Friday, October 23, 2020
More

    กรมสรรพากรตั้งเป้าคนไทยใช้บริการผ่านอิเล็กทรอนิกส์ 100% ภายใน 3 ปี ชูระบบ Easy Tax

    กรมสรรพากรชูบริการเทคโนโลยีด้านภาษีที่ทันสมัย ภายใต้ 9 ระบบดิจิทัล จัดการเรื่องภาษีได้ง่าย สะดวกสบายยิ่งขึ้น ช่วยลดต้นทุนและลดความยุ่งยาก ในการจัดเก็บเอกสาร พร้อมด้วยระบบการคืนเงินภาษีสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติผ่านโมบาย แอปพลิเคชัน ที่ใช้ระบบเทคโนโลยีบล็อกเชนในการเชื่อมต่อข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนเป็นที่แรกของโลก

    Digital Transformation ปัจจัยสำคัญในการอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติการ และชำระภาษีที่ทันสมัย


    ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ด้วยนโยบายของกรมสรรพากรที่ต้องการจัดเก็บภาษีตรงเป้านโยบายตรงกลุ่ม และบริการตรงใจ ที่มีการขับเคลื่อนภายใต้กลยุทธ์ D2RIVE ซึ่ง Digital Transformation เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การดำเนินการตามนโยบายของกรมสรรพากรเป็นไปตามวัตถุประสงค์ เรื่องการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงกระบวนงานต่างๆ และการสร้างนวัตกรรมที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติการและชำระภาษีที่มีความทันสมัยมากขึ้น ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถทำธุรกรรมภาษีได้ง่ายแค่ปลายนิ้ว เป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศให้ดียิ่งขึ้น และตอกย้ำความเป็นองค์กรดิจิทัลอย่างแท้จริง

     ชู 9 ระบบ Easy Tax ช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุน สร้างวิถีภาษีใหม่ ที่ง่ายและเป็นธรรม

    สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติการและชำระภาษีของกรมสรรพากร เกิดขึ้นภายใต้ 9 ระบบดิจิทัล (9 Digital Transformation) โดยแบ่งออกเป็นด้านอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจ ดังนี้

    1. Tax from Home มาตรการที่กรมสรรพากรตั้งใจช่วยให้ภาคธุรกิจและประชาชนเข้าถึงการทำธุรกรรมภาษีในทุกมิติได้ง่ายที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านหรือที่ใดๆ ก็ตาม ประกอบด้วย
    1.1 e-Registration การลงทะเบียนขอยื่นแบบทางอินเทอร์เน็ต และนำส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องผ่านทาง e–mail ได้ทันที โดยไม่ต้องเดินทางไปยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาอีกต่อไป
    1.2 e-Filing การยื่นแบบแสดงรายการภาษีทางอินเทอร์เน็ต ได้สิทธิขยายเวลาการยื่นแบบและชำระภาษีออกไปอีก ช่วยให้ภาคเอกชนมีเวลาในการบริหารกระแสเงินสดได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
    1.3 e-Payment การชำระภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ (ธนาคารเกือบทั้งหมดยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้บริการสำหรับการยื่นแบบและชำระภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์จากนี้จนถึง 31 ธันวาคม 2563)
    1.4 e-Refund การคืนเงินภาษี สำหรับผู้เสียภาษีที่ชำระภาษีไว้เกิน กรมสรรพากรจะดำเนินการคืนภาษีผ่านระบบพร้อมเพย์ที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ได้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล

    2. My Tax Account บัญชีรายการค่าลดหย่อนและสิทธิประโยชน์ทางภาษี สำหรับผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดาที่กรมสรรพากรพัฒนาขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้เสียภาษี เข้ามาตรวจสอบสิทธิค่าลดหย่อนภาษีต่าง ๆ เช่น ข้อมูลเบี้ยประกันสุขภาพ ข้อมูลการบริจาคผ่านระบบ e–Donation ข้อมูลเงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ข้อมูลเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ซึ่งจะช่วยลดภาระในการเก็บเอกสาร ช่วยให้การยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และการคืนภาษีสะดวกรวดเร็วขึ้น

    3. e-Donation ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับข้อมูลการรับบริจาคของหน่วยรับบริจาค ทั้งยังอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริจาค สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้โดยไม่ต้องเก็บหลักฐาน โดยเข้าตรวจสอบข้อมูลการบริจาคด้วยตนเองได้ที่ ระบบ My Tax Account ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร

