Monday, June 14, 2021
More

    AIS Business Digital Future 2021 งานสัมมนาแห่งปีที่เผยเทรนด์ดิจิทัลสำหรับภาคธุรกิจในอนาคต

    ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วและประสบความสำเร็จอย่างงดงามสำหรับงานสัมมนาแห่งปี “AIS Business Digital Future 2021” ซึ่งจัดโดย AIS Business ร่วมกับพาร์ตเนอร์ผู้นำองค์กรชั้นนำระดับโลกและระดับประเทศ อาทิ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, National Digital ID (NDID), Microsoft Thailand, SC Asset Corporation, Toyota Motor Thailand, Palo Alto, VMware, BOSCH, ธนาคารเกียรตินาคินภัทร, SCN, datafarm, Gorilla และ Opsta งานนี้บอกเลยว่ามีลูกค้าจากองค์กรชั้นนำในประเทศ เข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน ภายใต้รูปแบบการจัดงาน Virtual Conference ที่รวบรวมสุดยอดองค์ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยีทางดิจิทัลแห่งปี 2021 สำหรับธุรกิจทุกภาคอุตสาหกรรม

    AIS Business เผยทิศทางโลกธุรกิจในอนาคต ทุกองค์กรทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ต้อง Transform ตัวเองอย่างรวดเร็ว


    นอกเหนือไปจาก Session ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการอัปเดตเทรนด์ดิจิทัลใหม่ๆ ในหลากหลายหัวข้อแล้ว ภายในงานสัมมนาก็ยังมีทีมผู้บริหารจาก AIS Business คุณธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) มาร่วมพูดคุยอัปเดตถึงโปรเจกต์ต่างๆ ที่ทีมงาน AIS ได้ลงมือทำในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งคุณธรพงษ์ได้กล่าวว่า “โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อสังคมและธุรกิจ AIS ในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัลจึงเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมในโครงการต่างๆ เช่น การจัดตั้ง ร.พ.สนาม, AI-CT Scan ปอด, อสม.ออนไลน์, Telemedicine, Phuket Yacht Quarantine และล่าสุด V-Avenue เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการทั้งขนาดเล็กและใหญ่ สถานการณ์โควิดจึงเป็นตัวเร่งให้องค์กรทั้งขนาดเล็กและใหญ่ต้อง transform ตัวเองอย่างรวดเร็ว และพบว่าองค์กรในกลุ่มผู้นำทางด้านการนำเทคโนโลยีมาใช้ มีแนวโน้มจะฟื้นตัวกลับมาที่ระดับเดิมก่อนโควิดได้ภายใน 2 ปี (2020-2022) และทิ้งห่างองค์กรในกลุ่มผู้ตามไปได้มากขึ้นกว่าที่เคย”

    AIS เองได้ transform ตัวเองจาก Telecom Service Provider มาสู่ Digital Life Service Provider ด้วยการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาสร้างดิจิทัลแพลตฟอร์มสำหรับให้บริการ FBB, Enterprise และบริการดิจิทัลอื่นๆ ที่หลากหลาย รวมทั้งเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานของพนักงานโดยนำหลักการ FIT-FUN-FAIR มาปรับใช้ เพื่อให้องค์กรมุ่งสู่การทำงานที่เข้าใจและตอบสนองลูกค้าได้แบบ 360 องศา”

    ด้วยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลกว่า 1.1 ล้านล้านบาท ทำให้ AIS มีบริการที่หลากหลายสำหรับลูกค้าองค์กร อาทิ เครือข่าย 5G ที่ครอบคลุมทั้งทางด้านพื้นที่การใช้งาน (77 จังหวัด) และด้านรูปแบบการใช้งานต่างๆ รวมถึง platform และ solutions สำหรับลูกค้าองค์กรโดยเฉพาะ, โครงข่ายสื่อสารข้อมูลผ่านไฟเบอร์ออพติก (160,000 ก.ม.), Cloud และ Data Center ที่มีบริการครบวงจร และบริการ Managed Service ที่ช่วยดูแลจัดการให้ธุรกิจไม่ต้องกังวลใจกับการใช้งาน, บริการปกป้องความปลอดภัยด้านไซเบอร์แบบครบวงจร, สร้างและพัฒนาโซลูชัน IoT ในอุตสาหกรรม รวมถึงการให้คำปรึกษา ออกแบบโซลูชัน ติดตั้งและดูแลการทำงานของระบบ ICT ให้กับลูกค้าองค์กรได้

