Friday, September 25, 2020
More

    สำนึกก่อนตาย  

    เป็นเรื่องจริงที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ถึงเดือน กรณี “น้องแนน” เด็กนักเรียนสาว ม.4 อายุเพียง 16 ปี ที่ต้องจากไป ด้วยอุบัติเหตุ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช

    โดยเด็กหญิงที่เคราะห์ร้ายรายนี้ ได้ขับรถจักรยานยนต์จะเดินทางไปโรงเรียน แต่ระหว่างทางได้ประสบเหตุถูกรถชนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ซึ่งตรงกับวันเกิดครบรอบอายุ 16 ปีของน้องพอดี


    ในระหว่างที่กำลังตั้งพิธีสวดพระอภิธรรมศพอยู่ที่วัดนั้น “น้องแนน” ได้เข้ามาสิงเพื่อน ร้องไห้คร่ำครวญต่อหน้าแม่และญาติ โดยบอกว่า ยังไม่อยากตาย และให้ช่วยหาพาตนกลับบ้านด้วย เพราะที่ที่น้องอยู่(ที่เกิดอุบัติเหตุ)นั้นมืดมาก ไม่รู้อยู่ที่ไหน อยากให้พากลับบ้าน

    นายจิรศักดิ์ ชุมทอง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ต.เขาพังไกร อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ระบุว่าหลังจากคลิปน้องแนนเข้าสิงเพื่อน ถูกส่งต่อและหลายคนได้ดูกันแล้ว แต่ส่วนตัวนั้นไม่อยากดูเพราะสงสารเด็ก ทราบเพียงว่าเด็กที่เสียชีวิตนั้นอาศัยอยู่กับยาย ที่เขาเรียกว่าแม่ เป็นที่รักของเพื่อนฝูง เป็นนักร้องประจำโรงเรียนหัวไทรบำรุงราษฎร์ ส่วนหญิงสาวที่มีอาการในคลิป ทราบเพียงว่าเป็นเพื่อนนักเรียนในโรงเรียนเดียวกัน ซึ่งขณะนี้ร่างของน้องแนนได้ฌาปนกิจไปแล้ว

    จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ทำเอาผู้คนที่อยู่ในงานศพพากันขนลุก เพราะสิ่งที่ “น้องแนน” พูดออกมานั้น แม่(ยาย)ต่างก็รับรู้ว่านี่คือน้องแนนจริงๆ  ส่วนดวงวิญญาณของน้องแนนก็คงไปสู่ภพภูมิที่ดีแล้ว

    มีข้อคิดหนึ่งที่ “น้องแนน” ได้ฝากให้พวกเราได้คิดก็คือ เมื่อวิญญาณได้ออกจากร่างกายเราไปแล้ว ร่างกายแตกดับ ไม่สามารถใช้การใช้งานได้แล้วนั้น วิญญาณหรือที่ “พระพรหมมงคลญาณ วิ.(หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร)” ใช้คำว่า “อาทิสมานกาย” ของคนเรานั้นยังคงอยู่

    สำนึกสุดท้ายของวิญญาณที่ยังคงห่วง เป็นกังวลนั้น ทำให้วิญญาณไม่ไปไหน เหมือนกับยังไม่ได้รับการปลดปล่อย จึงหาทางสื่อมายังญาติสนิทเพื่อให้ช่วยปลดปล่อย ส่วนจะไปแห่งใดนั้น ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับบุญกุศลที่ได้ทำมา

    หลวงพ่อได้เทศนา สั่งสอนพวกเราเสมอมาว่าในสิ่งที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ “อัตตาหิ อัตโน นาโถ” ตนเป็นที่พึ่งของตน “นาโถ ปโรสิยา” ใครเล่าจะมาเป็นที่พึ่งของเราได้ “อัตตาหิ สุทัน เตนะนาถัง ละภะติ ทุลละภัง” เมื่อมาทรมานตนได้ดีแล้วบุคคลผู้นั้นก็จะได้ที่พึ่งอันที่บุคคลจะได้โดยยาก

    การที่พวกเราได้พากันมาทำสมาธิ หรือทำจิตของเราให้สงบนั้นถือว่าเป็นการฝึกฝนตน เมื่อฝึกฝนตนได้ที่แล้ว ก็ได้ที่พึ่ง เพราะฉะนั้นจิตของเรานี้จึงเป็นสิ่งที่เราควรจะทะนุถนอมเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เรารู้ผิด รู้ถูก

    วัดเป็นที่พึ่งในอนาคตของชีวิต เพราะว่าคนเรานั้นมีเกิด แก่ เจ็บ ตายอย่างแน่นอน ไม่มีทางหลีกเลี่ยง เพียงแต่ว่าเวลาตายแล้วเราจะไปที่ไหน

    “เพราะเมื่อเวลาที่เราตายไปแล้วเหลือแต่วิญญาณนั้น เราจะทำอะไรไม่ได้ นอกจากจะไปตามบุญตามกรรมที่เราทำไว้  ถ้าหากว่าใครได้มาปฏิบัติตนแล้ว ผู้นั้นก็จะไม่เคว้งคว้าง เมื่อตายไปก็ยังมีที่ยึดเกาะ ทำให้เราได้รับความสุขและความสบายในอนาคตล่วงหน้า เวลานี้ในชีวิตเราแม้ว่าจะสบายบ้าง ไม่สบายบ้างก็เป็นธรรมดา แต่ส่วนที่เป็นของเราโดยแท้จริงนั้นก็คือ การทำให้กับใจของเรารักษาความดีไว้ได้ตลอดไป…”