Tuesday, October 20, 2020
More

    เทรนด์ Work From Home ส่งให้มีผู้สนใจซื้ออสังหาฯ แถบชานเมืองมากขึ้น

    มองเทรนด์การเลือกที่อยู่อาศัยในยุคนิวนอร์มัลกับรายงาน “ซื้อ” หรือ “เช่า” แบบไหนโดนใจ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ ? จากดีดีพร็อพเพอร์ตี้

    Work From Home ส่งผู้สนใจซื้ออสังหาฯ แถบชานเมืองมากขึ้น

    เทรนด์ Work From Home ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาพิจารณาเลือกซื้อที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์พฤติกรรมแบบนิวนอร์มัลมากขึ้น โดยจะเน้นไปที่โครงการหรือที่อยู่อาศัยแนวราบหรือคอนโดฯ ที่มีจำนวนยูนิตน้อย ๆ ไม่แออัดในแถบชานเมือง เมื่อเทียบความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยในราคาที่ถูกกว่าการซื้อบ้าน/คอนโดฯ ย่านศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ (CBD)


    เพราะนอกจากผู้ซื้อจะได้พื้นที่ใช้สอยมากขึ้นแล้ว ยังคงเดินทางได้สะดวกด้วยรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่กำลังพัฒนาในหลายทำเล สอดคล้องกับเทรนด์ตลาดอสังหาฯ ที่ตอนนี้ผู้ประกอบการปรับตัวมาพัฒนาโครงการที่มีจุดขายสอดรับกับแนวโน้มพฤติกรรมในปัจจุบัน

    ดัชนีราคาอสังหาฯ ไตรมาส 3/63 จะต่ำที่สุดในรอบ 11 ไตรมาส

    ราคาอสังหาฯ ในปีนี้ยังมีแนวโน้มลดลงอันเนื่องมาจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังไม่สามารถวางใจได้ สอดคล้องกับรายงานดัชนีราคาอสังหาฯ DDproperty Thailand Property Market Index ไตรมาส 3/63 ที่ระบุจะต่ำที่สุดในรอบ 11 ไตรมาส

    ทั้งผู้ประกอบการยังแข่งขันด้านราคาอย่างเข้มข้น และปล่อยโปรโมชั่นทั้งส่วนลด ทั้งผ่อนให้ก่อน หรือแหวกแนวแจกบัตรทางด่วนสิบปี เป็นต้น เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจของผู้ซื้อ โดยเฉพาะตลาดคอนโดฯ ที่ยังคงมีสินค้าคงค้างอยู่เป็นจำนวนมากอยู่ในเวลานี้ จึงเรียกได้ว่าเป็นโอกาสทองที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ซื้อที่มีความพร้อม และกลุ่มเรียลดีมานด์ที่วางแผนซื้อบ้าน/คอนโดฯ ในอนาคต

    เช่าอสังหาฯ ไลฟ์สไตล์แนวใหม่ ลดภาระผูกพันระยะยาว

    เทรนด์การเช่าอสังหาริมทรัพย์ นับเป็นอีกไลฟ์สไตล์การเลือกที่อยู่อาศัย ที่ช่วยลดภาระผูกพันระยะยาว และเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคที่เริ่มสร้างฐานะ หรือยังมีภาระค่าใช้จ่ายในส่วนอื่น เพราะการมีเงินออมเก็บอยู่กับตัวถือเป็นสิ่งจำเป็นในยุคนี้ นอกจากลดความเสี่ยงของปัญหาทางการเงินจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ยังช่วยให้สามารถวางแผนชีวิตเพื่อรับมือผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวได้

    43% ของชาวไทยที่ยังไม่ได้ครอบครองอสังหาฯ วางแผนจะเช่าที่อยู่อาศัยในปี 64

    โดยข้อมูลจากผลสำรวจฯ DDproperty’s Thailand Consumer Sentiment Study พบว่า 43% ของผู้บริโภคชาวไทยที่ยังไม่ได้ครอบครองอสังหาฯ วางแผนจะเช่าที่อยู่อาศัยในปีหน้า ขณะที่ 38% ของผู้ตอบแบบสำรวจฯ ตั้งใจจะเช่าก่อน 2 ปี และวางแผนจะซื้อบ้านในภายหลัง ทั้งจากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่าที่อยู่อาศัยยังเป็นเรื่องที่คนไทยให้ความสำคัญอันดับต้น ๆ ในการวางแผนอนาคตเสมอ เพราะการเลือกที่พักอาศัยที่ตรงความต้องการของผู้อยู่อาศัยถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

    อย่างไรก็ตามแม้ช่วงนี้จะมีโปรโมชั่นที่พักอาศัยที่โดนใจมากมายมากระตุ้นตลาดให้เติบโต แต่ผู้บริโภคควรพิจารณาปัจจัย/ข้อจำกัดต่าง ๆ อย่างรอบคอบ ทั้งเรื่องความพร้อมด้านการเงิน แผนชีวิตในอนาคต รวมทั้งประเมินปัจจัยอื่นที่อาจมีผลกระทบต่อรายรับในระยะสั้น และระยะยาว เพราะสุดท้ายไม่ว่าจะเลือกซื้อหรือเช่าที่อยู่อาศัย ต้องอย่าลืมว่าการสร้างวินัยทางการเงินให้กับตัวเองถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดเสมอ