลฟ์สตาร์ จำกัด : ดร.ชาคริต พิชญางกูร หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจไลฟ์สตาร์ เผยว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ยอดขายบนแพลตฟอร์มของอาร์เอส มอลล์ มาจากสินค้าของไลฟ์สตาร์ สูงถึง 60% ซึ่งแผนธุรกิจของไลฟ์สตาร์ ในครึ่งปีหลังนี้ก้าวไปไกลกว่าการขายผ่านช่องทางของ อาร์เอส มอลล์ โดยจะขยายไปสู่จุดขายต่างๆ ที่เพิ่มมากขึ้น ได้แก่ ออนไลน์มาร์เก็ตเพลส โมเดิร์นเทรด ร้านขายส่ง ร้านขายยา ร้านสะดวกซื้อ และไดเร็คเซลล์ ซึ่งเราได้วางกลยุทธ์ร่วมกับพันธมิตรสื่อที่แข็งแกร่ง โดยการใช้ศักยภาพและความเชี่ยวชาญของ อาร์เอส กรุ๊ป ผสานพลังกับกลยุทธ์ที่เป็นหัวใจสำคัญที่สุดของไลฟ์สตาร์ คือการร่วมพัฒนาสินค้ากับสถาบันวิจัยระดับโลก เพื่อเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ และตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำนวัตกรรมระดับสากลมาสู่ผู้บริโภคคนไทย

    กลุ่มธุรกิจสื่อและบันเทิง

    สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 : ดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์เก้าอี้ 4 ขา กระจายรายได้มาจาก 4 ช่องทาง ซึ่งได้แก่ มีเดียสปอนเซอร์ 40% การจัดอีเวนท์ 10% การขายลิขสิทธิ์ 15% และ Entertainmerce 35%

    ซึ่งนางสาวนงลักษณ์ งามโรจน์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 กล่าวว่า ในครึ่งปีหลัง ช่อง 8 พร้อมจัดเต็มความบันเทิง เพื่อธุรกิจพาณิชย์ กับรายการนายจ๋าทาสมาแล้วที่จะช่วยสนับสนุนผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ บริษัท ไลฟ์สตาร์ ผลิตขึ้น และรายการราคาพารวยซึ่งเป็นครั้งแรกที่นำเวลาไพร์มไทม์ของช่องมาทำรายการเพื่อสนับสนุนโมเดลธุรกิจ Entertainmerce และเป็นครั้งแรกในการซื้อลิขสิทธิ์จากต่างประเทศมาประยุกต์ใช้เพื่อเปลี่ยนผู้ชมให้กลายเป็นผู้ซื้อสินค้า

    คูลลิซึ่ม (COOLISM) : นายปริญญ์ หมื่นสุกแสง หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจวิทยุคูลลิซึ่ม กล่าวว่า COOLfahrenheit เป็นสถานีเพลงอันดับหนึ่ง มาเกือบ 2 ทศวรรษ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จำนวนผู้ฟังเติบโตมาตลอด ถึงแม้มีกระแสว่าคนฟังวิทยุลดลง แต่ COOLfahrenheit ยังคงเติบโตส่วนกระแส และทำสถิติใหม่นิวไฮบนเอฟเอ็ม ด้วยยอดผู้ฟังสูงสุดทะลุ 2 ล้านคน ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา ขณะนี้เราเดินหน้ากลยุทธ์แม่น้ำ 3 สาย เพื่อขยายรายได้หลักออกเป็น 3 ทาง ลดการพึ่งพารายได้ช่องทางใดช่องทางหนึ่งมากเกินไป ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยงทางธุรกิจ โดยเชื่อมั่นว่ากลยุทธ์นี้จะสามารถสร้างการเติบโตครั้งใหม่แบบก้าวกระโดด หวังเป็น นิว เอส เคิร์ฟ ในรอบ 15 ปีของคูลลิซึ่ม โดยสัดส่วนรายได้จากกลยุทธ์แม่น้ำ 3 สายเป็นดังนี้

    1.Coolfahrenheit สัดส่วนรายได้ 40% ด้วยจำนวนเรตติ้งและคนฟังคลื่นคูลฟาเรนไฮต์ที่ยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง

    2.COOLive สัดส่วนรายได้ 30% ด้วยการยกระดับการทำงานด้านคอนเสิร์ตและอีเวนท์ ให้เป็นหน่วยธุรกิจอิสระ สร้างสรรค์คอนเสิร์ต และมิวสิค เฟสติวัล โดยในปี 2564 เตรียมจัดงานทั้งหมด 10 งาน ที่มีทั้งศิลปินชั้นนำระดับประเทศและต่างประเทศ โดยตั้งเป้าเข้าถึงผู้ชมคอนเสิร์ตทั้งหมดกว่าหนึ่งแสนคน

    3.COOLanything สัดส่วนรายได้ 30% เป็นส่วนหนึ่งของโมเดล Entertainmerce ที่เปลี่ยนผู้ฟังให้เป็นลูกค้า สร้างประสบการณ์ที่ดีในการชอปปิง ด้วยสินค้าคุณภาพที่รู้ใจและการบริการที่เข้าใจ ผ่านแอปพลิเคชันคูลลิซึ่ม ซึ่งเป็นต้นน้ำแหล่งใหม่ สำหรับยุคที่การชอปปิงออนไลน์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ฟังเพลงได้ ช้อปเพลิน ในแอปเดียว

    อาร์เอส มิวสิค (RS Music) : นายสุกฤช สุขสกุลวัฒน์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจเพลง กล่าวว่า ความท้าทายครั้งสำคัญของธุรกิจเพลง คือ การปรับตัวเพื่อสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ที่แตกต่าง เพลงเป็นแค่เครื่องมือหนึ่ง แต่สิ่งที่จะสร้างและต่อยอดธุรกิจได้คือ สตาร์ ที่มีตัวตน มีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจน และมีฐานแฟนคลับ ซึ่งทั้งหมดจะถูกเชื่อมโยงกับโมเดลธุรกิจใหม่ ‘Music Star Commerce’ จากการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ศิลปิน และสอดคล้องกับธุรกิจของอาร์เอส กรุ๊ป ซึ่งในเดือนตุลาคมนี้จะได้พบกับศิลปินใหม่ ผ่าน 3 ค่ายเพลง ได้แก่ Rsiam, Kamikaze และ Rose Sound

    ซึ่งการมาของ อาร์เอส มิวสิค ในครั้งนี้ จะสร้างปรากฏการณ์ให้วงการเพลงของไทยอีกครั้ง เพื่อเติมเต็มความรู้สึกให้คนไทยได้หายคิดถึงเพลงในแบบฉบับของ อาร์เอส และเป็นก้าวใหม่ที่ท้าทายของ อาร์เอส มิวสิค

    ทั้งหมดนี้คือความมหัศจรรย์ที่เกิดจาก Passion ของผู้บริหารและทีมงานทุกคนของ อาร์เอส กรุ๊ป ภายใต้โมเดลธุรกิจ Entertainmerce ที่แตกต่าง ซึ่งยึดโยงกันอย่างแข็งแกร่ง และทรงพลัง ซึ่งทีมงานทุกคนพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ร่วมกัน และทั้งหมดนี้คือ New Legacy ของ อาร์เอส กรุ๊ป