Sunday, March 3, 2024
More

    7 วิธีลดความเสี่ยงการเกิดภูมิแพ้ ป้องกันตัวเองยังไง ให้ห่างไกลภูมิแพ้มากที่สุด

    ภาวะหรืออาการภูมิแพ้ เป็นอาการที่ไม่ว่าใครๆ ก็ไม่อยากเป็น เพราะอาการของคนที่เป็นภูมิแพ้นั้นสร้างผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก ทั้งคัดจมูก จามบ่อย หายใจไม่สะดวก เคืองตา บางคนก็มีผดผื่นขึ้นตามตัว รู้สึกคันแทบตลอดเวลา ซึ่งสาเหตุหลักของการเกิดภูมิแพ้นั้นก็เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยเฉพาะในประเทศไทย โซนกรุงเทพฯ ที่อากาศเต็มไปด้วยฝุ่นและมลภาวะ ไม่ว่าจะเป็น PM 2.5 ควันจากโรงงานอุตสาหกรรม เชื้อโรคหรือเชื้อไวรัส รวมไปถึงสภาพอากาศที่แปรปรวน ปัจจัยแวดล้อมเหล่านี้ล้วนกระตุ้นให้อาการภูมิแพ้เกิดได้ง่ายขึ้น สำหรับคนที่อ่อนไหวต่อสภาพอากาศและฝุ่นละออง หรือคนที่อยู่ในโซนกรุงเทพฯ ที่ขึ้นชื่อเรื่องสภาพอากาศย่ำแย่ ในบทความนี้ เราได้รวบรวมวิธีที่จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภูมิแพ้ ช่วยเสริมสร้างสุขอนามัย สามารถทำตามได้ทุกคน

    1. จัดเก็บและทำความสะอาดห้องต่างๆ ภายในบ้านอย่างสม่ำเสมอ

    พื้นที่ในบ้านหรือห้องที่เป็นพื้นที่ปิด เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ อย่างเฟอร์นิเจอร์ นับเป็นแหล่งสะสมของฝุ่นละออง รวมไปถึงขนสัตว์ โดยเฉพาะสุนัขหรือแมว สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการภูมิแพ้ ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้อาการภูมิแพ้กำเริบ จึงควรหมั่นทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละสามสี่ครั้ง หรือหากทำความสะอาดได้ทุกวันก็จะดีมาก โดยเฉพาะห้องนอน ที่เป็นพื้นที่ปิดและเป็นพื้นที่พักผ่อน นอกจากการทำความสะอาดทั่วไป อย่างการดูดฝุ่น เช็ดฝุ่น หรือถูห้องแล้ว อุปกรณ์เครื่องนอนก็ควรให้ความสำคัญแและหมั่นทำความสะอาดด้วยเช่นกัน เพราะผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน รวมไปถึงตุ๊กตาตัวโปรด ล้วนเป็นแหล่งสะสมไรฝุ่นชั้นยอด หากไม่ได้ทำความสะอาดเลย เราก็จะจมอยู่กับการสูดดมไรฝุ่นเหล่านี้ทุกคืน จนส่งผลให้เกิดอาการภูมิแพ้ ตัดจมูก หายใจไม่สะดวกนั่นเอง


