Friday, November 27, 2020
More

    เผยโอกาสธุรกิจที่พักอาศัย เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้สูงวัยที่มีกำลังเงินให้รองรับสังคมผู้สูงอายุในอนาคต

    ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าประเทศไทยเริ่มจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในปี 2567 อย่างสมบูรณ์ ทำให้กลุ่มผู้สูงอายุมีกำลังในเรื่องเงินหรือการซื้อจ่ายรวมถึงรูปแบบการบริการให้สนองต่อความต้องการของผู้สูงอายุได้อย่างสะดวกมากขึ้นรวมทั้งการอยู่อาศัยมีการเปลี่ยนแปลงไปของผู้สูงอายุในอนาคต

    ประชากรผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น โอกาสของผู้ประกอบธุรกิจที่พักอาศัยในการเจาะตลาดผู้สูงวัย


    จากข้อมูลการสำรวจจำนวนผู้สูงอายุในปี 2560 พบว่า สัดส่วนผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวอยู่ที่ประมาณ 10% ของประชากรผู้สูงอายุ เติบโตกว่า 4.5% (CAGR) ในช่วงปี 2550-2560 และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต ซึ่งทำให้ปัจจัยพื้นฐานที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ มีความต้องการตามการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรผู้สูงอายุ ปัจจุบันที่พักเน้นการเจาะตลาดกลุ่ม Upper Class และ Luxury Segment และบริการระดับพรีเมียม สำหรับผู้สูงอายุที่มีกำลังซื้อเป็นหลักโดยกำหนดผู้มีสิทธ์ในการซื้อต้องมีอายุ 50-55 ปี แต่อาจจะยังไม่ตอบโจทย์กลุ่มผู้สูงอายุที่มีกำลังรองลงมา ซึ่งตัวเลือกสำหรับผู้สูงอายุยังมีไม่มากนัก จึงทำให้เป็นโอกาสของผู้ประกอบการในการทำตลาดกลุ่มเป้าหมายนี้ โดยมีปัจจัยในด้านราคาและองค์ประกอบบอื่นๆที่เหมาะสม ฟังก์ชั่นที่พักอาศัยและบริการทางการแพทย์ที่จำเป็น รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นในการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุตลอดการอยู่อาศัย

    เผยปัจจัยที่สามารถให้ผู้สูงอายุหันมองตลาดที่พักที่สนองความต้องการ

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า กลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพยังคงเป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่มีกำลังเงินออมเพียงพอ หรือการวางแผนการเงินหลังวัยเกษียณ แต่มีความจำเป็นต่อเงื่อนไงที่เหมาะสมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้สูงอายุ โดยเงื่อนไขสนับสนุนที่สำคัญที่จะช่วยให้ตลาดที่พักอาศัยผู้สูงอายุตอบโจทย์ความต้องการได้มากที่สุดได้แก่

    1. การสร้างความเชื่อมั่นในการรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้สูงอายุในแต่ละช่วงเวลา โดยเฉพาะในด้านสุขภาพหรือการรักษาพยาบาลแบบ Continuing Care เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าสามารถดูแลผู้สูงอายุได้อย่างต่อเนื่อง

    2. การปรับกลยุทธ์การตลาดและผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่จะช่วยเพิ่มความสามารถในการซื้อของผู้สูงอายุให้เข้าถึงที่อยู่อาศัยได้มากขึ้น โดยเน้นกลุ่มราคาที่เข้าถึงได้ รวมถึงการขยายกลุ่มเป้าหมายที่มีสิทธ์ซื้อไปสู่กลุ่มที่ดูแลผู้สูงอายุ โดยนำรูปแบบการซื้อสิทธ์ในลักษณะผ่อนชำระในระยะยาวและควบคู่ไปกับการนำผลิตภัณฑ์การเงินมาสนับสนุน

    อาศัยปัจจับเสริมร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนสร้างความน่าเชื่อการเป็นที่พักอาศัย

    โดยมองว่าทั้ง 2 แนวทางน่าจะช่วยให้ธุรกิจที่พักอาศัยผู้สูงอายุให้สามารถตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่มีเงินออมและการวางแผนทางการเงินในวัยเกษียณได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งอาจจะอาศัยปัจจัยส่งเสริมประกอบด้วย ความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการเอกชนและหน่วยงานภาครัฐ โรงพยาบาล เพื่อสร้างมาตรฐานและรับรองความน่าเชื่อถือสำหรับการเป็นที่พักอาศัยของผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นการอนุญาตพัฒนาโครงการที่พักผู้สูงอายุบนที่ดินรัฐ การสนับสนุน Startup ที่มีความเชี่ยวชาญพัฒนาโครงการ ซึ่งหากสามารถขยายตลาดดังกล่าวให้ครอบคลุมกลุ่มผู้อายุได้มากขึ้น