Sunday, May 26, 2024
More

    สินเชื่อคืออะไร? ทำความรู้จักให้ดี ก่อนตัดสินใจยื่นกู้

    สินเชื่อ คือ การกู้เงินรูปแบบหนึ่งที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ทำงานประจำ มีสลิปเงินเดือนก็สามารถยื่นกู้ได้ เมื่อเกริ่นมาแบบนี้ หลายคนที่มีสลิปเงินเดือนอาจจะเริ่มสนใจอยากที่จะทำสินเชื่อเพื่อกู้เงินมาใช้จ่ายกันขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ก่อนที่จะไปถึงขั้นตอนนั้น อยากให้ทุกคนลองทำความรู้จักกับความหมายจริง ๆ ก่อนว่า สินเชื่อคืออะไร แล้วสินเชื่อมีอะไรบ้าง ประเภทของสินเชื่อมีกี่แบบ มีข้อควรระวังหรือไม่ ในบทความนี้ เราจะพาทุกคนไปไขคำตอบเหล่านี้กัน รับรองว่าอ่านจบจะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นอย่างแน่นอน

    สินเชื่อคืออะไร

    หากถามว่าสินเชื่อคืออะไร? ต้องบอกว่าเป็นหนึ่งในรูปแบบของการกู้ยืมเงินตามแต่วัตถุประสงค์ของแต่ละคน โดยสินเชื่อหมายถึงการกู้ยืมเงินในรูปแบบเงินสดที่มีผู้อนุมัติออกเงินกู้เป็นสถาบันการเงินหรือธนาคาร โดยการอนุมัติวงเงินสินเชื่อนั้นคือคำนวณจากรายได้ของผู้ขอสินเชื่อ นั่นหมายความว่า ในการกู้สินเชื่อผู้ยื่นกู้จะต้องยื่นเอกสารตามเงื่อนไข และต้องยอมรับในการจ่ายดอกเบี้ยเป็นงวดให้กับสถาบันการเงินหรือธนาคารในระหว่างผ่อนคืนด้วย ซึ่งทางผู้ให้กู้เองก็จะได้รับดอกเบี้ยเป็นการตอบแทนนั่นเอง


    สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่สามารถยื่นขอสินเชื่อได้คือ โดยส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสถาบันการเงินที่จะขอกู้นั้นๆ เช่น ต้องมีช่วงอายุระหว่าง 20-64 ปี เป็นผู้ที่มีรายได้ต่อเดือนไม่น้อยกว่า 8,000 บาท และมีอายุการทำงานในวันที่ยื่นขอสินเชื่อไม่น้อยกว่า 1 เดือน ซึ่งหากมีคุณสมบัติตามที่สถาบันการเงินนั้นๆ กำหนดก็มีโอกาสได้รับการพิจารณาอนุมัติวงเงินสินเชื่อนั่นเอง

    ประเภทสินเชื่อในแต่ละรูปแบบมีอะไรบ้าง

    ประเภทของสินเชื่อ

    เมื่อทราบแล้วว่าสินเชื่อหมายถึงอะไร คราวนี้มาลองทำความรู้จักกับประเภทสินเชื่อกันบ้างว่าสินเชื่อมีอะไรบ้าง และสินเชื่อมีกี่ประเภท แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร รวมทั้งรูปแบบของการอนุมัติวงเงินสินเชื่อแต่ละแบบคืออะไร ทั้งหมดนี้คือความรู้เกี่ยวกับสินเชื่อเบื้องต้นที่ควรทราบก่อนตัดสินใจยื่นกู้ โดยประเภทของสินเชื่อมีทั้งหมด 3 ประเภท คือ สินเชื่อส่วนบุคคล, สินเชื่ออเนกประสงค์ และสินเชื่อบ้าน

    1. สินเชื่อส่วนบุคคล

    สินเชื่อส่วนบุคคล คือ  สินเชื่อที่ไม่ต้องใช้หลักประกัน และโดยส่วนใหญ่แล้ว ทางธนาคารหรือสถาบันทางการเงินจะอนุมัติวงเงินสูงสุดของการขอสินเชื่อส่วนบุคคลให้ไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ และมีการผ่อนชำระดอกเบี้ยพร้อมเงินต้นให้กับทางผู้ให้สินเชื่อ โดยอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขในการอนุมัติจะต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบและเงื่อนไขของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยสินเชื่อส่วนบุคคลยังแบ่งเป็นประเภทได้อีก 3 รูปแบบ คือ

