Monday, October 19, 2020
More

    Cage Free Egg ปี 2563-2568 พร้อมโตร้อยละ 4.75 พบปี 62 มีมูลค่า 4.98 ล้านดอลลาร์

    มองการปรับตัวของฟาร์มไก่ไข่ไทยในปัจจุบัน หลังกลุ่มปศุสัตว์ของไทยเตรียมร่างข้อกำหนดมาตรฐานฟาร์มไก่ไข่เลี้ยงปล่อยอิสระในโรงเรือนระบบปิด (Cage Free) รับเทรนด์การบริโภคที่คำนึงถึงหลักสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) ที่กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางอีกครั้งทั่วโลก

    “Animal Welfare” จริยธรรมที่จะกลายมาเป็นมาตรฐานการประกอบธุรกิจอาหาร

    การบริโภคที่คำนึงถึงหลักสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) กำลังถูกพูดถึงอย่างมากในแวดวงธุรกิจอาหาร ซึ่งไข่ไก่จากแม่ไก่ที่เลี้ยงแบบไม่ขังกรง (Cage Free Egg) นับเป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่กรมปศุสัตว์ของไทยเตรียมกำหนดมาตรฐานรับรอง เพื่อสร้างทางเลือกด้านคุณภาพสินค้าให้กับผู้บริโภค ในขณะเดียวกัน ก็เป็นแนวทางยกระดับการผลิตสินค้ากลุ่มปศุสัตว์ของไทยให้เท่าทันกับกระแสการบริโภคที่ตระหนักถึงหลักสวัสดิภาพสัตว์มากขึ้น โดยปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของการร่างข้อกำหนดมาตรฐานฟาร์มไก่ไข่เลี้ยงปล่อยอิสระในโรงเรือนระบบปิด (Cage Free)

    Cage Free Egg กำลังเข้าสู่ขั้นตอนการมีมาตรฐานรับรองการผลิตในประเทศ


    ทั้งนี้ศูนย์วิจัยกสิกรยังมองว่า แม้ Cage Free Egg ในไทยจะเป็นสินค้าที่ออกสู่ตลาดมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นสินค้าทางเลือกในกลุ่มไข่พรีเมียม (High end) เจาะกลุ่มเป้าหมายคือตลาดผู้บริโภคระดับบนในประเทศ โดยมีผู้ผลิตรายสำคัญคือ ผู้ประกอบการไข่ไก่ครบวงจร

    แต่อย่างไรก็ดี ยังไม่มีมาตรฐานรับรองการผลิตในประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ในขณะที่มาตรฐานการรับรอง Cage Free Egg ในต่างประเทศที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ส่วนใหญ่ มักจะมีข้อกำหนดที่ชัดเจนเพื่อเป็นแนวทางในการผลิต เช่น ข้อกำหนดความหนาแน่นของจำนวนไก่ต่อพื้นที่ อาทิ

    – American Humane Association (พื้นที่ 1.25 ตร.ฟ./ไก่ 1ตัว)
    – United Egg Producers Certified (พื้นที่ 1.00 ตร.ฟ./ไก่ 1ตัว) เป็นต้น

    Cage Free จะส่งผลเชิงบวกต่อทั้งผู้บริโภค ไก่ในฟาร์ม ตลอดจนเกษตรกร

    หากมาตรฐานรับรองฟาร์มไก่ไข่แบบไม่ใช้กรง (Cage Free) ถูกประกาศใช้อย่างเป็นทางการ นอกเหนือจากจะส่งผลเชิงบวกต่อผู้บริโภคแล้ว ในมุมมองทางธุรกิจ น่าจะส่งผลเชิงบวกต่อผู้ประกอบการที่ผลิตไข่ไก่โดยระบบนี้ ซึ่งรวมถึงกลุ่มเกษตรกรสมัยใหม่ เนื่องจากมีมาตรฐานรับรองที่ชัดเจนช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ได้

    ทำให้คาดว่า ผู้ประกอบการในธุรกิจไข่ไก่ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้บริโภคระดับบน มีแนวโน้มจะเพิ่มกำลังการผลิตไข่ไก่ประเภทนี้มากขึ้น ซึ่งแม้ว่าจะมีต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าไข่ไก่ในระบบโรงเรือนปิดทั่วไป แต่ก็ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าเช่นกัน

    นอกจากนี้ยังเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยจูงใจให้ผู้ประกอบการในธุรกิจไข่ไก่ พยายามยกระดับการพัฒนาระบบการเลี้ยงไก่ไข่จากระบบกรงตับ ไปสู่ระบบที่คำนึงถึงหลักสวัสดิภาพสัตว์ได้ง่ายขึ้น

    ระบบการเลี้ยงไก่แบบไม่ขังกรงมีขั้นตอนการดำเนินงานอย่างไร ?

    การปรับระบบการเลี้ยงไปสู่ระบบการเลี้ยงแบบไม่ขังกรง (Cage Free) หลัก ๆ จะได้แก่

    – การปรับความหนาแน่นของไก่ภายในโรงเรือน
    – การห้ามใช้ยาปฏิชีวนะ

    ส่วนการปรับไปสู่ระบบการเลี้ยงอื่น ๆ อาทิ การเลี้ยงแบบอินทรีย์ หรือปล่อยอิสระ Free Range Egg อาจจะมีเงื่อนไขเพิ่มเติมอีก เช่น

    – เรื่องอาหาร
    – การปรับพื้นที่นอกโรงเรือน

    ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงกว่าโดยเปรียบเทียบ อนึ่ง หากประเมินจากไก่ไข่ทั้งระบบ สัดส่วนไข่ไก่จากระบบการเลี้ยงแบบที่ไม่ใช่กรงตับในปัจจุบันน่าจะอยู่ที่ราวร้อยละ 10 แต่น่าจะเพิ่มสัดส่วนขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภาพรวมการผลิตไข่ของไทยพบว่าร้อยละ 96 เป็นการผลิตเพื่อบริโภคในประเทศ ที่เหลืออีกร้อยละ 4 เป็นการส่งออกไปยังต่างประเทศ