Sunday, July 14, 2024
More

    ‘ไมโครพลาสติก’ สิ่งแปลกปลอมเล็กจิ๋ว ตัวการทำร้ายสุขภาพระยะยาวที่ไม่ควรละเลย

    ช่วงหลายปีมานี้ เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยได้ยินข่าวและคำเตือนเกี่ยวกับเรื่องของ “ไมโครพลาสติก” มาว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมขนาดเล็กจิ๋วที่อาจปนเปื้อนมาพร้อมกับอาหารและน้ำที่สามารถเข้าสู่ร่างกายเราได้โดยที่เราไม่รู้ตัว ซึ่งพอขึ้นชื่อว่าเป็นพลาสติก ก็ทำให้ใครหลายคนเกิดอาการหวั่นกลัวในเรื่องของผลกระทบต่อสุขภาพที่จะตามมา กังวลเกี่ยวกับการเลือกอาหาร เลือกเครื่องดื่ม ตลอดจนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ว่าสิ่งที่กินหรือสูดดมเข้าไปนี้มีไมโครพลาสติกหรือสารเคมีอันตรายแฝงเข้าไปด้วยหรือไม่? ในบทความนี้เลยจะชวนมาทำความรู้จักข้อมูลเกี่ยวกับไมโครพลาสติกกันให้มากขึ้น ทั้งผลกระทบต่อสุขภาพ สามารถพบเจอไมโครพลาสติกได้ที่ไหนบ้าง รวมถึงวิธีหลีกเลี่ยงไมโครพลาสติก ตามมาดูพร้อมกันได้เลย!

    ไมโครพลาสติกคืออะไร

    ไมโครพลาสติก (Microplastic) คือ อนุภาคของพลาสติกขนาดเล็กชนิดหนึ่งที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า 5 มิลลิเมตร ไปจนถึงขนาดเล็กในระดับที่ไม่สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า มักมีลักษณะเป็นรูปวงกลม วงรี หรือรูปร่างอื่นๆ โดยรูปทรงและขนาดของไมโครพลาสติกจะมีความไม่แน่นอน ส่วนใหญ่มักจะเกิดการย่อยสลายของพลาสติก รวมถึงการแตกหักของพลาสติกชิ้นใหญ่ รวมถึงการสร้างพลาสติกให้มีขนาดเล็กเพื่อใช้งานตามวัตถุประสงค์ต่างๆ


    ไมโครพลาสติกปะปนมากับอะไรบ้าง

     

    ไมโครพลาสติกนั้นมีขนาดเล็กมากๆ จนอาจไม่สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า ทำให้ตัวไมโครพลาสติกนี้ฟุ้งกระจายได้ง่าย สามารถปะปนกับวัตถุ หรือของเหลวต่างๆ ที่อาจเข้าสู่ร่างกายมนุษย์โดยไม่รู้ตัว ได้แก่

    1) ไมโครพลาสติกในอากาศ

    ในอากาศเป็นหนึ่งแหล่งที่มักมีไมโครพลาสติกปะปนมา โดยเป็นไมโครพลาสติกที่เกิดจากการที่พลาสติกบนพื้นดินนั้นมีการย่อยสลายหรือแตกตัว จนเกิดเป็นไมโครพลาสติกขนาดเล็กจิ๋ว แถมมีน้ำหนักที่เบามาก ไมโครพลาสติกจึงอาจถูกพัดไปกับสายลม และถูกดึงไปในชั้นบรรยากาศอย่างง่ายดายนั่นเอง

    2) ไมโครพลาสติกในแหล่งน้ำ

    แหล่งน้ำในธรรมชาติเป็นอีกแหล่งที่สามารถพบไมโครพลาสติกปะปนมาได้ โดยเกิดจากการใช้พลาสติกเป็นสารตั้งต้นในอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ แทบทุกอุตสาหกรรมเลย ไม่ว่าจะเป็นการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เครื่องสำอาง ชิ้นส่วนวัสดุก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งระหว่างการผลิต การขนส่ง ตลอดจนการนำไปใช้งานนั้น พลาสติกอาจเกิดการแตกตัวและด้วยตัวไมโครพลาสติกมีขนาดเล็กมากๆ จึงอาจหลุดรอดจากกระบวนการบำบัดน้ำเสีย ลงไปปะปนในแหล่งน้ำต่างๆ ได้ง่าย

