Monday, June 17, 2024
More

    น้ำมันนวดแบบไหน ดีต่อใจ ดีต่อผิว แพ้ง่ายก็นวดได้

    เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากวันยุ่ง ๆ ต้องนั่งทำงานนาน ๆ หรือยืนมาทั้งวัน ร่างกายของเราก็ต้องการการพักผ่อนด้วย หนึ่งในกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายได้เป็นอย่างดีก็คงจะหนีไม่พ้นการนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้ออย่างแน่นอน ยิ่งได้ใช้น้ำมันหอมระเหย หรือน้ำมันนวดที่มีกลิ่นหอม ๆ ผ่อนคลาย ๆ แล้วล่ะก็เหมือนได้อยู่ในสวรรค์ของการพักผ่อนได้อย่างแท้จริงเลยทีเดียว ในบทความนี้เราจะมาดูประโยชน์ของการนวดน้ำมัน พร้อมวิธีเลือกน้ำมันนวดสำหรับผิวแพ้ง่าย ไม่ว่าคุณจะนวดด้วยตัวเอง หรือนวดที่บ้าน รับรองได้ว่ากลิ่นหอมถูกใจอย่างแน่นอน ไปดูกันเลยว่ามีน้ำมันนวดอะไรบ้าง?

    เลือกน้ำมันนวดแบบไหนดี?

    น้ำมันนวด หรือน้ำมันหอมระเหยที่มักใช้ในการนวดน้ำมัน หรือนวดตัว มักเป็นสารสกัดน้ำมันเข้มข้นจากพืช หรือดอกไม้ ซึ่งเป็นที่มาของสีและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์จากพืชที่สกัด โดยจะมีสรรพคุณในการใช้ที่แตกต่างกัน เราสามารถเลือกน้ำมันนวดจากกลิ่นที่ชื่นชอบ สรรพคุณหรือน้ำมันตัวพา (Carrier oils) ได้ตามที่ต้องการ


    ● เลือกจากน้ำมันตัวพา หรือ Carrier oils

    น้ำมันตัวพาหรือน้ำมันนำพา หรือ Carrier Oil คือ น้ำมันที่สกัดเย็นจากพืชธรรมชาติ สามารถซึมซาบสู่ผิวได้ดี ไม่อุดตันรูขุมขนแต่มีกลิ่นน้อย หรืออาจไม่มีกลิ่นเลย จึงมักใช้ผสมกับน้ำมันหอมระเหยต่าง ๆ เพื่อลดความเข้มข้นของน้ำมันระเหย เจือจางกลิ่นให้ไม่ฉุนจนเกินไป หรือใช้นวดสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางเพื่อป้องกันการระคายเคืองต่อผิวหนังได้เพื่อความปลอดภัย เช่น น้ำมันจมูกข้าวสาลี น้ำมันเมล็ดองุ่น น้ำมันอัลมอนด์ โจโจบาร์ออยล์ น้ำมันมะกอก เป็นต้น

    ● เลือกจากกลิ่นน้ำมันหอมระเหย

    น้ำมันหอมระเหยจะมีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากพืชที่ได้รับการสกัด แต่ละกลิ่นก็จะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน รวมทั้งสรรพคุณในการใช้ด้วย เช่น น้ำมันหอมระเหยคาโมมายล์ ลาเวนเดอร์ จะมีสรรพคุณช่วยลดการปวดศรีษะ ผ่อนคลาย ช่วยเรื่องนอนไม่หลับ ส่วน เปเปอร์มิ้นท์ จะมีสรรพคุณในการช่วยให้ตื่นตัว สมองปลอดโปร่ง มักนิยมใช้ในห้องทำงาน เป็นต้น

    ประโยชน์ของน้ำมันนวดแบบต่างๆ

    น้ำมันนวดตัวที่ใช้นวดตามบริเวณต่าง ๆ ในร่างกาย แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ

    1. น้ำมันนวดตัวจาก Carrier oils ไร้สี ซึ่งมีกลิ่นน้อย หรือไม่มีกลิ่นเลย จะมีความเข้มข้นมาก เหมาะสำหรับการนวดตัวเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด ความเมื่อยล้าและบรรเทาอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อ รวมทั้งเพิ่มความชุ่มชื่นยืดหยุ่นให้กับผิวหนัง

    2. น้ำมันนวดตัวผสมน้ำมันหอมระเหย ซึ่งจะมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ อาจจะมีสีที่มาจากพืช หรือดอกไม้ที่นำมาสกัดและให้สรรพคุณที่แตกต่างกัน นิยมใช้เพื่อผ่อนคลายจิตใจ ลดความเครียด ความวิตกกังวล ช่วยให้นอนหลับได้สบายขึ้นและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

    น้ำมันนวดที่เป็นที่นิยม

    การเลือกน้ำมันนวดสามารถเลือกได้ตามความชื่นชอบ เราได้นำตัวอย่างน้ำมันนวดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดมาฝากกัน

    1. น้ำมันนวดกลิ่นลาเวนเดอร์ มีสารลินาลูลที่ช่วยบำบัดโรคไมเกรน ผ่อนคลายความตึงเครียด ความวิตกกังวล ปรับสมดุลให้อารมณ์แจ่มใส นอนหลับสบายได้ทั้งคืน พร้อมกับการบำรุงผิวและลดอาการอักเสบได้

    2. น้ำมันนวดกลิ่นตะไคร้ อุดมไปด้วยวิตามิน E และสารต้านอนุมูลอิสระ ด้วยกลิ่นหอมสดชื่นแบบสมุนไพรไทยจึงมีส่วนช่วยบำบัดความเครียด ปวดหัว กระวนกระวายใจ เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าและช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตได้ดี มีส่วนช่วยต้านการอักเสบของสิว โดยเฉพาะฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราต่าง ๆ เหมาะสำหรับคนผิวมันมาก ๆ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในการนวดเพื่อลดเซลลูไลท์และไขมันส่วนเกินได้ด้วย

    3. น้ำมันนวดกลิ่นเลมอน อุดมไปด้วยสารดี-ลิโมนีนและสารต้านอนุมูลอิสระ ด้วยกลิ่นหอมสดชื่นซิตรัสอ่อน ๆ มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียและเชื้อโรค ช่วยดับกลิ่นอับ กลิ่นเหม็น สร้างบรรยากาศให้สดชื่น มีพลังและมีชีวิตชีวาขึ้นได้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่อนวดปรับสภาพผิวมันให้สมดุล ช่วยกระชับรูขุมขนและทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นได้

    4. น้ำมันนวดกลิ่นยูคาลิปตัส อุดมไปด้วยด้วยยูคาลิปตอลที่มีกลิ่นหอมเย็นเข้มข้น สดชื่น ช่วยให้หายใจโล่งโปร่งสบาย บรรเทาอาการไอและคัดจมูกได้ดี หากน้ำมันนวดซึมซาบเข้าสู่ผิวหนังก็จะรู้สึกเย็น ๆ และบรรเทาความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อ ปวดข้อต่อและลดอาการอักเสบได้เช่นเดียวกับการประคบเย็น

    ข้อควรระวังในการใช้น้ำมันนวด

    การใช้น้ำมันนวด มีข้อควรระวังดังต่อไปนี้

    1. น้ำมันหอมระเหย 100% หรือน้ำมันนวดบางชนิดที่มีความเข้มข้นสูง ไม่ควรใช้กับผิวหนังโดยตรง เพราะเมื่อน้ำมันนวดสัมผัสผิวหนังแล้ว อาจก่อให้เกิดอาการระคายเคือง หรือแพ้ จึงควรเจือจางด้วยน้ำมันตัวพา หรือโลชั่นก่อน ส่วนน้ำมันหอมระเหยที่เหมาะกับผู้ที่มีผิวบอบบางและแพ้ง่าย ตัวอย่างที่กำลังได้รับความนิยมมาก คือ น้ำมันตะไคร้กรด citral ต่ำ ที่มีกรด citral เพียง 21-24% แต่ยังคงกลิ่นหอมและคุณสมบัติในการบำบัดเช่นเดียวกับน้ำมันตะไคร้แบบเดิมอยู่ ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นกรดต่ำเช่นนี้ จึงเป็นทางเลือกใหม่ในการใช้งานน้ำมันนวดที่ปลอดภัยและอ่อนโยนต่อสภาพผิว ทั้งตัวผู้นวดเองและผู้ที่ได้รับการนวดด้วย

    2. ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เด็กเล็กและสตรีมีครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการนวดด้วยน้ำมันนวด หรือน้ำมันหอมระเหยผสมน้ำมันตัวพา เช่น น้ำมันนวดกลิ่นเสจ ทารากอน พาร์สลีย์ โหระพา เป็นต้น หากต้องการนวดน้ำมันจริง ๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้งเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

    3. การเจือจางน้ำมันหอมระเหยอย่างเหมาะสม จะช่วยให้น้ำมันหอมระเหยมีกลิ่นหอมและความเข้มข้นที่พอดี รวมไปถึงหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันนวดบริเวณใกล้ดวงตา หรือเนื้อเยื่ออ่อน

    สรุปการเลือกใช้น้ำมันนวดเพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด

    การนวดน้ำมันเป็นกิจกรรมที่ทำให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลายควบคู่ไปกับสุคนธบำบัด การบำบัดโดยใช้กลิ่นนั้นมีประโยชน์ต่อการผ่อนคลาย ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจโดยรวม ส่วนการนวดจะช่วยให้น้ำมัน หรือน้ำมันหอมระเหยซึมซาบเข้าสู่ผิวหนังเฉพาะที่และกระจายตัวได้อย่างทั่วถึง จึงมีส่วนช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลายและลดอาการปวดเมื่อยตึงต่าง ๆ แต่การจะใช้น้ำมันนวดร่างกายนั้นก็มีข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกน้ำมันนวดที่มีค่าความเป็นกรดอ่อน ๆ หรือผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติแท้จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย เพื่อให้การนวดมีความปลอดภัยและได้รับประสบการณ์ในการนวดที่ดีที่สุด