Saturday, April 13, 2024
More

    ประกันภัยบ้านคืออะไร และทำไมต้องมี?

    สำหรับคนที่เคยซื้อบ้านมาก่อนแล้ว หรือคนที่กำลังสนใจเกี่ยวกับการซื้อบ้านหลังแรก อาจจะพอรู้กันมาบ้างแล้วว่า ประกันภัยบ้าน จะเป็นกรมธรรม์ที่จะถูกยื่นเอามาให้คุณพร้อมกับสินเชื่อบ้านเสมอ และหลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมในการซื้อบ้านจะต้องทำประกันภัยด้วย ถ้าหากไม่อยากทำประกันภัยให้กับบ้านจะมีผลอะไรหรือไม่ บทความนี้เรามีคำตอบทุกเรื่องที่จะมาช่วยแก้ข้อสงสัยให้กับคุณเกี่ยวกับในเรื่องนี้

    ทำไมบ้านทุกหลังจะต้องทำประกันภัยบ้าน

    หากจะให้เปรียบเทียบกันแล้ว ประกันภัยบ้าน แทบจะไม่แตกต่างอะไรไปจากการทำประกันชีวิต เพียงเปลี่ยนความคุ้มครองจากบุคคลมาเป็นตัวบ้านแทน ซึ่งประกันภัยประเภทนี้จะให้ความคุ้มครองสิ่งปลูกสร้าง ที่เป็นที่อยู่อาศัยเมื่อเกิดเหตุความเสียหายต่างๆ แก่ตัวบ้านหรือทรัพย์สินภายในบ้าน โดยบริษัทประกันภัยจะเข้ามาเพื่อทำการประเมินและชดเชยบรรเทาความสูญเสีย ตามที่กรมธรรม์ได้มีการกำหนดเอาไว้ ยกตัวอย่างความคุ้มครองเช่น เหตุไฟไหม้, น้ำท่วม, แก๊สระเบิด เป็นต้น


    ประกันภัยบ้านมีกี่ประเภท?

    ประกันภัยบ้าน นั้นจะมีการแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ด้วยกัน โดยในการเลือกทำประกันเพื่อให้ได้ความคุ้มครองที่เหมาะสม ผู้ทำประกันอาจจะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับประกันภัยแต่ละประเภท เพื่อให้เข้าใจถึงรายละเอียดและความแตกต่าง โดยเราได้รวบรวมข้อมูลของประกันบ้านทั้ง 3 ประเภท มาให้แล้วดังนี้

    ประกันอัคคีภัย

    ประกันประเภทแรก คือ ประกันอัคคีภัย ซึ่งประกันภัยบ้านประเภทนี้จะเป็นประกันที่กฎหมายบังคับ โดยให้ความคุ้มครองเหตุไฟไหม้ ครอบคลุมไปถึงเหตุที่เกิดจากภัยธรรมชาติต่างๆ และเหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้น อาทิเช่น ไฟป่า, ฟ้าผ่า, ไฟฟ้าลัดวงจร, แก๊สระเบิด เป็นต้น รูปแบบความคุ้มครองของประกันอัคคีภัยจะเป็นรูปแบบความคุ้มครองระยะสั้น 1-3 ปี ค่าเบี้ยประกันไม่แน่นอน แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะไม่เกิน 0.1% ของความคุ้มครอง

    ประกันภัยพิบัติ

    ประกันภัยพิบัติ เป็นอีกหนึ่งประกันภัยบ้านที่ได้รับความนิยมไม่แพ้ประกันประเภทอื่นๆ จะได้รับความคุ้มครองความเสียหาย-สูญเสีย ของตัวบ้านและทรัพย์สินที่เกิดจากเหตุธรรมชาติ อาทิเช่น น้ำท่วม, แผ่นดินไหว, ลมพายุ เป็นต้น และอาจรวมถึงเหตุการณ์ภัยพิบัติอื่นๆ ที่มีการประกาศว่าเป็นสถานการณ์ภัยพิบัติรุนแรง ซึ่งประกันประเภทนี้จะไม่ได้มีกฎหมายบังคับ และความคุ้มครองจะเป็นแบบจำกัดความรับผิดชอบ ไม่สามารถทำการซื้อความคุ้มครองได้เต็มมูลค่าของบ้าน โดยส่วนใหญ่แล้วค่าเบี้ยประกันจะไม่เกิน 0.5% ของความคุ้มครอง

    ประกันคุ้มครองการโจรกรรม (ประกันที่ไม่มีกฎหมายบังคับ)

    มากันที่ประกันประเภทสุดท้ายที่อาจจะไม่ค่อยนิยมสักเท่าไหร่ หากเทียบกับประเภทอื่นๆ คือ ประกันคุ้มครองการโจรกรรม แต่ประกันประเภทนี้จะเหมาะอย่างมากสำหรับบ้านที่มีสินทรัพย์มูลค่าสูง และต้องการที่จะได้รับความคุ้มครองสินทรัพย์สำคัญ หรือบ้านที่อยู่ในละแวกพื้นที่ที่มีประวัติการโจรกรรมสูง โดยประกันคุ้มครองการโจรกรรมจะมีการคุ้มครองแบ่งออกเป็น 2 ส่วน

    • ส่วนที่ 1 : คุ้มครองความสูญเสียต่อทรัพย์สินที่มีการเอาประกัน
    • ส่วนที่ 2 : คุ้มครองความสูญเสียต่อตัวบ้าน อาคาร หรือที่พักอาศัยที่มีการเก็บทรัพย์สินเอาไว้ ในกรณีที่เกิดการโจรกรรมเกิดขึ้น

    ซึ่งประกันคุ้มครองการโจรกรรมนี้จะไม่ใช่ประกันที่กฎหมายบังคับ สามารถเลือกซื้อได้แบบปีต่อปี โดยค่าเบี้ยของประกันจะขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของบริษัทประกันแต่ละเจ้า

    สรุปบทความ

    เนื่องจากเหตุการณ์ไม่คาดคิดต่างๆ สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ทุกเวลา และบ้านเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง หากมีเหตุเกิดขึ้นประกันภัยบ้านจะสามารถเข้ามาช่วยชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบ้านและทรัพย์สินภายในบ้านได้ ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่บ้านยังไม่หมดภาระหนี้สิน แล้วมีเหตุให้บ้านเกิดความเสียหาย เช่น ไฟไหม้บ้าน หรือบ้านทรุดตัวเสียหายจากแผ่นดินไหวจนไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ เจ้าของบ้านจะยังได้รับเงินจากประกันเพื่อนำเอามาจ่ายยอดเงินกู้คงเหลือที่มีกับธนาคารได้ เงินส่วนนี้จะมีช่วยเยียวยา บรรเทาความสูญเสีย ช่วยให้คุณสามารถผ่านวิกฤตไปได้ ดังนั้นเราจึงอยากเน้นย้ำเสมอว่า หากมีบ้านไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านหลังที่เท่าไหร่ก็ตาม ประกันบ้านถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่ไม่ควรมองข้ามโดยเด็ดขาด!!