Sunday, July 14, 2024
More

    เช็กสัญญาณ ! ลูกรักมีอาการเสี่ยงสมาธิสั้นหรือไม่ ?

    ในวัยเด็ก หลายคนคงเคยผ่านประสบการณ์ความซุกซน ขี้เล่น ไม่ค่อยอยู่เฉยของเพื่อนๆ หรือแม้แต่ลูกของตัวเอง พฤติกรรมเหล่านี้อาจเป็นเพียงความซนตามวัย แต่บางกรณีก็อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคสมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorder: ADHD) โรคทางระบบประสาทที่มีผลต่อการควบคุมสมาธิ พฤติกรรม และอารมณ์ ซึ่งพบได้บ่อยในเด็ก

    เด็กสมาธิสั้น คืออะไร มีอาการอย่างไร ?


    โรคสมาธิสั้น เกิดจากความผิดปกติของการทำงานของสมองส่วนหน้า ส่งผลต่อการควบคุมสมาธิ พฤติกรรม และอารมณ์ โดยจะมีอาการหลัก 3 ประการ ดังนี้

    1. ขาดสมาธิ:
      • สนใจสิ่งเร้ารอบตัวง่าย
      • จดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ยาก
      • ฟังคำพูดไม่ต่อเนื่อง
      • มักลืมเลือนสิ่งของบ่อยๆ
    2. ซุกซน อยู่ไม่นิ่ง:
      • ขยับเขยื้อนร่างกายอยู่ตลอดเวลา
      • วิ่งเล่นปีนป่ายไม่หยุด
      • พูดแทรกผู้อื่น
      • เล่นอย่างหุนหันพลันแล่น
    3. ควบคุมตนเองยาก:
      • รอคอยคิวนานๆ ไม่ได้
      • ขัดจังหวะผู้อื่นบ่อยๆ
      • โมโหง่าย อารมณ์แปรปรวน
      • พูดโกหกบ่อย

    สัญญาณเตือนสมาธิสั้น

    แม้พฤติกรรมซุกซน อยู่ไม่นิ่ง จะพบได้ทั่วไปในเด็ก แต่หากพบอาการเหล่านี้ร่วมกันเป็นเวลานาน ส่งผลต่อการเรียน การใช้ชีวิต หรือความสัมพันธ์กับผู้อื่น แนะนำให้พาลูกไปพบแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคสมาธิสั้น ดังนี้

    • เด็กวัยก่อนเรียน (3-5 ขวบ):
      • วิ่งเล่นปีนป่าย ไม่หยุดนิ่ง
      • สนใจสิ่งเร้ารอบตัวง่าย
      • ฟังคำพูดไม่ต่อเนื่อง
      • ควบคุมอารมณ์ยาก
      • เล่นอย่างหุนหันพลันแล่น
    • เด็กวัยประถมศึกษา (6-12 ขวบ):
      • เรียนหนังสือไม่ตั้งใจ
      • จดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ยาก
      • มักลืมเลือนสิ่งของบ่อยๆ
      • ทำการบ้านไม่เสร็จ
      • สมาธิสั้น ส่งผลต่อผลการเรียน
    • เด็กวัยมัธยมศึกษา (13-18 ขวบ):
      • ขาดความรับผิดชอบ
      • วางแผนจัดการเวลาไม่เป็น
      • มีปัญหาการเข้าสังคม
      • เสพสารเสพติด
      • มีพฤติกรรมเสี่ยง

    การดูแลลูกน้อยให้ห่างไกลสมาธิสั้น

    แม้โรคสมาธิสั้นจะรักษาให้หายขาดไม่ได้ แต่สามารถดูแลและควบคุมอาการให้ดีขึ้นได้ โดยผู้ปกครองสามารถมีส่วนร่วมดังนี้

    • สร้างบรรยากาศที่เหมาะสม:
      • จัดมุมสงบสำหรับอ่านหนังสือ ทำการบ้าน
      • ลดสิ่งรบกวน เช่น เสียงดัง ทีวี
      • เก็บของให้เป็นระเบียบ
    • ฝึกวินัย:
      • กำหนดเวลาให้ชัดเจน
      • สอนให้รู้จักรอคอย
      • ให้ความสำคัญกับคำชม
      • กำหนดกฎเกณฑ์และบทลงโทษที่ชัดเจน
    • ส่งเสริมกิจกรรม:
      • ส่งเสริมให้เล่นกีฬา
      • ฝึกสมาธิ
      • ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์
      • ฝึกการทำงานเป็น

    โรคสมาธิสั้น ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ แต่เป็นความผิดปกติทางสมองที่ส่งผลต่อพฤติกรรม การเรียน และความสัมพันธ์ การสังเกตและเข้าใจสัญญาณเตือน ร่วมกับการดูแลอย่างถูกวิธี จะช่วยให้เด็กสมาธิสั้นมีคุณภาพชีวิตที่ดี เติบโตอย่างมีความสุข และใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