    • สินเชื่อธุรกิจ : สินเชื่อที่ออกแบบมาเพื่อผู้เป็นเจ้าของกิจการ ที่ต้องการเริ่มธุรกิจใหม่ หรือขยายกิจการ ทำให้เกิดสภาพคล่องและมีเงินหมุนเวียน โดยการขอสินเชื่อธุรกิจอาจจะต้องมีการยื่นเอกสารเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของ และข้อมูลทางธุรกิจเพื่อเพิ่มโอกาสในการพิจารณาอนุมัติด้วย
    • สินเชื่อบัตรเครดิต : สินเชื่อที่ออกแบบมาในลักษณะของบัตรเครดิต ใช้เพื่อรูดซื้อสินค้าหรือบริการต่าง ๆ แทนการจ่ายด้วยเงินสด ซึ่งผู้ให้สินเชื่อจะกำหนดวงเงินบัตรใบนั้น ๆ โดยหลังจากใช้จ่ายแล้วจะต้องชำระคืนตามยอดที่ใช้จ่ายไป หากจ่ายขั้นต่ำก็จะต้องเสียดอกเบี้ยในงวดถัดไป
    • สินเชื่อบัตรกดเงินสด : คล้ายกับสินเชื่อบัตรเครดิตคือ มีวงเงินกำหนดมาให้และใช้รูดซื้อหรือผ่อนสินค้าได้ แต่จะเพิ่มเติมในส่วนของการกดเป็นเงินสดออกมาใช้จ่ายได้ ซึ่งทางผู้ขอสินเชื่อก็จะต้องรับภาระดอกเบี้ยในการใช้จ่ายเป็นงวด ๆ เช่นกัน

    2. สินเชื่ออเนกประสงค์

    สินเชื่ออเนกประสงค์ คือ สินเชื่อที่ผู้กู้สามารถขอเงินก้อนจากธนาคารหรือสถาบันการเงินไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ได้ โดยต้องรับภาระการผ่อนชำระดอกเบี้ยในระยะยาว ทั่วไปแล้วจะเป็นรูปแบบที่เรียกว่าสินเชื่อเงินสด ซึ่งให้เป็นจำนวนเงินตามที่ผู้ขอกู้ต้องการหรือไม่เกิน 5 เท่าของเงินเดือน และในการขอสินเชื่อประเภทนี้ยังสามารถอนุมัติวงเงินสินเชื่อให้ผู้กู้ได้ทั้งแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งความแตกต่างของวงเงินสินเชื่อทั้งสองแบบคือ

    • มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน : เป็นการกู้สินเชื่อโดยมีการยื่นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ทำให้โอกาสในการได้วงเงินสินเชื่อมีจำนวนที่สูงขึ้นได้ และทางผู้ให้สินเชื่อยังพิจารณาอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายขึ้น เนื่องจากมีทรัพย์สินค้ำประกันเอาไว้ หากผู้ขอกู้ไม่สามารถผ่อนชำระได้ตามกำหนดก็จะถูกยึดทรัพย์สินเหล่านั้น
    • ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน : สินเชื่อที่ผู้กู้ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ใด ๆ ในการขอสินเชื่อ แต่จะต้องยื่นเอกสารสลิปเงินเดือน รายได้ รวมทั้งประวัติการชำระหนี้ย้อนหลัง เพื่อโอกาสในการพิจารณาอนุมัติของสถาบันการเงินหรือธนาคาร โดยที่วงเงินสินเชื่ออาจได้น้อยกว่าแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และควรผ่อนชำระให้ตรงวันนัดเพื่อสร้างเครดิตที่ดีของตัวผู้กู้

    3. สินเชื่อบ้าน

    สินเชื่อบ้าน เป็นสินเชื่อที่หลายคนทราบดีว่าคืออะไร เพราะเป็นเรื่องของการทำสินเชื่อเพื่อบ้านหรือที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะ ซึ่งผู้ขอสินเชื่อจะต้องรับภาระในการผ่อนชำระที่ยาวนานกว่าสินเชื่อประเภทอื่น ๆ โดยส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ที่ 30-40 ปี ซึ่งสินเชื่อบ้านจะให้วงเงินสินเชื่อที่สูงกว่าประเภทอื่น และยังแบ่งรูปแบบการขอสินเชื่อบ้านได้อีกหลายประเภทคือ สินเชื่อเพื่อบ้านใหม่, สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน, สินเชื่อบ้านมือสอง หรือสินเชื่อเพื่อซ่อมแซมบ้าน เป็นต้น

