Saturday, November 28, 2020
More

    หลังคลายล็อกดาวน์ ขยะพลาสติกใน กทม. เหลือ 20% จากขยะทั้งหมดกว่า 9 หมื่นตัน/วัน

    กทม. เดินหน้าลดขยะพลาสติกจากฟู้ดดิลิเวอรี่ หลังจากที่ขยะพลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง Work from home โดยล่าสุดขยะพลาสติกในกรุงเทพฯ ช่วงเดือนมิถุนายน ลดลงเหลือประมาณ 20% จากปริมาณขยะทั้งหมดกว่า 9 หมื่นตัน/วัน

    ช่วงโควิด-19 กทม. มีปริมาณขยะเฉลี่ย 9,717 ตันต่อวัน ลดลงจากปีก่อน สาเหตุจากกิจการต่างๆ หยุดชะงัก

    พล...อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ปลายปี 62 – มิ.. 63 พื้นที่กรุงเทพมหานคร มีปริมาณขยะเกิดขึ้น เฉลี่ย 9,717 ตันต่อวัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกับปีที่ผ่านมา 847 ตันต่อวัน หรือ 8% (เดิม 10,564 ตันต่อวัน) เนื่องจากการประกอบกิจการต่างๆ รวมถึงธุรกิจการท่องเที่ยวหยุดชะงักในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

    Work from home ทำให้ขยะพลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว


    ขณะเดียวกันการส่งเสริมการทำงานที่บ้าน ส่งผลให้ปริมาณขยะพลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารแบบดิลิเวอรี่ที่มากขึ้น โดยช่วงเดือนเมษายน 2563 สัดส่วนของขยะพลาสติกเพิ่มขึ้นมากที่สุดเป็น 36.94% หรือคิดเป็น 3,453 ตันต่อวัน จากขยะทั้งหมด 9,347 ตันต่อวัน ซึ่งสูงกว่าสัดส่วนพลาสติกในภาวะปกติเมื่อปี 2562 ซึ่งมีสัดส่วน 20.03%

    หลังคลายล็อกดาวน์สัดส่วนขยะที่ทำมาจากพลาสติกลดลง

    สำหรับแนวโน้มจำนวนขยะพลาสติกได้ลดลงหลังจากมีมาตรการผ่อนปรน โดยในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สัดส่วนขยะที่ทำมาจากพลาสติกลดลงเหลือ 20.93% จากปริมาณขยะทั้งหมด 9,194 ตันต่อวัน โดยแบ่งเป็นพลาสติกที่ใช้ประโยชน์ได้ 22% และใช้ประโยชน์ไม่ได้ 78%

    ช่วงเดือนมิถุนายนสัดส่วนขยะพลาสติกลดลงเหลือ 19.64% จากปริมาณขยะทั้งหมด 9,286 ตันต่อวัน โดยแบ่งเป็นพลาสติกที่ใช้ประโยชน์ได้ 21% และใช้ประโยชน์ไม่ได้ 79% 

    กทม. เดินหน้าลดขยะพลาสติก

    ทั้งนี้กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการลดการใช้พลาสติกตามนโยบายรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่องโดยเริ่มต้นที่หน่วยงานสังกัดกรุงเทพมหานครซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดลดละเลิกการใช้โฟมและพลาสติกอย่างจริงจังตั้งแต่การจัดประชุมให้ใช้แก้วน้ำส่วนตัวลดใช้ภาชนะที่ทำจากพลาสติกและโฟมรณรงค์ใช้ถุงผ้าและกล่องบรรจุอาหารแทนการใช้ถุงพลาสติกและกล่องโฟมร้านค้าร้านอาหารในหน่วยงานงดใช้โฟมบรรจุอาหารงดจ่ายถุงพลาสติกใส่ยาให้ผู้ป่วยกลับบ้านในโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานครและศูนย์บริการสาธารณสุขทุกแห่งเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์นมโรงเรียนจากถุงนมซึ่งทำมาจากพลาสติกมาเป็นกล่องนมยูเอชที