    3) ไมโครพลาสติกในอาหาร

    ไมโครพลาสติกในอาหาร อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การทิ้งขยะพลาสติกลงในแหล่งน้ำ การทำประมง หรือการปล่อยของเสียที่มีส่วนประกอบของไมโครพลาสติกลงแหล่งน้ำ ส่งผลให้ไมโครพลาสติกมีการปนเปื้อนอยู่ในแหล่งน้ำต่างๆ ที่เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำได้ อย่างกุ้ง หอย ปู ปลา และเมื่อมีไมโครพลาสติกปนเปื้อนอยู่ในนั้น เหล่าสัตว์น้ำก็จะได้รับไมโครพลาสติกเข้าไป และสะสมไว้ภายในตัวสัตว์ เมื่อเรานำสัตว์น้ำมาประกอบอาหารจึงมีไมโครพลาสติกปะปนมาด้วยนั่นเอง

    ไมโครพลาสติกกับสุขภาพ: ไมโครพลาสติกเป็นอันตรายกับสุขภาพจริงไหม?

    ในส่วนของผลกระทบด้านสุขภาพหากได้รับไมโครพลาสติก ปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานยืนยันถึงผลเสียต่อสุขภาพของมนุษย์ที่ชัดเจนมากนัก โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศว่า เมื่อไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกาย จะถูกขับออกผ่านระบบขับถ่ายตามธรรมชาติได้ และการดื่มน้ำบรรจุขวดพลาสติกที่มีระดับปริมาณอนุภาคพลาสติกตามค่าเฉลี่ยในปัจจุบันนั้นไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด แต่อาจต้องทำการศึกษาเพิ่มเติมถึงอันตรายที่อาจเกิดในอนาคต ทั้งนี้ ในกรณีที่ไมโครพลาสติกถูกขับถ่ายออกไม่หมด มีระดับที่เล็กลงกว่าค่าเฉลี่ยในปัจจุบัน และเข้ามาสะสมอยู่ในร่างกายมากขึ้นเรื่อยๆ ก็อาจคาดการณ์ได้ว่า สิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพมนุษย์ในระยะยาวได้ เช่น

    อาจเกิดความผิดปกติกับฮอร์โมนในร่างกาย

    ในไมโครพลาสติกมีสาร Bisphenol A (BPA) ซึ่งเป็นส่วนประกอบของพลาสติก BPA จึงอาจเข้าไปรบกวนกระบวนการต่อมไร้ท่อ มีผลกระทบกับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มีผลกับการเจริญเติบโต นอกจากนี้ยังอาจมีส่วนทำให้ฮอร์โมนเพศชายมีความผิดปกติ และทำให้เด็กมีพัฒนาการลดลงด้วย

    อาจเป็นสาเหตุการเกิดโรคมะเร็ง

    หากได้รับโมโครพลาสติกที่มาจากแหล่งน้ำ หรือสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยแบคทีเรีย โลหะหนัก สิ่งสกปรก ไมโครพลาสติกอาจนำเชื้อแบคทีเรียเหล่านั้นเข้ามาสู่ร่างกายเรา จนสะสมกลายเป็นโรคมะเร็งได้

    อาจเป็นตัวกลางนำสารพิษ

    ไมโครพลาสติกมีคุณสมบัติที่สามารถดูดซับหรืออุ้มน้ำได้ จึงอาจเก็บเอาสารพิษ หรือสารเคมีบางประเภทติดไปด้วยได้ เช่น สารเคมีในยาฆ่าแมลงที่ปนเปื้อนอยู่ในแหล่งน้ำ ยิ่งหากไมโครพลาสติกอยู่ในแหล่งน้ำอย่างทะเลเป็นเวลานานๆ ก็จะยิ่งดูดซับสารพิษเอาไว้เป็นจำนวนมาก และหากสัตว์ทะเลกินไมโครพลาสติกเข้าไปก็จะได้รับสารพิษเหล่านั้น แน่นอนว่าเมื่อมนุษย์นำมาประกอบอาหารก็มีโอกาสได้รับสารพิษไปด้วยเช่นเดียวกัน

    วิธีหลีกเลี่ยงไมโครพลาสติก

    อย่างที่บอกไปว่าในกรณีที่ไมโครพลาสติกถูกขับถ่ายออกไม่หมด และเข้ามาสะสมอยู่ในร่างกายมากขึ้นเรื่อยๆ ก็อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพมนุษย์ในระยะยาวได้ ดังนั้นทางที่ดีที่สุด คือการหาวิธีป้องกัน หรือหลีกเลี่ยงไมโครพลาสติกไม่ให้เข้ามาสู่ร่างกายของเรา ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