    ข้อดีสินเชื่อคืออะไรบ้าง

    ถึงตรงนี้แล้ว เชื่อว่าหลายคนคงเข้าใจและได้ความรู้เกี่ยวกับสินเชื่อเบื้องต้นเกี่ยวกับสินเชื่อคืออะไร และสินเชื่อแต่ละประเภทแปลว่าอะไรกันไปแล้ว เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายยิ่งขึ้น ลองมาดูข้อดีของสินเชื่อกันบ้าง

    ข้อดีของสินเชื่อ คือ ช่วยเพิ่มสภาพคล่องในการใช้จ่ายให้กับผู้ขอสินเชื่อ เพื่อใช้จ่ายตามความจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนบุตรหลาน และค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งนอกจากจะได้เงินก้อนมาใช้จ่ายแล้ว ยังมีช่วงระยะเวลาในการผ่อนชำระได้นานหลายเดือนอีกด้วย

    ข้อดีอีกอย่างสำหรับสินเชื่อคืออนุมัติได้เร็ว โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานประจำ และมีสลิปเงินเดือนในการขอสินเชื่อ เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วสถาบันการเงินหรือธนาคารจะพิจารณาตามรายได้ เนื่องจากมองว่ามีความมั่นคงในการรับภาระผ่อนจ่ายได้ตามจำนวนที่กำหนดไว้หรือไม่ ซึ่งนี่คือข้อดีของสินเชื่อที่ตอบโจทย์สำหรับผู้มีรายได้ประจำ

    ข้อควรระวังของสินเชื่อ

    สินเชื่อคือ

    แม้ว่าจะมีข้อดีที่น่าสนใจ แต่ก็มีข้อควรระวังก่อนตัดสินใจขอสินเชื่อเหมือนกัน นั่นคือเรื่องของจำนวนดอกเบี้ยที่จะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่ต้องทำการผ่อนชำระ ยิ่งผู้กู้ขอระยะเวลาในการผ่อนนาน ก็ต้องยอมรับภาระในการจ่ายดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นด้วย ในทางกลับกันหากต้องการดอกเบี้ยที่ถูกลงก็ต้องเลือกผ่อนชำระในระยะเวลาที่สั้นลง จะทำให้ค่าใช้จ่ายแต่ละงวดเพิ่มมากขึ้น

    นอกจากนี้ หากเป็นการขอสินเชื่อที่ไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องผ่อนชำระให้ตรงวันนัด ไม่ควรผิดนัดชำระ เพราะมีผลต่อเครดิตและโอกาสในการขอสินเชื่ออื่น ๆ ในอนาคตได้

    ส่วนถ้าเป็นสินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เมื่อมีการผิดนัดชำระก็จะถูกยึดทรัพย์สินเหล่านั้นไป โดยที่จำนวนของวงเงินสินเชื่อที่กู้ไปอาจมีมูลค่าน้อยกว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดก็เป็นได้ ดังนั้น เพื่อให้การใช้จ่ายไม่ตึงมือจนเกินไป ก่อนขอสินเชื่อต้องวางแผนรายจ่ายต่อเดือนให้ดี และควรเตรียมเงินสำหรับผ่อนชำระสินเชื่อให้เพียงพอด้วย

    สรุป

    ทั้งหมดนี้คือความรู้เกี่ยวกับสินเชื่อเบื้องต้น ซึ่งนอกจากความหมายของสินเชื่อคืออะไร และมีสินเชื่ออะไรบ้างที่ต้องทราบแล้ว เพื่อให้เกิดความสบายใจสูงสุดในการผ่อนชำระสินเชื่อ ไม่แนะนำให้ขอสินเชื่อเพื่อใช้จ่ายส่วนตัว แต่ควรกู้เพื่อใช้จ่ายยามจำเป็นหรือเพิ่มสภาพคล่องให้กับธุรกิจเท่านั้น และควรกู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว