Wednesday, November 25, 2020
More

    เผยปี 57-63 มีการขยายโรงเรือนปลูกผักและองุ่นในพื้นที่สูงเพิ่ม 820 โรงเรือน

    สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. มีเป้าหมายในการพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูง โดยเผยแพร่ และสร้างเครือข่ายองค์ความรู้ของการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นการพัฒนาอาชีพบนฐานความรู้ที่เหมาะสมต่อสภาพภูมิสังคมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกษตรกรในชุมชนมีอาชีพและรายได้เพียงพอ โดยยึดความเหมาะสมตามแผนการใช้ที่ดิน และเกษตรกรได้ผลตอบแทนที่ดี

    สรุปผลการค้นคว้า ระบบเกษตรประณีตปลอดภัยของเกษตรกรพื้นที่สูง

    สวพส. เปิดเผยว่า นักวิชาการของ สวพส. ประกอบด้วย นายอิทธิพล โพธิ์ศรี นายพิมุกต์ พันธรักษ์เดชา และนางสาวดวงดาว กันทะรัตน์ ได้ทำการค้นคว้า และเรียบเรียงข้อมูลเกี่ยวกับ ระบบเกษตรแบบประณีตปลอดภัยของเกษตรกรพื้นที่สูง


    โดยมีเป้าหมายหลักในการพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืนนั้น ซึ่งสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ได้มุ่งเน้นการพัฒนาอาชีพบนฐานความรู้ที่เหมาะสมต่อสภาพภูมิสังคม และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกษตรกรในชุมชนมีอาชีพ และรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพ

    โดยยึดความเหมาะสมตามแผนการใช้ที่ดิน และเกษตรกรได้ผลตอบแทนที่ดีจากการใช้พื้นที่อย่างเหมาะสม ตลอดจนการทำการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยองค์ความรู้ และเทคโนโลยีที่เหมาะสม และนำผลการวิจัย และพัฒนาที่สำเร็จไปถ่ายทอดแก่เกษตรกรอย่างเหมาะสมตามแนวทางโครงการหลวง และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

    ปี 2557-2563 มีการขยายโรงเรือนปลูกผัก-องุ่นเพิ่มกว่า 820 โรงเรือน

    ในระหว่างปี 2557-2563 มีการขยายโรงเรือนปลูกผัก และองุ่นเพิ่มมากกว่า 820 โรงเรือน หรือคิดเป็นพื้นที่ประมาณ 200 ไร่ เมื่อพิจารณาผลตอบแทนต่อพื้นที่กับพืชเดิมของเกษตรกร พบว่า รายได้สุทธิของเกษตรกรจากการปลูกพืชผัก และองุ่นภายใต้โรงเรือนโดยเปรียบเทียบกับปริมาณการใช้พื้นที่เพาะปลูกนั้น

    ก่อให้เกิดรายได้มากกว่าการปลูกในสภาพกลางแจ้ง ประมาณ 2-5 เท่า ช่วยลดการใช้สารป้องกันกำจัดโรค และแมลงศัตรูพืชในกระบวนการผลิตมากถึง 30-50% และลดการใช้สารป้องกัน และกำจัดวัชพืชได้ร้อยละ 80

    และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 เกษตรกรภายใต้การส่งเสริม และพัฒนาอาชีพของสถาบัน จำนวนประมาณ 696 ราย ได้นำองค์ความรู้และใช้เทคโนโลยีการผลิตพืชผัก และองุ่นภายใต้โรงเรือนแบบโครงการหลวงมาใช้ในการประกอบอาชีพ และก่อให้เกิดรายได้แก่เกษตรกรจำนวน 71,162,353 บาท

    โดยเกษตรกรที่มีความเชี่ยวชาญ และถ่ายทอดองค์ความรู้เหล่านั้น สามารถพัฒนาให้เป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) ด้านการปลูกพืชผักและการปลูกองุ่นภายใต้โรงเรือนมากกว่า 300 ราย

    และพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่กระจายอยู่ในพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงพื้นที่เฉพาะ และโครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดินในแต่ละจังหวัด