    4. Open API การเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพเข้ามามีส่วนร่วม โดยเชื่อมโยงระบบกับกรมสรรพากร ซึ่งจะช่วยให้เกิดความคล่องตัวในการยื่นแบบ และชำระภาษีผ่านระบบออนไลน์ของประชาชนผู้เสียภาษีมากขึ้น ช่วยให้การยื่นแบบและเสียภาษีเป็นเรื่องง่ายแม้ไม่รู้เรื่องภาษีเลย โดยขณะนี้เปิดให้บริการแล้วผ่านแพลตฟอร์มที่ชื่อว่า iTAX และ noon

    5. RD Smart Tax Application นวัตกรรมใหม่ในการจัดการด้านภาษีช่วยให้ภาษีเป็นเรื่องง่ายช่วยให้ชีวิตดีขึ้น มิติใหม่ของการให้บริการธุรกรรมของภาครัฐผ่าน Application ทั้งข่าวสารสรรพากร สาระความรู้ภาษี ยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 ออนไลน์ และแผนที่หน่วยงานสรรพากรทั่วประเทศ สามารถ Download ใช้งานได้ทั้ง App Store และ Google play

    6. VRT on Blockchain ระบบการคืนเงินภาษีสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติผ่านโมบายล์แอปพลิเคชันที่ใช้ระบบเทคโนโลยีบล็อกเชนในการเชื่อมต่อข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเป็นที่แรกของโลก เพื่อให้บริการคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับนักท่องเที่ยวไวขึ้น ง่ายขึ้น และไม่ต้องรอคิวอีกต่อไป

    7. e-Tax Invoice & e-Receipt ใบกำกับภาษี รวมถึงใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ และใบรับ ที่จัดทำเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมลงลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature) ช่วยลดต้นทุนด้านค่าใช้จ่ายและเวลาให้กับผู้ประกอบการในการจัดทำและนำส่งข้อมูลใบกำกับภาษีในรูปแบบใหม่

    8. e-Withholding Tax ระบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อมีการจ่ายเงินได้ให้แก่ผู้รับเงินทั้งในและต่างประเทศ โดยนำส่งข้อมูล และภาษีพร้อมการชำระเงินผ่านธนาคารที่เป็นผู้ให้บริการระบบ e-Withholding Tax แทนการยื่นด้วยแบบกระดาษ ช่วยลดขั้นตอน ลดต้นทุน ลดภาษี ทั้งยังสามารถตรวจสอบหลักฐานได้ตลอดเวลาที่เว็บไซต์กรมสรรพากร

    9. e-Stamp Duty การชำระอากรแสตมป์เป็นตัวเงินผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต สำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยเพิ่มความสะดวกและเป็นการสนับสนุนนโยบาย National e-Payment ของรัฐบาล ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการเสียภาษี เป็นการส่งเสริมธุรกิจในรูปแบบ e-Business ให้มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

     

    ตั้งเป้ามีผู้ใช้บริการอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร จำนวน 100% ในทุกด้านภายใน 3 ปี

    นอกจากนี้ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ยังกล่าวว่า บริการทั้ง 9 ด้านนี้ จะถูกผลักดัน และสนับสนุนในทุกๆ ด้าน รวมถึงการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยทำให้เกิดการบริการที่ดีขึ้น ภายใต้กรอบความคิดที่มองผู้เสียภาษีเป็นศูนย์กลางที่ต้องได้รับบริการที่สะดวกบนความพึงพอใจสูงสุด และกรมสรรพากรมุ่งหวังที่จะผลักดันให้เกิดการสร้างบริการต่างๆ ที่เชื่อมโยงมายังระบบภาษี (Tax Ecosystem) ผ่าน Platform ต่างๆ และตั้งเป้าหมายว่าจะมีผู้ใช้บริการอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรเป็นจำนวนร้อยละ 100 ในทุกด้านภายใน 3 ปี

     

    ทั้งนี้ ในเดือนสิงหาคม 2563 ใกล้ถึงกำหนดยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล สำหรับรอบปีภาษี 2562 จึงขอเชิญชวนผู้มีเงินได้ยื่นแบบแสดงรายการฯ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ที่เว็บไซต์ กรมสรรพากร www.rd.go.th และหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สารนิเทศสรรพากร (RD Intelligence Center) 1161 หรือที่สานักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศ