Sunday, March 3, 2024
More

    รู้ทัน อาการไข้เลือดออก ระยะเริ่มต้นเป็นอย่างไร

    ไข้เลือดออกเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue virus) ซึ่งยุงลายบ้าน (Aedes aegypti) เป็นพาหะนำโรค โรคนี้สามารถพบได้ในทุกภูมิภาคของโลก โดยเฉพาะในเขตร้อนและเขตกึ่งร้อน ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอัตราการระบาดของโรคไข้เลือดออกสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งสำหรับในประเทศไทยเอง ก็ได้พบการระบาดในหลายพื้นที่ ในครอบครัวของแต่ละบ้านควรเฝ้าระวัง และสังเกตอาการให้ดี ในบทความนี้ จะมาแนะนำความรู้ดี ๆ ว่าอาการไข้เลือดออก ระยะเริ่มต้นเป็นอย่างไร และมีวิธีป้องกันอย่างไร

    ไข้เลือดออก เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue virus) ยุงลายตัวเมียเป็นพาหะนำโรค โดยเมื่อยุงลายตัวเมียกัดคนที่ป่วยเป็นไข้เลือดออก เชื้อไวรัสเดงกีจะเข้าสู่ร่างกายยุง และเพิ่มจำนวนในต่อมน้ำลายของยุง เมื่อยุงไปกัดคนอีกก็จะปล่อยเชื้อไวรัสไปยังผู้ที่ถูกกัด เชื้อจะเข้าสู่กระแสเลือดและเริ่มทำลายเม็ดเลือดขาว ส่งผลให้เกิดอาการไข้เลือดออก ในระยะเริ่มต้น คือ ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูก และอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย


    มารู้ทันอาการไข้เลือดออก ในระยะเริ่มต้น

    ระยะเริ่มต้นของโรคไข้เลือดออก มักเริ่มมีอาการภายใน 4-10 วันหลังจากถูกยุงลายตัวเมียที่มีเชื้อกัด อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

    • ไข้สูง 38-40 องศาเซลเซียส
    • ปวดศีรษะ
    • ปวดกล้ามเนื้อ
    • ปวดกระดูก
    • อ่อนเพลีย
    • เบื่ออาหาร
    • คลื่นไส้ อาเจียน
    • อาจมีผื่นแดงขึ้นตามลำตัว แขน ขา

    อาการไข้เลือดออก ในระยะเริ่มต้นเหล่านี้จะค่อยๆ รุนแรงขึ้นภายใน 2-3 วันแรก โดยไข้จะสูงอยู่ตลอดเวลา ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูก รุนแรงขึ้น อ่อนเพลียมาก เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียนมากขึ้น อาจมีผื่นแดงขึ้นตามลำตัว แขน ขา บางคนอาจมีเลือดออกตามไรฟัน เลือดกำเดาไหล ปัสสาวะเป็นสีเข้ม

    การดูแลผู้ป่วยไข้เลือดออก ในระยะเริ่มต้น

    • นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
    • ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน
    • รับประทานอาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย
    • หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งในช่วงที่มียุงลายกัด
    • หากมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูก รุนแรงขึ้น อ่อนเพลียมาก เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียนมากขึ้น อาจมีเลือดออกตามไรฟัน เลือดกำเดาไหล ปัสสาวะเป็นสีเข้ม ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

    การป้องกันโรคไข้เลือดออก

    • กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เช่น ภาชนะใส่น้ำขัง เศษวัสดุต่างๆ บริเวณบ้านและรอบบ้าน
    • ใส่เสื้อผ้าที่ป้องกันไม่ให้ยุงกัด เช่น เสื้อแขนยาว ขายาว หมวก ผ้าปิดปาก
    • ทายากันยุง
    • ฉีดพ่นยากำจัดยุง
    • การฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก ซึ่งปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก 2 ชนิด ได้แก่
      • วัคซีน Dengvaxia เป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย มีประสิทธิภาพป้องกันโรคไข้เลือดออกได้ประมาณ 50-60%
      • วัคซีน CYD-TDV เป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ มีประสิทธิภาพป้องกันโรคไข้เลือดออกได้ประมาณ 70-80%

    สำหรับผู้ที่อยากป้องกันอาการไข้เลือดออก ในระยะเริ่มต้น สามารถเลือกใช้การวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกให้กับเด็กอายุ 9-16 ปี จำนวน 3 เข็ม โดยฉีดเข็มแรก เข็มที่สองห่างกัน 6 เดือน และเข็มที่สามห่างกัน 12 เดือน