Friday, October 2, 2020
More

    ส่อง 6 โครงการอสังหาฯ ใหม่แกะกล่องใจกลางเมือง บนสุดยอดทำเลหายาก

    ซีบีอาร์อีเปิดตัว 6 โครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซัวรี่ และซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่แห่งใหม่ รุกตลาดคอนโดมิเนียม ปี 2562 โดยมั่นใจว่าตลาดลักซ์ชัวรี่ยังมีดีมานด์ที่ดี พร้อมตั้งเป้ายอดขายว่าจะเติบโต 4 – 5% สวนกระแสเศรษฐกิจ และการเมืองปัจจุบัน  

    ซึ่ง 6 โครงการใหม่นี้ ประกอบด้วย โครงการเปรม ร่วมฤดี, โครงการต้นสน วัน เรสซิเดนซ์, โครงการศุภาลัย ไอคอน สาทร, โครงการอนิล สาทร 12, โครงการคลาวด์ ทองหล่อเพชรบุรี และโครงการคอมมอน ทียู


    โดยโครงการ ต้นสน วัน เรสซิเดนซ์  เป็นคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ บนกรรมสิทธิ์ที่ดินฟรีโฮลด์ ในย่านเพลินจิต-ต้นสน-หลังสวน หนึ่งในทำเลที่ดีที่สุด และหาได้ยากในกรุงเทพฯ และเป็นที่ต้องการมากในตลาด ใกล้สถานีบีทีเอส ชิดลมเพียง 300 ม. แวดล้อมไปด้วยแหล่งชอปปิงไฮเอนด์ อาทิ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ และ เซ็นทรัล ชิดลม ทุกยูนิตถูกออกแบบมาให้ทุกห้องเป็นห้องมุมพร้อมโถงลิฟท์ส่วนตัว และมีความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตเพียง 80 ยูนิต ในราคาเริ่มต้น 20 ล้านบาท


    โครงการ ศุภาลัย ไอคอน สาทร ตั้งอยู่บนถนนสาทรใต้ ซึ่งเดิมเป็นที่ดินเก่าแก่ของสถานทูตออสเตรเลีย ภายในโครงการประกอบด้วยที่พักอาศัย สำนักงาน และพื้นที่ค้าปลีก รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก มีขนาดห้องตั้งแต่ 1 – 4 ห้องนอน ไปจนถึงเพนท์เฮ้าส์ โดดเด่นด้วยการออกแบบ และวัสดุคุณภาพสูง รูปแบบและพื้นที่ใช้สอยมีความโดดเด่นและมีประสิทธิภาพ โดยมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 220,000 บาท ต่อตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 8.2 ล้านบาท


    โครงการ อนิล สาทร 12 ตั้งอยู่บนถนนสาทรเหนือ ติดสถานีรถไฟฟ้าศึกษาวิทยา ซึ่งอยู่ในแผนการก่อสร้าง ระหว่างสถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์ และสถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี โดดเด่นด้วยการออกแบบตามมาตรฐานของ WELL Building Standard จากสถาบัน International WELL Building (IWBI) สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐานสุขภาวะด้านการอยู่อาศัย ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พักอาศัยให้ได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมภายในอาคารที่ดีต่อสุขภาพ ผ่านเกณฑ์ประเมิน 7 ข้อ ได้แก่ อากาศ น้ำดื่ม โภชนาการที่ดี แสงสว่าง สุขภาพ ความรู้สึกสบาย และความผ่อนคลายสบายใจ โดย อนิล สาทร จะเป็นโครงการที่พักอาศัยแห่งแรกของไทยที่ผ่านการรับรองจากสถาบันดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีพื้นที่จอดรถมากถึง 110% และโครงการได้ผ่านการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเรียบร้อยแล้ว ราคาเริ่มต้น 11 ล้านบาท


    โครงการเปรม ร่วมฤดี ตั้งอยู่ในทำเลร่วมฤดีซอย 2 ใจกลางย่านเพลินจิต เป็นคอนโดมิเนียมแบบโลว์ไรส์ ขนาดที่ดินเกือบ 2 ไร่ มีจำนวนยูนิตเพียง 176 ยูนิต ขนาดห้อง สตูดิโอ 1 ห้องนอน 2 ห้องนอน และ ห้องแบบ เอ็กเซ็กคิวทีฟ สวีท ซึ่งมีโถงลิฟต์ส่วนตัว และมีจำนวนเพียง 12 ยูนิตทั้งโครงการ สถาปัตยกรรมถูกออกแบบให้มีความโดดเด่น รวมถึงการลงรายละเอียดในเรื่องของพื้นที่ใช้สอยที่จะต้องทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมีพื้นที่สำหรับเก็บของกว้างขวางเป็นพิเศษและเป็นโถงทางเดินเดียว พร้อมวิวสวนส่วนตัว ราคาเริ่มต้น 6.8 ล้านบาท


    โครงการ คลาวด์ ทองหล่อเพชรบุรี เป็นอาคารสูงถึง 55 ชั้น ซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่บนชั้นสูงสุด สามารถมองเห็นวิวกรุงเทพฯ ได้โดยรอบ โดดเด่นด้วยการออกแบบแบบโถงทางเดินเดียว เพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัวสูงสุด ซึ่งทำเลของโครงการนี้สามารถเดินทางสู่ถนนทองหล่อ สุขุมวิท 39 และอโศก มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 3.5 ล้านบาท


    โครงการ คอมมอน ทียู เป็นโครงการคอนโดมิเนียมแบบไฮไรส์โครงการแรกบนทำเล ธรรมศาสตร์-รังสิต ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี มีความปลอดภัยสูง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เหมาะสำหรับการลงทุนปล่อยเช่า เนื่องจากมีดีมานด์การเช่าที่ดี ใกล้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีแดงสถานีธรรมศาสตร์ และสถานีเชียงราก อยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และสนามบินนานาชาติดอนเมือง ราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท


    นางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปีนี้ ซีบีอาร์อี ปรับแผนกลยุทธ์การตลาดโครงการที่พักอาศัย ทั้งกระบวนการศึกษาตลาด ความต้องการของลูกค้าอย่างละเอียดรอบคอบ พร้อมเข้าร่วมพัฒนารูปแบบโครงการกับผู้พัฒนาโครงการในทุกขั้นตอน รวมถึงวางแผนการขายการตลาดโครงการให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดและการแข่งขันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

    โดยเชื่อว่าลูกค้า และนักลงทุนในปัจจุบันโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับบนส่วนใหญ่ มีความรู้ความเข้าใจในการลงทุนที่พักอาศัยดีมากขึ้น สามารถเข้าถึงข้อมูลโครงการและข้อมูลตลาดเพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบก่อนตัดสินใจซื้อในภาวะตลาดปัจจุบัน ที่มีโครงการให้เลือกหลากหลายรูปแบบในแต่ละทำเล เรียกว่าในวันนี้เป็นตลาดของผู้ซื้อ

    ซึ่งปัจจุบันซีบีอาร์อีเป็นตัวแทนการขายและการตลาดให้โครงการที่พักอาศัยทั้งหมดจำนวน 27 โครงการ เป็นโครงการบ้าน 5 โครงการ และโครงการคอนโดมิเนียม 22 โครงการ มูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้น กว่า 38,000 ล้านบาท โดยปีนี้คาดว่ายอดขายจะเติบโตขึ้น ซึ่งตั้งเป้าไว้ที่ 4-5%