Wednesday, November 25, 2020
More

    ร.ฟ.ท.จ้างเอกชนพัฒนาระบบการเงินและการบัญชี เพิ่มประสิทธิภาพประเมินผลการใช้งบประมาณ

    ร.ฟ.ท. จ้างเอกชนเดินหน้าพัฒนาระบบการเงินและการบัญชี 301.5 ล้านบาท เป็นระบบสารสนเทศ (IT)

    ร.ฟ.ท. ลงเงิน 301.5 ล้านบาท จ้างเอกชนพัฒนาระบบการเงินและการบัญชี

    การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ลงนามจ้าง บริษัท ฟิกท์ แอสโซซิเอท จำกัด เป็นผู้ดำเนินโครงการจ้างพัฒนาระบบการเงินและการบัญชี ( Financial Management Information System : FMIS) ของ ร.ฟ.ท.


    โดยมีสัญญาจ้างมูลค่ากว่า 301.5 ล้านบาท ภายใต้กรอบการดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1,461 วัน เหตุเพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมาข้อมูลด้านการเงินและการบัญชีของ ร.ฟ.ท. ยังมีอุปสรรคในการทำงาน ไม่สามารถตอบสนองการใช้งานสำหรับการบริหารจัดการ และการตัดสินใจในการดำเนินงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเงินและการปิดบัญชีตามกำหนดของงวดปีบัญชี

    “การบูรณาการข้อมูลทั้งหมดของการรถไฟฯ มีขึ้นเพื่อให้การทำงานของทุกหน่วยงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด มีความถูกต้อง ลดระยะเวลา และขั้นตอนการดำเนินงาน ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด และสำคัญที่สุดคือการช่วยติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานและการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ” นายนิรุฒ มณีพันธ์-ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยกล่าว

    7 วัตถุประสงค์หลักของโครงการจ้างพัฒนาระบบการเงินและการบัญชี

    วัตถุประสงค์หลักของโครงการจ้างพัฒนาระบบการเงินและการบัญชี ของการรถไฟแห่งประเทศไทย มีดังนี้

    1.จัดทำระบบฐานข้อมูลทางด้านการเงินและการบัญชีให้เป็นระบบสารสนเทศแบบ Web Application เชื่อมโยงข้อมูลแบบบูรณาการระหว่างกันผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตอย่างไร้รอยต่อ

    2.พัฒนากระบวนการปฏิบัติงานด้านการบัญชีให้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลมากขึ้น

    3.เพิ่มขีดความสามารถในการทำงานด้านการเงินและการบัญชีให้มีความถูกต้องรวดเร็ว และลดระยะเวลาในการดำเนินงาน ข้อมูลไม่คลาดเคลื่อน ซ้ำซ้อน และไม่ล้าสมัย สามารถทำการตรวจสอบย้อนหลังได้

    4.พัฒนาระบบสารสนเทศที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ ในแต่ละระบบที่มีอยู่เดิม และ/หรือ ระบบใหม่ที่กำลังจะพัฒนา ลดภาระงานในการบันทึกรายการข้อมูลซ้ำซ้อน และป้องกันมิให้เกิดความผิดพลาดในการบันทึกรายการข้อมูลทางบัญชี

    5.พัฒนาระบบสารสนเทศที่มีระบบการปรับปรุงรายการบัญชีที่เกี่ยวข้องเมื่อต้องการปิดบัญชีในแต่ละช่วงเวลา

    6.พัฒนาระบบสารสนเทศที่มีรูปแบบรายงานทางการเงินและการบัญชี
    ตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง และมีรายงานการใช้งานตามที่ ร.ฟ.ท. ต้องการเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้อง

    7.ลดความยุ่งยากในการติดตามและรวบรวมแผน/ผลการปฏิบัติงานและการใช้จ่ายงานประมาณ และช่วยให้การติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานและการใช้จ่ายงบประมาณมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น