Tuesday, April 23, 2024
More

    ปกติแล้วฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาใช้กี่ CC แต่ละคนเท่ากันไหม

    ฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นหัตถการความงามที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะสามารถจัดการปัญหาใต้ตาลึกโทรม รอยหมองคล้ำใต้ตา และปัญหาถุงใต้ตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นผลทันทีหลังทำ มีความปลอดภัยสูง ซึ่งหนึ่งในคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับฟิลเลอร์ใต้ตาก็คือ ฟิลเลอร์ใต้ตาใช้กี่ CC แล้วแต่ละคนนั้นใช้เท่ากันหรือไม่ เพราะเมื่อรู้ปริมาณที่ใช้ก็จะสามารถประเมินค่าใช้จ่ายในการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาได้เหมาะสม ซึ่งใครที่มีข้อสงสัยนี้อยู่ ตามมาอ่านบทความนี้พร้อม ๆ กันได้เลย

    ใครบ้างที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

    ก่อนจะไปไขข้อสงสัยว่าฟิลเลอร์ใต้ตาใช้กี่ CC ลองมาเช็กลิสต์กันสักหน่อยว่า ใครเหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบ้าง แล้วปัญหาใต้ตาที่มีอยู่ควรได้เวลาเติมฟิลเลอร์แล้วหรือยัง ดังนี้


    • ผู้ที่มีปัญหาร่องใต้ตาลึกเห็นชัด เนื่องจากปริมาตรชั้นไขมันลดลง เพราะอายุมากขึ้น
    • ผู้ที่มีปัญหาเบ้าตาลึก เนื่องจากกระดูกใต้ตายุบตัว
    • ผู้ที่มีปัญหาใต้ตาลึกโหล หมองคล้ำเนื่องจากกรรมพันธุ์
    • ผู้ที่มีปัญหาใต้ตาหมองคล้ำ เนื่องจากโรคภูมิแพ้
    • ผู้ที่มีปัญหาใต้ตาลึกโทรม ดูไม่สดใสเนื่องจากพักผ่อนน้อย
    • ผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตาหย่อนคล้อย ผิวใต้ตาเหี่ยวย่น
    • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้โดยรวมแลดูสดใสมากยิ่งขึ้น

    ปัญหาใต้ตาแบบนี้ ฟิลเลอร์ใต้ตาใช้กี่ CC

    ถ้าถามว่าฟิลเลอร์ใต้ตาใช้กี่ CC นั้น ก็ต้องตอบตรงนี้เลยว่าปริมาณฟิลเลอร์นั้นขึ้นอยู่กับปัญหาใต้ตาของแต่ละบุคคล ซึ่งแพทย์ผู้ชำนาญการจะต้องประเมินถึงสาเหตุปัญหาใต้ตา และวิเคราะห์ว่าการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาใช้กี่ CC ต้องใช้ปริมาณมากน้อยแค่ไหนถึงจะสามารถแก้ปัญหาใต้ตาได้อย่างตรงจุดมากที่สุด

    แต่โดยปกติแล้วปริมาณฟิลเลอร์ใต้ตาที่เหมาะสมจะอยู่ที่ประมาณ 2-4CC (รวมใต้ตาทั้งสองข้าง) ก็จะสามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนแล้ว ทั้งนี้ก็มีข้อแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับปริมาณฟิลเลอร์ใต้ตาใช้กี่ CC ดังนี้

    • กรณีไม่ได้มีปัญหาใต้ตาเนื่องจากโครงสร้างผิวชั้นลึก มีเพียงรอยหมองคล้ำเล็กน้อย หรือเห็นเป็นร่องใต้ตาจาง ๆ แนะนำฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาประมาณ 1-2CC
    • กรณีมีปัญหาใต้ตาลึกโทรมเนื่องจากชั้นไขมันฝ่อตัว กระดูกยุบตัว แต่ยังไม่รุนแรงมากนัก อาจใช้ฟิลเลอร์ใต้ตาประมาณ 2-3CC
    • กรณีมีปัญหาใต้ตาลึกโทรม เนื่องจากโครงสร้างชั้นผิวชั้นลึกเสื่อมโทรมหรือกระดูกบริเวณใต้ตาทรุดตัว บวกกับมีปัญหาถุงใต้ตาหย่อนคล้อยเห็นชัด คุณหมออาจแนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ปริมาณ 3CC ขึ้นไป หรือแนะนำเข้ารับบริการควบคู่กับเทคโนโลยีความงามอื่น ๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

    5 คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

    เบื้องต้นก็ได้ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาใช้กี่ CC กันไปแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายคำถามที่คนส่วนใหญ่คาใจเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา THE RITZ CLINIC ก็ไม่พลาดที่จะรวบรวมอีก 5 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามาฝากกัน ไม่ว่าจะเป็น

    ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเจ็บไหม?

    นอกจากรู้ว่าฟิลเลอร์ใต้ตาใช้กี่ CC แล้ว หลายคนก็อยากรู้ว่าฉีดแล้วจะเจ็บไหม คำตอบ คือ เจ็บในระดับที่ทนได้ ทั้งนี้ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา จะมีการแปะยาชา หรือประคบน้ำแข็งให้อยู่แล้ว ขณะเดียวกันฟิลเลอร์ที่ใช้ในบางสูตรก็อาจมีส่วนผสมของยาชาอยู่ในตัวด้วย จึงสามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดขณะฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาได้ดี

    ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอยู่ได้นานไหม?

