Tuesday, October 20, 2020
More

    การส่งออกชาสำเร็จรูปไทย 7 เดือนแรกปี 63 พุ่งกว่า 19 ล้านดอลลาร์ ตามด้วยชาเขียวและชาดำ

    รายงานการส่งออกชาไทยจากกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ พบชาสำเร็จรูปได้รับความนิยมมากสุด ตามด้วยชาเขียว และชาดำ

    ไทยส่งออกชาสำเร็จรูปปี 2563 อยู่ที่ 19,605,063 ดอลลาร์

    โดยสรุปภาพรวมการส่งออกใบชาในช่วง 7 เดือนแรก ปี 2563 (ม.ค.-ก.ค.) ได้แก่


    1.ชาสำเร็จรูป

    – 4,971,111 กิโลกรัม

    – มูลค่า 19,605,063 ดอลลาร์

    2.ชาเขียว

    – 492,999 กิโลกรัม

      4,663,670 ดอลลาร์

    3.ชาดำ

    – 601,818 กิโลกรัม

      2,810,489 ดอลลาร์

    สำหรับปี 2562 ที่ผ่านมาไทยส่งออกชาสำเร็จรูป

    – 7,032,328 กิโลกรัม

    – มูลค่า 24,577,655 ดอลลาร์

    มีตลาดหลัก คือ

    – กัมพูชา 31%

    – เมียนมา 20%

    – และสหรัฐอเมริกา 18%

    ส่วนการส่งออกชาดำ

    – 2,256,078 กิโลกรัม

    – มูลค่า 9,627,122 ดอลลาร์

    มีตลาดหลัก คือ

    – อินโดนีเซีย 40%

    – สหรัฐอเมริกา 18%

    – กัมพูชา 14%

    การส่งออกชาเขียว

    – 1,057,772 กิโลกรัม

    – มูลค่า 9,487,872 ดอลลาร์

    มีตลาดหลัก คือ

    – อินโดนีเซีย 38%

    – เนเธอร์แลนด์ 12%

    – มาเลเซีย 9%

    ไทยเป็นประเทศที่สามารถเพาะปลูกชาในระดับอุตสาหกรรมได้

    โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เผยว่าไทยถือเป็นประเทศที่สามารถเพาะปลูกชาในระดับอุตสาหกรรมได้ เนื่องจากไร่ชาภาคเหนือมีจำนวนมาก ซึ่งตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่กรมฯ ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาสินค้าชา โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการชาร่วมแสดงสินค้าในงานไทยเฟกซ์

    อุตสาหกรรมชาไทยก็เริ่มมีการสร้างแบรนด์สินค้าของคนไทยเพิ่มขึ้น จากเดิมที่เป็นในลักษณะ OEM ซึ่งจะเน้นผลิตเพื่อส่งขายเป็นวัตถุดิบหรือเป็นชาสำเร็จรูป โดยถือเป็นโอกาสดีในการขยายตัวของอุตสาหกรรมชาไทย ผ่านการส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าชาโดยเฉพาะการผลิตชาอินทรีย์

    เพราะปัจจุบันผู้บริโภคทั้งในไทย และต่างประเทศนิยมรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น กรมฯ จึงเน้นส่งเสริมการพัฒนาความพร้อมของอุตสาหกรรมชาตลอดห่วงโซ่การผลิต ทั้งภาคการผลิต และภาคบริการต่อเนื่อง และการใช้ประโยชน์จาก FTA ในการลดต้นทุนการส่งออกในต่างประเทศ