Monday, November 30, 2020
More

    เผย Free From Food อาจมีมูลค่าสูงถึง 2.5 หมื่นล้านบาทในปี 2564

    สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป เผยคาดการณ์การเติบโตของกลุ่มอาหาร Free From Food

    คาด Free From Food มีมูลค่าพุ่งถึง 2.5 หมื่นล้านบาท ปี 64

    สินค้ากลุ่มอาหารปราศจากสารปรุงแต่ง (Free From Food) พบว่าได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทย และไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในตลาดสินค้าเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป โดยจากการประเมินของ Euromonitor International ในปี 2560 พบว่าที่ผ่านมาตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ มีมูลค่าการเติบโตในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 22,100 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2564 คาดว่าผลิตภัณฑ์กลุ่ม Free From Food จะมีมูลค่าพุ่งถึงราว 25,000 ล้านบาท


    3 ประเภทหลักของกลุ่ม Free From Food

    สถาบันอาหารได้แบ่งผลิตภัณฑ์กลุ่ม Free From Food ที่จำหน่ายอยู่ในตลาดเป็น 3 ประเภทหลัก

    1. เครื่องดื่มที่ปราศจากนมจากสัตว์ (Free From Dairy) มีมูลค่าอยู่ที่ 20,514 ล้านบาท / สัดส่วนร้อยละ 96.4 (ประเมินโดยสถาบันอาหาร)
    2.เครื่องดื่มที่ปราศจากสารก่อภูมิแพ้ (Free From Allergens) มีมูลค่าอยู่ที่ 426 ล้านบาท / สัดส่วนร้อยละ 2.0
    3.อาหารเด็กที่ปราศจากแลคโตส (Free From Lactose) มีมูลค่าอยู่ที่ 338 ล้านบาท / สัดส่วนร้อยละ 1.6

    คนไทยไม่ทานเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้นเป็น 12% ในปี 2560

    ด้านสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป ได้เปิดเผยว่าในปีที่ผ่านมาอาหาร “Free From Food” ถูกกล่าวถึงอย่างแพร่หลาย มีผู้บริโภคมากมายที่หันมาทานอาหาร ที่เรียกว่า “มังสวิรัติแบบยืดหยุ่น” (Flexitarians)

    โดยความต้องการของอาหารที่ไม่ปรุงแต่งสารหรือวัตถุดิบสังเคราะห์ เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และผลิตภัณฑ์ที่พัฒนามาเพื่อตอบสนอง เช่น อาหารมังสวิรัติที่ดีจนเรียกได้ว่ากำลังจะกลายเป็นกลุ่มอาหารหลัก

    โดยข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า สัดส่วนของคนไทยที่ไม่ทานเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้นจาก 4% ในปี 2556 เป็น 12% ในปี 2560 ของประชากรไทยที่มีอายุ 6 ปีขึ้นไป และการที่ธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพเป็นเทรนด์ของผู้บริโภคทั่วโลก ทำให้อุตสาหกรรมนี้มีโอกาสเติบโต และขยายตลาดไปได้ทั่วโลก

    ซึ่งนับเป็นโอกาสอันดีของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่สามารถพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าเฉพาะที่กำลังเติบโตได้ดี และขายได้ในราคาที่สูง ซึ่งสินค้ากลุ่มนี้กำลังมาแรงในช่วงโควิด-19 รวมถึงในช่วงจากนี้ไป