    โดยปกติแล้วฟิลเลอร์สำหรับฉีดใต้ตาจะสามารถคงอยู่ให้ประสิทธิภาพที่ยาวนาน 6-18 เดือน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับรุ่น หรือยี่ห้อฟิลเลอร์ที่ใช้ ปริมาณฟิลเลอร์ใต้ตาใช้กี่ CC รวมถึงการดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาร่วมด้วย

    ผลข้างเคียงหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามีอะไรบ้าง?

    คำถามนี้จัดเป็นคำถามคาใจหลาย ๆ คนที่ทำให้กล้า ๆ กลัว ๆ ว่าจะเปิดใจลองทำหัตถการนี้ดีไหม เนื่องจากผิวบริเวณใต้ตามีสภาพผิวค่อนข้างบอบบาง แน่นอนว่าหลังฉีดฟิลเลอร์อาจมีผลข้างเคียงบางประการเกิดขึ้นได้เป็นปกติ แต่ไม่ได้อันตรายอย่างที่คิดแน่นอน เช่น

    • รอยแดง รอยช้ำเข็มจุดที่ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ซึ่งสามารถหายได้เองภายใน 7-14 วัน
    • ใต้ตาอาจดูบวม ซึ่งอาจเกิดจากการใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากเกินไป
    • อาจมองเห็นก้อนฟิลเลอร์ขึ้นเป็นลำบริเวณใต้ตาชัดเจน เนื่องจากแพทย์ไม่มีความชำนาญ ฉีดฟิลเลอร์ผิดชั้น

    ซึ่งผลข้างเคียงเหล่านี้สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการเลือกทำหัตถการนี้กับคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้ที่ผ่านการรับรองจากอย. และนำเข้าโดยบริษัทยาผู้แทนจำหน่ายอย่างถูกต้อง ที่สำคัญเลยควรฉีดฟิลเลอร์กับแพทย์ที่ชำนาญมากประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์เท่านั้น เพื่อการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาได้อย่างปลอดภัย

    ถ้าฟิลเลอร์ใต้ตาสลาย ใต้ตาจะคล้ำ ลึกโทรมเหมือนเดิมไหม?

    ต้องขอตอบตรง ๆ เลยว่า สามารถกลับมามีใต้ตาที่ลึกโทรม และหมองคล้ำได้อีก แต่ทั้งนี้การจะกลับมามีใต้ตาที่ดำคล้ำอีกครั้งก็อาจขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล โดยจะแนะนำให้เข้ารับบริการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาซ้ำทุก ๆ 6-12 เดือน (ขึ้นอยู่กับการประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ) เพื่อให้บริเวณใต้ตาได้ฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ให้ผิวใต้ตาอิ่มฟูมากยิ่งขึ้น

    หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาต้องดูแลตัวเองอย่างไร?

    เพื่อให้ผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และฟิลเลอร์อยู่กับเราได้นานที่สุด ไม่ว่าจะฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาใช้กี่ CC มากหรือน้อยเพียงใด อีกทั้งยังเป็นการป้องกันผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยจะแนะนำวิธีดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ดังนี้

    • ควรดื่มน้ำเยอะ ๆ เพราะฟิลเลอร์มีคุณสมบัติอุ้มน้ำที่ดี จะช่วยให้ผิวใต้ตายิ่งอิ่มฟูมากยิ่งขึ้น
    • เลี่ยงการสัมผัส แกะ เกา กด นวด บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
    • เลี่ยงการสัมผัสความร้อนและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง หรือเหงื่อออกเยอะ อย่างน้อย 48 ชั่วโมงหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เช่น ซาวน่า ตากแดดจัด ออกกำลังกายหนัก ๆ การทานอาหารที่นั่งหน้าเตาร้อน ๆ เพราะอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบรุนแรงขึ้นได้
    • ควรหลีกเลี่ยงการเลเซอร์ทุกชนิดบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 1 เดือน
    • งดทานอาหารที่ส่งผลให้ฟิลเลอร์บวม อักเสบ เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารหมักดอง อาหารรสเผ็ด และควรงดสูบบุหรี่ ในช่วง 1 สัปดาห์แรกหลังทำหัตถการ

    สรุปบทความ

    เรียกได้ว่าฟิลเลอร์ใต้ตาถือเป็นหัตถการความงามที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะสามารถช่วยจัดการปัญหาใต้ตาลึกโทรม และความหมองคล้ำ ตลอดจนปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา และปัญหาถุงใต้ตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งใครที่ยังไม่มั่นใจว่าปัญหาใต้ตาที่มีควรฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาใช้กี่ CC ก็แนะนำให้ลองเข้าไปปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญอย่าง THE RITZ CLINIC เพื่อรับการประเมินปัญหาผิว และวิเคราะห์โครงสร้างบริเวณใต้ตาว่าเหมาะสำหรับใช้ปริมาณฟิลเลอร์มากน้อยแค่ไหน โดยควรเลือกเข้ารับบริการที่สถานพยาบาล หรือคลินิกที่ได้มาตรฐาน รวมถึงใช้ผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ของแท้เท่านั้น เพียงเท่านี้ก็จะสามารถจัดการปัญหาใต้ตาลึกโทรมและหมองคล้ำได้อย่างปลอดภัยแล้วล่ะ