Tuesday, April 23, 2024
More

    6 วิธียืดอายุการใช้งานตู้เย็นพร้อมช่วยประหยัดไฟ

    1. ตำแหน่งการตั้งวางตู้เย็นสำคัญมาก

    อยากประหยัดไฟตู้เย็นต้องเริ่มจากการจัดวางตำแหน่งให้เหมาะสม ด้านหลังควรห่างจากผนังบ้านอย่างน้อย 15 เซนติเมตร เพื่อให้ความร้อนของคอมเพรสเซอร์ได้ระบายออกอย่างเต็มที่ ช่วยประหยัดไฟได้มากขึ้น 39% รวมถึงพยายามหลีกเลี่ยงบริเวณที่ต้องเจอกับความร้อน เช่น ใกล้เตาแก๊ส ใกล้หม้อหุงข้าว บริเวณที่แสงแดดส่องถึง

    2. จำนวนของที่แช่ต้องพอดี และไม่แช่ของร้อนทันที

    หากเลือกตู้เย็นขนาดเล็กแล้วจำนวนของที่แช่เยอะเกินไป จะส่งผลให้คอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนัก เพื่อปรับความเย็นทั่วทุกบริเวณให้ได้ตามอุณหภูมิทที่กำหนดเอาไว้  ค่าไฟจึงพุ่งขึ้นแบบไม่ต้องสงสัย เช่นเดียวกับการแช่ของร้อน หรือของอุณหภูมิอุ่น ๆ รูปแบบการทำงานก็ไม่แตกต่างกัน ใครยังมีพฤติกรรมนี้อยู่ ให้พยายามเปลี่ยนตนเอง นอกจากคิดว่าจะซื้อตู้เย็นยี่ห้อไหนดีแล้ว ขนาดที่เหมาะกับการแช่ของก็ต้องวางแผนให้ดีด้วย


    3. ไม่เปิดตู้เย็นค้างไว้นาน ๆ หรือเปิดบ่อย ๆ

    การเปิดตู้เย็นแต่ละครั้ง อากาศจากภายนอกที่ส่งผ่านเข้าไปทำให้คอมเพรสเซอร์ต้องปรับการทำงานให้แรงขึ้น เพื่อควบคุมอุณหภูมิภายใน ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ตั้งค่าเอาไว้ ยิ่งคุณเปิด-ปิดบ่อยเท่าไหร่ หรือเปิดประตูเอาไว้นาน ๆ โดยไม่ปิดให้สนิท ก็ยิ่งกินไฟแบบไม่ต้องสงสัยเลย คำแนะนำเบื้องต้นสำหรับคนที่ชอบดื่มน้ำเย็น ลองใช้แก้วเก็บความเย็นหรือกระติกน้ำใส่น้ำแข็ง ก็จะเซฟเงินในกระเป๋าจากค่าไฟของตู้เย็นได้อีกเยอะมาก

    4. ปรับอุณหภูมิตู้เย็นในเกณฑ์ที่เหมาะสม

    การตั้งค่าอุณหภูมิของตู้เย็นช่องธรรมดาควรอยู่ระหว่าง 2 – 5 องศาเซลเซียส ขณะที่ช่องแช่แข็งควรอยู่ระหว่าง -18 – -20 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตามต้องอยู่ที่ปริมาณสิ่งของในตู้เย็นด้วย หากมีของเยอะก็สามารถปรับอุณหภูมิให้ต่ำลงได้อีกเล็กน้อย เพื่อป้องกันการเน่าเสียของอาหารที่แช่ไว้ แต่ถ้าของไม่ได้เยอะมาก การเลือกปรับตามเกณฑ์ที่ระบุไป จะช่วยให้คุณประหยัดค่าไฟที่ต้องจ่ายได้อีกหลายบาทต่อเดือนเลยทีเดียว

    5. ละลายน้ำแข็งในช่องแช่แข็งเสมอ

    หากเป็นตู้เย็นรุ่นเก่าที่ยังไม่มีระบบละลายน้ำแข็งในตัว ควรหมั่นละลายน้ำแข็งเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อไม่ให้น้ำแข็งเหล่านั้นเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ และยังหนักตู้เย็นจนคอมเพรสเซอร์ทำงานหนักขึ้นอีกด้วย หลักการไม่ยุ่งยาก ให้คุณกดปุ่มละลายน้ำแข็งได้เลย ส่วนตู้เย็นรุ่นเก่าที่ระบบดังกล่าวไม่ทำงานแล้ว แนะนำให้ถอดปลั๊กเพื่อละลายน้ำแข็ง (กรณีไม่มีของที่จะเสียหาย) แต่ถ้าใช้วิธีดังกล่าวไม่ได้ ก็เปลี่ยนเป็นการใช้ผ้าชุบน้ำกับน้ำสบู่เช็ดทำความสะอาด เพื่อไม่ให้ตู้เย็นเป็นแหล่งสะสมของเชื้อรา

    6. เช็กสภาพขอบยางประตูตู้เย็น

    วิธีสุดท้ายในการยืดอายุตู้เย็นและช่วยให้ประหยัดไฟมากขึ้น เมื่อใช้งานตู้เย็นผ่านไปสัก 3-4 ปี ให้หมั่นตรวจเช็กสภาพขอบยางตรงประตูบ่อย ๆ หากเสื่อมสภาพต้องรีบเปลี่ยนทันที อย่าปล่อยไว้เด็ดขาด เพราะมันจะทำให้ประตูตู้เย็นไม่ดูดติดกับขอบตู้เย็น เกิดเป็นช่องไม่สนิทให้อากาศภายนอกผ่านเข้าไปจนคอมเพรสเซอร์ต้องคอยปรับอุณหภูมิให้คงที่อยู่ตลอด กลายเป็นการกินไฟโดยใช่เหตุ ส่วนวิธีเช็กสภาพก็ง่ายมาก แค่เปิดตู้เย็นแล้วแนบธนบัตรไว้ตรงขอบยาง จากนั้นก็ปิดตามปกติ หากธนบัตรร่วงหล่นไม่ยึดเกาะ ก็เท่ากับถึงเวลาเปลี่ยนขอบยางตู้เย็นแล้ว

    สรุป

    ทั้งหมดนี้คือ 6 วิธียืดอายุการใช้งานตู้เย็น รวมถึงยังช่วยประหยัดค่าไฟให้จ่ายถูกลงในแต่ละเดือนอีกด้วย อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่อยากให้ทุกคนพิจารณาก่อนซื้อตู้เย็นยี่ห้อไหนก็ตามนั่นคือเรื่องของฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 หากผ่านการรับรอง มีสัญลักษณ์ยืนยันก็มั่นใจได้ว่าอย่างน้อยที่สุดค่าไฟที่ต้องเสียย่อมประหยัดกว่ารุ่นที่ไม่มีฉลากตัวนี้ยืนยันอย่างแน่นอน จากนั้นก็ทำตามคำแนะนำทั้งหมดที่บอกไว้ได้เลย