    2. กำจัดแมลง แหล่งเชื้อโรคภายในบ้าน

    หากเห็นแมลงในห้อง ไม่ว่าจะเป็นแมลงสาบ มด ยุง หรือแมลงวัน ให้รู้ไว้เลยว่าห้องของเรามีสิ่งสกปรกและมีงเชื้อโรคแบคทีเรียซุกซ่อนอยู่แน่นอน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ภูมิในร่างกายตก และเกิดเป็นภูมิแพ้ได้ง่ายขึ้น เพื่อจัดการกับปัญหาเหล่านี้ จึงควรกำจัดแมลงในบ้านทุกเดือน สามารถจ้างหน่วยงานที่รับกำจัดแมลงโดยเฉพาะ หรือใช้ยาพ่นฉีดแมลงเป็นประจำก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้หลังจากใช้ยาพ่นฉีดแมลง ไม่ควรอยู่ในพื้นที่นั้นๆ จนกว่ากลิ่นและสารเคมีที่ใช่จะจางลง เพราะอาจเสี่ยงทำให้เกิดอาการแพ้ เกิดอาการคัน อาการอาเจียน หรือหายใจได้ไม่สะดวกตามมาได้ และอย่าลืมทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบทุกครั้ง เพื่อกำจัดสารเคมีอันตรายที่ตกค้างอยู่บนพื้นผิวต่างๆ นั่นเอง

    3. สวมใส่แมสก์ขณะออกไปข้างนอก 

    สภาพอากาศและมลภาวะรอบตัว เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดภาวะภูมิแพ้ จึงควรสวมใส่แมสก์ทุกครั้งเมื่อต้องออกไปข้างนอก นอกจากจะช่วยป้องกันมลภาวะ ฝุ่นควัน หรือ PM 2.5 ที่เป็นปัจจัยส่งผลให้เกิดอาการภูมิแพ้แล้ว ยังช่วยป้องกันละอองเกสรดอกไม้ เชื้อโรคต่างๆ รวมถึงสารก่อภูมิแพ้อื่นๆ ด้วย นอกจากนี้การเลือกชนิดของแมสก์ก็เป็นสิ่งสำคัญ ควรใช้เป็นหน้ากาก N95 ที่สามารถกรองฝุ่นควันและเชื้อไวรัสขนาดเล็กได้ถึง 0.3 Micron แล้ว ยังช่วยป้องกันเชื้อไวรัส แบคทีเรีย ฝุ่นละออง กรองฝุ่น PM 2.5 และ PM 10 ได้ไม่น้อยกว่า 95% ลดความเสี่ยงอาการภูมิแพ้ได้แน่นอน

    4. ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ

    หลังจากที่ออกไปข้างนอก ในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยฝุ่นละอองและมลภาวะ แม้จะสวมใส่แมสก์แทบจะตลอดเวลาแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีสิ่งสกปรกผ่านเข้าจมูก การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ เป็นการชำระล้างสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่ในโพรงจมูก เช่น คราบฝุ่นละอองต่างๆ ช่วยให้หายใจได้สะดวกขึ้น ปลอดโปร่งมากขึ้น ซึ่งการล้างจมูกก็สามารถทำได้ด้วยตัวเองง่ายๆ โดยการเทน้ำเกลือใส่ในภาชนะที่สะอาด แล้วใช้ไซริงค์ดูดน้ำเหลือจากภาชนะขึ้นมาตามขนาดของไซริงค์ โน้มตัวเหนือภาชนะ แล้วดันไซริงค์ให้แนบสนิทกับรูจมูกข้างใดข้างหนึ่งแล้วกลั้นหายใจ ก้มหน้า จากนั้นค่อยๆ ฉีดน้ำเกลือเข้ารูจมูกข้างหนึ่ง และปล่อยให้ไหลออกทางรูจมูกอีกด้านหนึ่ง ทำสลับกันจนกว่าจะมั่นใจว่าคราบสิ่งสกปรกได้ถูกชะล้างออกจนหมด

    5. ออกกำลังกาย และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

    นอกเหนือจากการทำความสะอาด ป้องกันฝุ่นละอองจากภายนอกเพื่อลดโอกาสการเกิดภูมิแพ้แล้ว การออกกำลังกายและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เป็นวิธีเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงมากขึ้น ช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงจากภายใน เพราะการเป็นภูมิแพ้ นอกจากจะเกิดจากปัจจัยภายนอกแล้ว อาการภูมิแพ้ยังเกิดขึ้นบ่อยเมื่อสุขภาพของเราอ่อนแอด้วย ดังนั้นการดูแลสุขภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ประมาณวันละ 30 นาที อย่างน้อย 3 -4 วันต่อสัปดาห์ และควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง เพื่อลดความไวของเยื่อบุจมูกต่อฝุ่นละออง และเชื้อแบคทีเรียต่างๆ ด้วย