    อีกทั้งยังได้จัดอบรมข้าราชการกรุงเทพมหานครเรื่องภัยพลาสติกและโฟมเพื่อให้มีความเข้าใจปรับตัวหลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกอย่างยั่งยืนและสำนักงานเขตทุกเขตได้จัดกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมการลดการใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งในชุมชนสถานศึกษาและสถานประกอบการอย่างต่อเนื่อง

    ดำเนินโครงการวนลดขยะพลาสติกอย่างยั่งยืนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

    ในส่วนของการนำขยะพลาสติกไปใช้ประโยชน์ กรุงเทพมหานครยังได้ร่วมกับบริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) ดำเนินโครงการวนเพื่อลดขยะพลาสติกอย่างยั่งยืนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยรับบริจาคพลาสติกชนิดอ่อน ถุงและฟิล์มพลาสติกที่ใช้แล้ว เช่น ถุงน้ำแข็ง ฟิล์มหุ้มขวดน้ำ ถุงขนมปัง ถุงหูหิ้ว เป็นต้น เพื่อนำมารีไซเคิลเป็นเม็ดพลาสติกและนำไปผลิตเป็นถุงใช้ซ้ำ (ถุงวน) ซึ่งเป็นการลดปริมาณขยะพลาสติกที่จะออกสู่สิ่งแวดล้อม และลดปริมาณขยะทั่วไปที่เข้าสู่ระบบกำจัด โดยพลาสติกทุก 1 กิโลกรัมที่รับบริจาค โครงการจะตอบแทนเป็นเงิน 5 บาท เพื่อบริจาคให้กับองค์กรการกุศลที่ผู้เข้าร่วมโครงการ

    รณรงค์คนกรุงทิ้งขยะแยกประเภท พร้อมปรับปรุงรถเก็บขนมูลฝอยให้มีช่องเก็บขยะแยกประเภท

    นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรุงเทพมหานครมีมาตรการรณรงค์ทิ้งขยะแยกประเภทโดยตั้งถังรองรับมูลฝอยในที่สาธารณะ 2 ประเภทได้แก่ถังสีเหลืองสำหรับทิ้งขยะรีไซเคิลถังสีน้ำเงินสำหรับทิ้งขยะทั่วไป

    ทั้งยังปรับปรุงรถเก็บขนมูลฝอยให้มีช่องแยกสำหรับเก็บขยะแยกประเภทไปพร้อมกับการเก็บขยะทั่วไป โดยมีช่องสำหรับใส่ขยะเพิ่มอีก 2 ประเภท บริเวณหลังคนขับรถ ได้แก่ ช่องสีเหลือง สำหรับใส่ขยะรีไซเคิล, ช่องสีส้ม สำหรับใส่ขยะอันตราย

    ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครขอความร่วมมือประชาชน ลด ละ เลิกการใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง เช่น ช้อน มีด ส้อม พลาสติก ถุงพลาสติก เลือกใช้ภาชนะที่ใช้ซ้ำหรือรีไซเคิลได้ และช่วยกันลดปริมาณขยะโดยคัดแยกขยะที่รีไซเคิลขายหรือบริจาค ใส่ถุงมัดปากด้วยเชือกสีเหลืองให้แน่น วางข้างถังขยะ เพื่อให้พนักงานเก็บใส่ช่องสีเหลืองหรือถุงที่เตรียมไว้  และแยกขยะอันตราย เช่น หลอดไฟ กระป๋องสเปรย์ ถ่ายไฟฉาย แบตเตอรี่ ยาหรือเครื่องสำอางหมดอายุ ใส่ถุงสีส้มหรือถุงสีอื่นและผูกด้วยเชือกสีส้มให้แน่น วางข้างถังขยะ เพื่อให้พนักงานเก็บใส่ช่องสีส้มหรือถุงขยะอันตรายที่เตรียมไว้ และนำไปกำจัดด้วยวิธีที่เหมาะสมต่อไป