การส่งออกชาสำเร็จรูปไทย 7 เดือนแรกปี 63 พุ่งกว่า 19 ล้านดอลลาร์ ตามด้วยชาเขียวและชาดำ

รายงานการส่งออกชาไทยจากกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ พบชาสำเร็จรูปได้รับความนิยมมากสุด ตามด้วยชาเขียว และชาดำ

ไทยส่งออกชาสำเร็จรูปปี 2563 อยู่ที่ 19,605,063 ดอลลาร์

โดยสรุปภาพรวมการส่งออกใบชาในช่วง 7 เดือนแรก ปี 2563 (ม.ค.-ก.ค.) ได้แก่


1.ชาสำเร็จรูป

– 4,971,111 กิโลกรัม

– มูลค่า 19,605,063 ดอลลาร์

2.ชาเขียว

– 492,999 กิโลกรัม

  4,663,670 ดอลลาร์

3.ชาดำ

– 601,818 กิโลกรัม

  2,810,489 ดอลลาร์

สำหรับปี 2562 ที่ผ่านมาไทยส่งออกชาสำเร็จรูป

– 7,032,328 กิโลกรัม

– มูลค่า 24,577,655 ดอลลาร์

มีตลาดหลัก คือ

– กัมพูชา 31%

– เมียนมา 20%

– และสหรัฐอเมริกา 18%

ส่วนการส่งออกชาดำ

– 2,256,078 กิโลกรัม

– มูลค่า 9,627,122 ดอลลาร์

มีตลาดหลัก คือ

– อินโดนีเซีย 40%

– สหรัฐอเมริกา 18%

– กัมพูชา 14%

การส่งออกชาเขียว

– 1,057,772 กิโลกรัม

– มูลค่า 9,487,872 ดอลลาร์

มีตลาดหลัก คือ

– อินโดนีเซีย 38%

– เนเธอร์แลนด์ 12%

– มาเลเซีย 9%

ไทยเป็นประเทศที่สามารถเพาะปลูกชาในระดับอุตสาหกรรมได้

โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เผยว่าไทยถือเป็นประเทศที่สามารถเพาะปลูกชาในระดับอุตสาหกรรมได้ เนื่องจากไร่ชาภาคเหนือมีจำนวนมาก ซึ่งตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่กรมฯ ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาสินค้าชา โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการชาร่วมแสดงสินค้าในงานไทยเฟกซ์

อุตสาหกรรมชาไทยก็เริ่มมีการสร้างแบรนด์สินค้าของคนไทยเพิ่มขึ้น จากเดิมที่เป็นในลักษณะ OEM ซึ่งจะเน้นผลิตเพื่อส่งขายเป็นวัตถุดิบหรือเป็นชาสำเร็จรูป โดยถือเป็นโอกาสดีในการขยายตัวของอุตสาหกรรมชาไทย ผ่านการส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าชาโดยเฉพาะการผลิตชาอินทรีย์

เพราะปัจจุบันผู้บริโภคทั้งในไทย และต่างประเทศนิยมรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น กรมฯ จึงเน้นส่งเสริมการพัฒนาความพร้อมของอุตสาหกรรมชาตลอดห่วงโซ่การผลิต ทั้งภาคการผลิต และภาคบริการต่อเนื่อง และการใช้ประโยชน์จาก FTA ในการลดต้นทุนการส่งออกในต่างประเทศ