นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า รฟม. ได้ลงนามสัญญาจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา นำโดยบริษัท โชติจินดา คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัท เอ็นทิค จำกัด และ บริษัท เอ 21 คอนซัลแตนท์ จำกัด วงเงิน 85.6 ล้านบาท เพื่อดำเนินการศึกษารายละเอียดความเหมาะสม ออกแบบ จัดเตรียมเอกสารประกวดราคา โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดนครราชสีมา สายสีเขียว (ตลาดเซฟวัน-สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านนารีสวัสดิ์) ระยะทาง 11.17 กม. โดยเบื้องต้นคาดว่าจะต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 8,000 ล้านบาท
สำหรับขั้นตอนการดำเนินงาน ในช่วงแรกจะเป็นการศึกษารายละเอียดความเหมาะสม (Feasibility Study) ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ออกแบบ จัดทำรายงานผลการศึกษา วิเคราะห์รูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการ และทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาตามที่กำหนดใน พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562
ส่วนช่วงที่ 2 จะเป็นการจัดเตรียมเอกสารประกวดราคาเพื่อคัดเลือกผู้รับจ้างงานก่อสร้างโครงการ และ/หรือ เอกสารข้อเสนอสำหรับใช้คัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนด้านงานโยธา งานระบบรถไฟฟ้า งานบำรุงรักษาและงานให้บริการเดินรถ

โดยบริษัทที่ปรึกษาจะเริ่มงานตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งในช่วง 6 เดือนแรก ต้องศึกษารูปแบบการลงทุน ออกแบบรายละเอียดเพื่อประเมินต้นทุนโครงการก่อน เพื่อรายงานต่อคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟม. กระทรวงคมนาคม สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อนำเสนอคณะกรรมการ PPP เข้าสู่ขั้นตอนการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนตาม พ.ร.บ.ร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2562 และคาดว่าจะสามารถเปิดประมูลได้ปลายปี 2563 เริ่มการก่อสร้างปลายปี 2564 เปิดให้บริการช่วงต้นปี 2568
ทั้งนี้ สำหรับโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดนครราชสีมา สายสีเขียว (ตลาดเซฟวัน-สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านนารีสวัสดิ์) เป็นระบบรถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail Transit) หรือ Tram โครงสร้างทางวิ่งระดับดิน มีแนวเส้นทางตามแนวตะวันออก-ตะวันตก บนถนนมิตรภาพ ถนนมุขมนตรี ถนนโพธิ์กลาง ถนนราชดำเนิน ถนนชุมพล และถนนสุรนารายณ์ มี 20 สถานี และมีศูนย์ซ่อมบำรุง (Depot) บริเวณบ้านนารีสวัสดิ์
แนวเส้นทางผ่านสถานที่สำคัญ เช่น ตลาดเซฟวัน ตลาดมิตรภาพ สถานีรถไฟจังหวัดนครราชสีมา คลังพลาซ่าใหม่ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี โรงเรียนสุรนารีวิทยา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานจังหวัดนครราชสีมา สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านนารีสวัสดิ์ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้โดยสารประมาณ 10,000 คน/วัน เนื่องจากเป็นเส้นทางสายหลักที่วิ่งผ่านสถานที่สำคัญและมีสถานีเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟทางคู่ และรถไฟความเร็วสูง

โดยรูปแบบการร่วมลงทุนกับเอกชน คาดว่าจะใช้รูปแบบเดียวกับรถไฟฟ้าสายสีชมพู และสายสีเหลือง คือ รัฐจัดหาที่ดิน ส่วนเอกชนลงทุนค่าก่อสร้างงานโยธา ระบบรถและเดินรถ โดยรัฐทยอยชำระคืนในระยะ 10 ปี ซึ่งจะเปิดกว้างให้เอกชนท้องถิ่น และนักลงทุนทั่วไปสามารถเข้าร่วมประมูลได้
ทั้งนี้ ตามผลการศึกษาโครงการแผนแม่บทจราจร และแผนแม่บทพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมืองนครราชสีมา ของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) มีแผนที่จะทำ 3 เส้นทาง ได้แก่ สายสีเขียว สายสีส้ม และสายสีม่วง โดยประเมินว่าทั้ง 3 เส้นทางจะมีผู้โดยสารใช้บริการรวมกันประมาณ 20,000 คน/วัน

โดย รฟม. จะก่อสร้างเส้นทางสายสีเขียว เป็นเส้นทางนำร่องก่อน เพื่อดูผลการดำเนินงาน ทั้งในแง่ผลกระทบระหว่างก่อสร้าง ผลกระทบต่อการจราจร และการตอบรับของประชาชน เนื่องจากเป็นการก่อสร้างในเขตเมืองใหญ่ที่มีปัญหาจราจร ซึ่งรถไฟฟ้ารางเบานี้ แนวเส้นทางจะอยู่บนแนวถนน มีการเวนคืนน้อย อาจเวนคืนบ้างหากถนนแคบ หรือจุดโค้งทางเลี้ยว และจุดที่ตั้งสถานี
นอกจากนี้ นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ยังกล่าวถึงระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ในเมืองภูมิภาคที่ รฟม. รับผิดชอบ ว่าอยู่ระหว่างดำเนินการตามแผน ได้แก่ ระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต อยู่ระหว่างหารือกับกรมทางหลวงเพื่อปรับปรุงแบบบริเวณที่เป็นจุดตัดกับถนน ซึ่งจะกระทบต่อต้นทุนโครงการที่ต้องประเมินใหม่ และต้องปรับรายงานร่วมลงทุน PPP
ขณะที่ระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ ได้ว่าจ้างที่ปรึกษาทำการศึกษาแนวเส้นทางอย่างละเอียด ส่วนระบบขนส่งมวลชน จังหวัดพิษณุโลก อยู่ระหว่างรอร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ให้ รฟม. ดำเนินการกิจการรถไฟฟ้าในจังหวัดพิษณุโลก จากนั้นจะเป็นการจ้างที่ปรึกษาศึกษาออกแบบรายละเอียด รายงานสิ่งแวดล้อม และรูปแบบการลงทุนต่อไป



