Thursday, October 1, 2020
More

    ตรวจผลงาน ส.ส. หลังเลือกตั้ง 3 เดือน คนไทยชี้ มัวแต่แย่งตำแหน่ง-เล่นการเมืองแบบเดิมๆ

    ผ่านพ้นการเลือกตั้งมา 3 เดือนเต็ม ซึ่งได้มีการเปิดประชุมสภาเลือกนายกรัฐมนตรี และมีพระบรมราชโอการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถึงอย่างนั้นในการทัพคณะรัฐมนตรียังคงไม่สะเด็ดน้ำเสียที ท่ามกลางสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สำนักโพลต่างๆ ได้มีการสำรวจความคิดเห็นของคนไทยที่มีต่อบทบาทและการทำงานของ ส.ส. ในสภา

    เริ่มจากประเด็นจาก นิด้าโพล ที่ได้สอบถามเกี่ยวกับความคิดเห็นต่อบทบาทของ ส.ส. ในช่วงที่ผ่านมา 3 เดือนหลังการเลือกตั้ง พบว่าเสียงจากประชาชนข้างมาก ระบุว่า ส.ส. ส่วนใหญ่มัวแต่ต่อสู้กันเพื่อแย่งตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี แต่ที่ชวนให้คิดหนักคือ หลังการเลือกตั้ง ส.ส. หายหน้าไปเลย นอกจากนั้นยังมองว่า ส.ส. ส่วนใหญ่แสดงบทบาททางการเมืองแบบเดิมๆ เช่น ด่ากันไปมา และชอบอ้างประชาชน เป็นคต้น อีกทั้ง ส.ส. จากพรรครัฐบาลเอาแต่จับกลุ่มต่อรองตำแหน่งทางการเมือง ส่วน ส.ส. จากพรรคที่จะเป็นฝ่ายค้าน ใช้เป็นแต่วาทกรรมเพื่อล้มรัฐบาล



    มีเสียงส่วนน้อยเท่านั้นที่สะท้อนว่า ส.ส. ที่เลือกไปขยันลงพื้นที่พบประชาชน กระตือรือร้นในการทำงานเพื่อประชาชน รวมถึงแสดงบทบาทใหม่ในการเป็นมืออาชีพในการทำงาน

    ส่วนประเด็นที่ว่า ส.ส. ที่ไม่มีตำแหน่งในรัฐบาลว่าจะสามารถผลักดันนโยบายและทำงานเพื่อประชาชนได้หรือไม่นั้น เสียงครึ่งหนึ่งยังเชื่อมั่นว่าทำได้ เพราะจะทำตามนโยบายที่สัญญาไว้และเป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชน แต่อีก 1 ใน 3 มองว่าทำไม่ได้ เนื่องจาก ส.ส. บางคนไม่มีความรู้ความสามารถในการผลักดันนโยบาย

    ขณะที่ กรุงเทพโพลล์ เผยถึงมุมมองประชาชนต่อความท้าทายที่รัฐบาลใหม่ต้องเผชิญ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ เห็นว่ารัฐบาลใหม่จากการผสมกว่า 19 พรรคการเมือง จะมีเสถียรภาพและความมั่นคงค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด สิ่งที่รัฐบาลใหม่จะเผชิญกับความท้าทายด้านเสถียรภาพทางการเมืองมากท่ีสุดคือ ความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาล ในการการจัดสรรตําแหน่งโควตารัฐมนตรี รวมถึงกระแสข่าวโจมตีรัฐบาล และจำนวนเสียงที่ใกล้เคียงกันระหว่าง ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ส่วนนโยบายท่ีรัฐบาลใหม่ควรเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศและแก้ปัญหาต่างๆ สานต่อจากที่ค้างคาไว้ในอดีต แบบไร้รอยต่อ คือเรื่องการช่วยเหลือผู้ยากจน ลดความเหล่ือมลํ้าของสังคม รวมทั้งการปฏิรูปเศรษฐกิจ การลงทุน ที่มีนวัตกรรมและการวิจัย และต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ซึ่งรัฐบาลควรรีบดําเนินการอย่างเร่งด่วนที่สุด คือการเพิ่มรายได้ประเทศ-ประชาชน


    ด้าน ซูเปอร์โพล เผยถึงสิ่งที่ประชาชนอยากเห็น ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อและอยากเห็นบ้านเมืองสงบสุขไม่วุ่นวาย อยากเห็นคนดีปกครองบ้านเมือง คนไทยมีงานทำ มีทักษะรายได้ดี มีวินัย มีทัศนคติที่ดีต่อกัน ช่วยกันปกป้องประโยชน์ชาติ มีความปลอดภัยและเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ แต่ที่น่าพิจารณาคือ ถ้าบ้านเมืองวุ่นวายเดินต่อไปไม่ได้ ส่วนใหญ่ 87% ระบุว่ายุบสภา เลือกตั้งใหม่ ส่วนประเด็นเรื่องการทำหน้าที่ของประธานสภาฯ นายชวน หลีกภัย และการทำหน้าที่ของ ส.ว. ในสภาฯ ยังคงได้รับความพอใจเกินกว่าครึ่ง แต่การทำหน้าที่ของ ส.ว. กลับได้รับความพอไม่ถึงครึ่ง

    ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผู้มีอำนาจน่าจะนำความรู้สึกนึกคิดเหล่านี้ไปเป็นส่วนประกอบตัวชี้วัดและทำให้เกิดผลเห็นประจักษ์ในสายตาของประชาชน ผลที่ตามมาคือ จะให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ แต่ถ้าบ้านเมืองวุ่นวายเดินต่อไปไม่ได้ ประชาชนส่วนใหญ่ขอยุบสภาเลือกตั้งใหม่ และไม่ยอมรับการยึดอำนาจอีกแล้ว เพราะน่าจะเห็นชัดเจนได้ว่าการยึดอำนาจเป็นเพียงการเปลี่ยนมือถืออำนาจและเปลี่ยนข้างสลับมือถือผลประโยชน์พวกพ้องของตนเอง มากกว่าทำเพื่อความสุขแท้จริงของประชาชนทั้งประเทศ

    ทั้งนี้ หากเมื่อมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในครั้งต่อไป เมื่อดูผลสำรวจของนิด้าโพล ก็พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังคงจะลงคะแนนให้กับผู้สมัคร ส.ส. หรือพรรคการเมืองเดิมที่เคยเลือก