Wednesday, April 14, 2021
More

    สำรวจเผย เด็กใต้จำนวนมากเผชิญภาวะขาดสารอาหารเสี่ยงต่อโรค และเข้าไม่ถึงการพัฒนา

    ผลสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยล่าสุด ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ โดยได้รับการสนับสนุนจากยูนิเซฟ ชี้ให้เห็นว่า แม้การพัฒนาเด็กในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะมีความก้าวหน้าในหลายด้าน แต่ยังคงมีเด็กอีกจำนวนมากที่ขาดแคลนและเข้าไม่ถึงการพัฒนาในอีกหลายมิติ อาทิ ขาดโภชนาการ ขาดภูมิคุ้มกันโรค ขาดแคลนหนังสือ ขาดทักษะการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน และไม่ได้เข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษา

    เด็กในจังหวัดชายแดนใต้ กำลังเผชิญกับภาวะขาดสารอาหาร

    ผลสำรวจล่าสุดในวันนี้เป็นการสำรวจแบบเจาะลึกใน 17 จังหวัดที่มีอัตราความยากจนสูงสุดตามรายงานประจำปี 2560 ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งรวมถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้ 5 จังหวัด ได้แก่ สงขลา นราธิวาส ยะลา ปัตตานี และสตูล โดยผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า ยังมีเด็กอีกจำนวนมากในจังหวัดชายแดนใต้ที่กำลังเผชิญกับภาวะขาดสารอาหารซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายตามมา อีกทั้งยังเข้าไม่ถึงการศึกษา ขาดทักษะและทรัพยากร ซึ่งฉุดรั้งให้พวกเขาตามไม่ทันเด็ก ๆ ในพื้นที่อื่น นี่ไม่ได้เป็นเพียงผลกระทบระยะสั้นเท่านั้น แต่อาจส่งผลไปตลอดช่วงชีวิตของพวกเขา


    สำนักงานสถิติแห่งชาติ เผยข้อมูลจากผลการสำรวจในระดับจังหวัดนำร่อง 17 จังหวัด ซึ่งรวมถึง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการเข้าถึงสิทธิและบริการสาธารณะได้ชัดเจนยิ่งขึ้น รวมทั้ง ยังเป็นข้อมูลพื้นฐานของตัวชี้วัดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ในเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับเด็กและสตรี สำหรับการนำไปใช้กำหนดนโยบายเพื่อความอยู่ดีมีสุขของเด็กและสตรีในประเทศไทย”

    เด็กจ.สตูล ยะลา และนราธิวาส ถึง 90% บริโภคเกลือเสริมไอโอดีน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย

    ผลสำรวจได้แสดงแนวโน้มเชิงบวกด้านความเป็นอยู่ของเด็กในชายแดนภาคใต้ในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคเกลือเสริมไอโอดีนที่มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ซึ่งสำคัญมากต่อพัฒนาการทางสมองของเด็กเล็ก โดยพบว่า ครัวเรือนที่มีเด็กในจังหวัดสตูล ยะลา และนราธิวาส มากกว่าร้อยละ 90 บริโภคเกลือเสริมไอโอดีน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศที่ร้อยละ 85

    แนวโน้มเชิงบวกที่สำคัญอีกประเด็นหนึ่งคือ เด็กในจังหวัดชายแดนใต้อยู่อาศัยกับพ่อแม่มากกว่าเด็กในภูมิภาคอื่น ๆ ของประเทศไทย ผลสำรวจพบว่า เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีในห้าจังหวัดชายแดนใต้ เพียงร้อยละ 5 ถึงร้อยละ 15 เท่านั้นที่ไม่ได้อยู่กับพ่อและแม่ ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยกว่าค่าเฉลี่ยประเทศที่ร้อยละ 24

    ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองเด็กในบางด้านก็มีแนวโน้มดีขึ้น เช่น อัตราการมีบุตรของวัยรุ่น ซึ่งลดลงในทั้งห้าจังหวัดชายแดนใต้ นอกจากนี้ ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นด้วยว่า ในจังหวัดสงขลา สตูล และยะลา การอบรมเด็กด้วยวิธีรุนแรงที่บ้านมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 อย่างไรก็ตาม สัดส่วนดังกล่าวแตกต่างกันอย่างมากในจังหวัดใกล้เคียง โดย ในจังหวัดยะลา มีเด็กที่ถูกอบรมโดยวิธีรุนแรงร้อยละ 25 ขณะที่ในจังหวัดนราธิวาส อัตรานี้สูงถึงร้อยละ 89