    6. รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน

    เพราะการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภูมิแพ้ เพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน นอกจากการออกกำลังกายและการพักผ่อนแล้ว การรับประทานอาหารก็เป็นสิ่งสำคัญมากเช่นกัน รวมไปถึงอาหารเสริมที่มีส่วนช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ไม่ว่าจะเป็นโพรไบโอติกส์ สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของ T-Cells ซึ่งเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่ช่วยกำจัดเซลล์ที่ติดเชื้อในร่างกายและกระตุ้นภูมิต้านทานได้ หรือวิตามินซี และ Zinc ช่วยลดโอกาสการเกิดภูมิแพ้ คัดจมูกได้เป็นอย่างดี ซึ่งอาหารเสริมเหล่านี้มีให้เลือกรับประทานหลายรูปแบบ มีทั้งแบบเป็นผงสำหรับชงดื่ม แบบเม็ด หรือแบบแปรรูป โดยควรเลือกรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม

    7. ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศไว้ในบ้าน

    เพราะผลภาวะเป็นสิ่งอันตรายสำหรับผู้เป็นภูมิแพ้ แม้ว่าเวลาออกไปข้างนอกเราจะป้องกันอย่างไร หากกลับเข้ามาในบ้าน มลภาวะและสภาพอากาศรอบตัวเหล่านั้นล้วนตามกลับเข้าในบ้านด้วย ไม่ว่าจะจากการ เปิด-ปิด ประตูบ้าน การเปิดหน้าต่าง หรือแม้กระทั่งตอนออกไปทิ้งขยะ ดังนั้นเพื่อเพิ่มการป้องกัน และช่วยให้พื้นที่ภายในบ้านมีแต่อากาศบริสุทธิ์ การติดตั้งเครื่องฟอกอากาศจึงกลายเป็นยทางเลือกที่แทบทุกบ้านต้องมี เครื่องฟอกอากาศจะช่วยกรองและดักจับฝุ่นละอองต่างๆ ช่วยให้อากาศภายในบ้านสดชื่น ปลอดโปร่งมากยิ่งขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดภูมิแพ้ได้ โดยควรเลือกเครื่องฟอกอากาศที่ผ่านมาตรฐานการทดสอบ มีนวัตกรรมและแผ่นกรองที่มีคุณภาพ สามารถกรองได้ทั้งอนุภาคขนาดใหญ่ กรองกลิ่น ลดสารเคมีในอากาศ ช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ รวมถึงกรองฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็ก เช่น PM 2.5 รวมถึงสิ่งปนเปื้อนในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    เป็นอย่างไรกันบ้าง กับวิธีลดความเสี่ยงการเกิดภูมิแพ้เบื้องต้นที่เรานำฝากกัน แม้ว่าเราจะหลีกเลี่ยงการต้องเจอมลภาวะ และสภาพอากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่นละอองไม่ได้ แต่การหมั่นทำความสะอาดห้องอย่างสม่ำเสมอ การกำจัดแหล่งสะสมฝุ่นละออง เชื้อโรค สวมแมสก์ขณะออกไปข้างนอก การล้างจมูก  การออกกำลังกายและการพักผ่อนที่เพียงพอ รับประทานอาหารที่เสริมภูมิคุ้มกัน รวมถึงการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศไว้ในห้อง ก็ช่วยลดโอกาสการเกิดภูมิแพ้ได้มากเลยทีเดียว เพราะสุขภาพที่ดีเป็นสิ่งที่หาซื้อย้อนหลังไม่ได้ การป้องกัน และหมั่นดูแลรักษาสุขภาพไว้ในช่วงเวลาที่เราทำได้จึงเป็นสิ่งสำคัญนั่นเอง