    นอกจากนี้ก็ยังมีบริการที่หลากหลายที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง AIS กับ technology partner ระดับโลกต่างๆ อาทิ

    • Microsoft ร่วมมือกันทั้งในด้านโครงข่าย ด้วยการผสานเครือข่ายเอไอเอสเข้ากับระบบคลาวด์ระดับโลกของไมโครซอฟท์ (Edge node, Azure ExpressRoute) ด้านธุรกิจ (AIS เป็น Partner ทั้งในแบบ CSP & LSP) และการบริการลูกค้าด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ครอบคลุมตั้งแต่ลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ไปจนถึงธุรกิจ SMB เพื่อมอบประสบการณ์ในการใช้งานบริการคลาวด์ที่เหนือกว่า
    • VMware ร่วมให้บริการ Local Cloud service กับลูกค้าองค์กรมายาวนาน วันนี้ขยายขอบเขตจาก Infrastructure as a Service สู่ Container as a Service บนแพลตฟอร์ม VMware Tanzu ทั้งนี้ AIS ยังถือเป็นผู้ให้บริการ Cloud รายแรกในประเทศไทยที่สามารถให้บริการ DevSecOps Platform as a Service เพื่อช่วยให้นักพัฒนาสามารถส่งมอบ Applications ให้กับผู้ใช้งานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
    • Palo Alto นำเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยระดับโลกที่สามารถตอบโจทย์ความซับซ้อนของภัยคุกคามที่มากับเทคโนโลยีต่างๆ ในยุคดิจิทัลได้ครบจบที่เดียว ได้แก่ การป้องกันความปลอดภัยของข้อมูลบน Cloud ด้วย โซลูชัน PRISMA, ดูแลความปลอดภัยในการเชื่อมต่อของเครือข่าย และ data center ด้วยโซลูชัน STRATA และตรวจสอบภัยคุกคามพร้อมแจ้งเตือนธุรกิจด้วยโซลูชัน CORTEX

    และด้วยความไว้วางใจที่ AIS ได้รับจากพาร์ตเนอร์ในธุรกิจต่างๆ AIS จึงมีโอกาสได้นำเทคโนโลยีต่างๆ มาช่วยเพิ่มขีดความสามารถของการทำธุรกิจให้แก่พาร์ตเนอร์มากมาย เช่น

    • การนำโครงสร้างพื้นฐานและโซลูชันด้าน 5G “Private Network” และ “Edge Computing” มาร่วมพัฒนา use case กับ Bosch และ SNC ซึ่งเป็นผู้นำด้านการผลิตอัจฉริยะ 4.0 ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพให้ critical application ต่างๆ
    • ความร่วมมือกับ National Digital ID. (NDID) ในการนำเอาโซลูชันการพิสูจน์ยืนยันตัวตนของ AIS ไปช่วยเสริมสร้าง digital journey ของลูกค้าธนาคารเกียรตินาคินภัทร ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดยผ่านช่องทางของ AIS
    • SC Asset ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนองค์กรจาก “Property Developer” เป็น “Living Solutions Provider” ใช้บริการดิจิทัลต่างๆ รวมถึง application platform จาก AIS เป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง Smart Village, Smart Building
    • Toyota ในฐานะผู้นำของอุตสาหกรรมที่จะก้าวข้ามจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ ไปสู่ “องค์กรแห่งการขับเคลื่อน” Mobility Company ไว้วางใจ AIS ในการต่อยอดธุรกิจเข้าสู่อินเทอร์เน็ต ด้วยโครงข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมแพลตฟอร์มและบริการ telematics

    ท้ายที่สุดแล้ว การที่องค์กรจะทำ Digital Transformation ให้สำเร็จได้ จำเป็นต้องอาศัย Ecosystem ที่ประกอบด้วยทั้งพาร์ตเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีต่างๆ และพาร์ตเนอร์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางในแต่ละธุรกิจ จึงขอเชิญชวนองค์กรทุกภาคส่วนมาร่วมเป็นพาร์ตเนอร์กับ AIS ในการพัฒนาการทำ Digital Transformation ร่วมกัน

    สนใจบริการจาก AIS Business ติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ดูแลองค์กรของท่าน หรือ คลิกเพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์  https://business.ais.co.th/