    เด็กในจ.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส กำลังเผชิญกับภาวะเตี้ยแคระแกร็น

    นอกจากนี้ ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่น่าตกใจในอีกหลายด้านที่สำคัญ ยกตัวอย่างเช่น เด็ก ๆ ในพื้นที่ชายแดนใต้นับเป็นกลุ่มที่มีปัญหาทุพโภชนาการมากที่สุดในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็กในระยะยาว ผลสำรวจพบว่า ประมาณร้อยละ 23 ของเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปีในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส กำลังเผชิญกับภาวะเตี้ยแคระแกร็น (มีส่วนสูงต่ำกว่าเกณฑ์อายุ) ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศที่ร้อยละ 13 เกือบสองเท่า

    จังหวัดนราธิวาสมีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีที่มีภาวะผอมแห้งสูงสุดใน 17 จังหวัดที่ทำการสำรวจแบบเจาะลึก โดยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 16 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยประเทศที่ไม่ถึงร้อยละ 8 ขณะเดียวกัน ภาวะผอมแห้งของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีในจังหวัดปัตตานีก็เป็นที่น่ากังวลเช่นกัน โดยอยู่ที่ร้อยละ 10

    การได้รับวัคซีนของเด็กยังคงเป็นประเด็นที่น่าเป็นห่วงในพื้นที่ชายแดนใต้ ในขณะที่ทั่วประเทศ มีเด็กอายุ 1 ปีร้อยละ 82 ได้รับภูมิคุ้มกันครบ แต่ในจังหวัดนราธิวาส เด็กอายุ 1 ปีเกือบครึ่งหนึ่งไม่ได้รับภูมิคุ้มกันครบ

    นอกจากนี้ ขณะที่เด็กอายุน้อยกว่า 5 ปีในประเทศไทย ร้อยละ 34 มีหนังสือที่บ้านอย่างน้อยสามเล่ม แต่ในจังหวัดชายแดนใต้ อัตรานี้ไม่ถึงร้อยละ 27 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดนราธิวาส แทบจะไม่มีเด็กคนไหนมีหนังสืออยู่ที่บ้านเลย โดยมีเพียงเด็กเพียงร้อยละ 3 เท่านั้นที่มีหนังสือที่บ้าน

    เด็กในจังหวัดชายแดนใต้ ไม่ได้เรียนในชั้นมัธยมสูงกว่าภาคอื่น

    ในขณะที่เด็กในจังหวัดชายแดนใต้เกือบทุกคนเข้าเรียนระดับชั้นประถมศึกษา แต่เด็กจำนวนมากกลับยังคงขาดทักษะขั้นพื้นฐานที่จำเป็น เด็กอายุ 7-8 ปีเพียงร้อยละ 18 ถึงร้อยละ 36 ในจังหวัดนราธิวาส สงขลา ปัตตานี และยะลา เท่านั้นที่มีทักษะการอ่านขั้นพื้นฐาน ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศที่ร้อยละ 52 ในด้านการคำนวณขั้นพื้นฐานก็เช่นกัน มีเด็กอายุ 7-8 ปีเพียงร้อยละ 32 ในจังหวัดยะลา และเพียงร้อยละ 12 ในจังหวัดปัตตานี เท่านั้นที่มีทักษะการคำนวณขั้นพื้นฐาน เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของประเทศที่ร้อยละ 47

    จังหวัดชายแดนใต้ยังมีสัดส่วนของเด็กที่ไม่ได้เรียนในระดับมัธยมสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศมาก ในจังหวัดนราธิวาส สงขลา ปัตตานี และสตูล มีเด็กวัยมัธยมศึกษาตอนต้นประมาณ ร้อยละ 5 ถึงร้อยละ 8 ที่ไม่ได้เข้าเรียน ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศที่ร้อยละ 3 ปัญหานี้รุนแรงขึ้นในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยมีเด็กวัยมัธยมปลายถึงร้อยละ 19 ในจังหวัดปัตตานี, ร้อยละ 22 ในจังหวัดสงขลา และร้อยละ 36 ในจังหวัดนราธิวาส ที่ไม่ได้เข้าเรียน ในขณะที่ค่าเฉลี่ยของประเทศอยู่ที่ร้อยละ 18