Wednesday, November 25, 2020
More

    สหรัฐฯ นำเข้าทูน่ากระป๋องเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.4 พบโอกาสดีของกลุ่มผู้ผลิตไทย

    การระบาดของ COVID-19 ได้สร้างความท้าทายให้กับอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั่วโลกทั้งในระยะสั้น และระยะยาวเช่นเดียวกับอุตสาหกรรมอาหารทะเลที่ได้รับผลจากพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป แต่กลับกลายเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญสำหรับยอดขาย และห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก โดยเฉพาะสินค้าที่มีอายุการใช้นานอย่างอาหารกระป๋อง

    3 เดือนแรก ปี 2563 สหรัฐฯ นำเข้าทูน่ากระป๋องเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.4

    กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผยข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ระบุว่า ช่วง 3 เดือนแรกของปี 2563 สหรัฐฯ นำเข้าทูน่ากระป๋องเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.4 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา


    โดยมีแรงผลักดันจากความตื่นตระหนก (PANIC BUYING) ของการระบาดของ COVID-19 อย่างไรก็ดีในช่วงไตรมาสที่ 2 กลุ่มสินค้าดังกล่าวยังคงเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้บริโภคไม่ต้องการเดินทางไปร้านขายของชำ (GROCERY) บ่อย ๆ และไม่ต้องการเลือกซื้อสินค้าที่มีอายุสั้นมาเก็บไว้

    จึงเลือกซื้ออาหารกระป๋องที่มีอายุการเก็บรักษาที่ยาวนานแทน นอกจากนี้พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่บ้านซึ่งเพิ่มมากขึ้น ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สินค้าอาหารกระป๋องมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน

    เนื่องจากทูน่ากระป๋องเป็นอาหารที่ชาวอเมริกันมีความคุ้นเคยและเป็นที่นิยม อีกทั้ง ผู้บริโภคต้องการที่จะลดความเสี่ยงจากการสะดุดของห่วงโซ่อุปทาน ทั้งการขาดแคลนเนื้อวัว เนื้อหมู และเนื้อไก่ จึงได้เลือกซื้ออาหารทะเลกระป๋องซึ่งมีความเสี่ยงน้อยในเรื่องของการขาดแคลนมาทดแทน

    6 เดือนแรก ปี 2563 ไทยส่งทูน่ากระป๋องมายังสหรัฐฯ มูลค่า 305.39 ล้านดอลลาร์

    ทั้งสอดคล้องกับข้อมูลการส่งออกสินค้าทูน่ากระป๋องจากไทยมายังสหรัฐฯ
    ของกระทรวงพาณิชย์ ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 พบว่าไทยส่งออกมายังสหรัฐฯ มูลค่า 305.39 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 31.63 โดยมีคู่แข่งที่สำคัญ คือ

    – เอกวาดอร์
    – สเปน
    – ฟิลิปปินส์
    – อินโดนีเซีย
    – จีน

    จากปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้วิเคราะห์สถานการณ์ของอุตสาหกรรมอาหารทะเลกระป๋องในสหรัฐฯ ได้ว่า สินค้าอาหารกระป๋องถูกผลักดันให้กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง เนื่องจากราคาไม่แพง มีอายุการใช้งานนาน เก็บรักษาสะดวก

    โอกาสดีต่อการขยายตลาดอุตสาหกรรมอาหารทะเลกระป๋องของไทย

    จึงแสดงให้เห็นถึงโอกาสอันดีต่อการขยายตลาดอุตสาหกรรมอาหารทะเลกระป๋องจากประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องการว่างงานของชาวสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารทะเลกระป๋องในอนาคต

    สำหรับผู้ส่งออกสินค้าไทยบางรายมีสินค้าที่เหมาะกับตลาดสหรัฐฯ และผ่านการรับรองจาก US FDA เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่มีเครือข่ายทางการค้า สามารถเข้าร่วมโปรแกรมจับคู่ทางธุรกิจ หรือ Online Business Matching (OBM) ได้โดยทาง สคต. ณ นครนิวยอร์ค จะรวบรวมผู้นำเข้าทั้งตลาด Mainstream Hispanic และ Oriental market เข้าร่วมโปรแกรม OBM เพื่อขยายการส่งออกสินค้ารูปแบบใหม่ตรงใจกลุ่มผู้บริโภคสหรัฐฯ ต่อไปในอนาคต