Monday, May 27, 2024
More

    น้ำกัดเท้า: ภัยร้ายจากน้ำท่วมที่ไม่ควรมองข้าม

    น้ำกัดเท้า หรือ โรคผิวหนังจากน้ำ เป็นโรคผิวหนังที่พบบ่อยในช่วงที่มีน้ำท่วมขัง เกิดจากการที่เท้าสัมผัสกับน้ำเป็นเวลานาน ส่งผลให้ผิวหนังอ่อนนุ่ม เปื่อยยุ่ย เกิดรอยแดง คัน แสบ และอาจมีตุ่มน้ำพอง

    สาเหตุของโรคน้ำกัดเท้า


    • การสัมผัสกับน้ำเป็นเวลานาน: โดยเฉพาะน้ำที่ปนเปื้อนสิ่งสกปรก เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา น้ำท่วมขังมักมีสิ่งปนเปื้อนเหล่านี้เป็นจำนวนมาก เมื่อเท้าสัมผัสเป็นเวลานาน ผิวหนังจะอ่อนนุ่ม เกิดรอยย่น และสูญเสียชั้นไขมันตามธรรมชาติ ทำให้เชื้อโรคแทรกซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ง่าย
    • สภาพอากาศร้อนชื้น: สภาพอากาศร้อนชื้นเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อรา เชื้อราที่พบได้บ่อยบนเท้าคือเชื้อรา Dermatophytes เชื้อราเหล่านี้ชอบอุณหภูมิที่อบอุ่นและความชื้นสูง ซึ่งพบได้บ่อยในช่วงหน้าฝนและฤดูน้ำท่วม
    • การสวมรองเท้าที่อับชื้น: รองเท้าที่อับชื้น เช่น รองเท้าบู๊ท รองเท้าผ้าใบ จะทำให้เท้าอยู่ในสภาพที่เปียกชื้นเป็นเวลานาน ส่งเสริมการเจริญเติบโตของเชื้อรา
    • โรคประจำตัว: ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมากกว่าคนปกติ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอ

    อาการของโรคน้ำกัดเท้า

    • เท้าเปื่อยยุ่ย ลอกเป็นแผ่น: ผิวหนังที่เท้าจะอ่อนนุ่ม เปื่อยยุ่ย และลอกเป็นแผ่น เนื่องจากชั้นไขมันตามธรรมชาติถูกน้ำชะล้างออกไป
    • ผิวหนังแดง คัน แสบ: ผิวหนังที่เท้าจะแดง คัน และแสบ เนื่องจากการระคายเคืองจากน้ำและเชื้อโรค
    • มีตุ่มน้ำพอง: อาจมีตุ่มน้ำพองใสๆ เกิดขึ้นบนผิวหนังที่เท้า
    • แผลอักเสบ มีหนอง: กรณีติดเชื้อแบคทีเรีย แผลจะอักเสบ บวมแดง มีหนองไหล
    • กรณีติดเชื้อรุนแรง อาจมีไข้ หนาวสั่น: กรณีติดเชื้อรุนแรง อาจมีอาการไข้ หนาวสั่น อ่อนเพลีย

    การป้องกันโรคน้ำกัดเท้า

    • หลีกเลี่ยงการลุยน้ำหรือแช่น้ำเป็นเวลานาน: โดยเฉพาะน้ำท่วมขัง
    • สวมรองเท้าที่ระบายอากาศได้ดี: เลือกรองเท้าที่ทำจากวัสดุที่ระบายอากาศได้ดี เช่น รองเท้าแตะ รองเท้าผ้าใบที่มีรูระบายอากาศ
    • ล้างเท้าให้สะอาดและเช็ดให้แห้งทุกครั้งหลังสัมผัสน้ำ: ล้างเท้าด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อนๆ เช็ดให้แห้งสนิท โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้วเท้า
    • ทาครีมกันเชื้อราที่เท้า: ทาครีมกันเชื้อราที่เท้าเป็นประจำ โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้วเท้า
    • ตรวจเท้าเป็นประจำ หารอยแผลหรือรอยผิดปกติ: ตรวจเท้าเป็นประจำ หารอยแผล รอยแตก รอยแดง หรือรอยผิดปกติอื่นๆ
    • รักษาโรคประจำตัวให้ดี: ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ควรควบคุมโรคให้ดี

    การรักษาโรคน้ำกัดเท้า

    • ทำความสะอาดแผลด้วยน้ำเกลือหรือด่างทับทิม
    • ทายาฆ่าเชื้อรา
    • กรณีติดเชื้อรุนแรง แพทย์อาจสั่งให้รับประทานยาต้านเชื้อรา
    • ควรรักษาโรคประจำตัวให้ดี เช่น โรคเบาหวาน โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ติดเชื้อซ้ำ

     โรคน้ำกัดเท้า เป็นโรคที่สามารถป้องกันและรักษาได้ หากดูแลเท้าให้สะอาดและแห้ง สวมรองเท้าที่ระบายอากาศได้ดี และรักษาโรคประจำตัวให้ดี