    1) การเลือกดื่มน้ำจากเครื่องกรองน้ำที่มีคุณภาพ

    การเลือกดื่มน้ำจากเครื่องกรองน้ำ เป็นวิธีป้องกันและหลีกเลี่ยงไมโครพลาสติกที่ติดมากับแหล่งน้ำได้ หรือพลาสติกที่ใช้บรรจุเครื่องดื่มได้เป็นอย่างดี โดยควรเลือกดื่มน้ำจากเครื่องกรองน้ำที่มีคุณสมบัติกรอง หรือดักจับไมโครพลาสติกได้ เพื่อลดโอกาสการดื่มน้ำดื่มที่ปนเปื้อนไมโครพลาสติก

    2) ใช้พลาสติกให้น้อยลง

    การลดการใช้พลาสติก เป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยลดการเกิดไมโครพลาสติกได้ และเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็จะทำให้ไมโครพลาสติกในอาหาร สิ่งแวดล้อม แหล่งน้ำ หรือโอกาสที่ร่างกายมนุษย์จะได้รับไมโครพลาสติกน้อยลงไปด้วย

    3) ทำความสะอาดที่อยู่อาศัยอย่างสม่ำเสมอ

    การทำความสะอาดที่อยู่อาศัยอย่างสม่ำเสมอ ช่วยลดการสะสมไมโครพลาสติกในร่างกายได้ เพราะภายในที่อยู่อาศัยของเราอาจมีการปนเปื้อนของไมโครพลาสติกที่มาจากแหล่งกำเนิดต่างๆ เช่น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เสื้อผ้า พลาสติกบรรจุอาการ หรือพลาสติกอื่นๆ ดังนั้น จึงควรหมั่นทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมของที่อยู่อาศัย เช่น การกวาด ถู ดูดและกำจัดฝุ่นที่เกาะอยู่ตามพื้นและเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

    4) ไม่ทิ้งขยะลงแหล่งน้ำ

    การเลิกทิ้งขยะลงแหล่งน้ำ ช่วยลดโอกาสการสะสมไมโครพลาสติกในอาหารที่จะไปติดอยู่กับเหล่าสัตว์น้ำ และทำให้แหล่งน้ำที่นำไปใช้ในการเกษตรสะอาดมากขึ้น ไม่มีการปนเปื้อนทางอ้อมจากไมโครพลาสติก นอกจากนี้ยังเป็นวิธีที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม สิ่งมีชีวิต ระบบนิเวศให้สมดุลมากขึ้นด้วย

    แม้ไมโครพลาสติก จะเป็นเพียงสิ่งแปลกปลอมขนาดเล็กจิ๋วที่ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพและร่างกายมากขนาดไหน แต่หากสะสมเข้าไปในร่างกายในปริมาณมากๆ และมีขนาดเล็กมากกว่าค่าเฉลี่ยในปัจจุบัน ก็อาจกลายเป็นตัวการทำร้ายสุขภาพระยะยาวของมนุษย์ได้ ดังนั้นทางที่ดีที่สุดก็ควรป้องกันและหลีกเลี่ยงตัวไมโครพลาสติกเอาไว้ก่อน โดยควรให้ความสำคัญกับการเลือกน้ำดื่มและรับประทานอาหาร เพราะเป็นแหล่งที่มนุษย์สามารถได้รับไมโครพลาสติกเข้าไปโดยที่ไม่รู้ตัวนั่นเอง สำหรับใครที่กำลังสนใจติดตั้งเครื่องกรองน้ำ เพื่อการดื่มน้ำที่สะอาดคลายข้อกังวลใจเกี่ยวกับไมโครพลาสติก ขอแนะนำ eSpring™ เครื่องกรองน้ำ ที่ได้รับการรับรองจาก NSF ว่าสามารถฆ่าเชื้อโรค ไวรัส แบคทีเรีย จุลินทรีย์ในน้ำ ได้ 99.99%,** อีกทั้งยังสามารถกรองไมโครพลาสติกและสิ่งปนเปื้อนอื่นๆ ได้ถึง า 170 ชนิด*,** โดยที่ยังคงแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเอาไว้ได้ครบ ช่วยให้คุณมั่นใจว่าจะได้ดื่มน้ำที่สะอาด มีคุณภาพ ที่สำคัญยังเป็นหนึ่งในวิธีช่วยลดการใช้ขวดพลาสติกได้แบบยั่งยืน เพราะช่วยลดการใช้พลาสติกได้ถึง 10,000 ขวดต่อปีเลย****!

    * เครื่องกรองน้ำ อีสปริง ออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับน้ำประปาที่ผ่านการบำบัดเพื่อการบริโภคแล้วเท่านั้น ไม่มีผลในการป้องกันหรือบรรเทาโรค

    ** ผ่านการทดสอบโดยห้องทดลองอิสระตามมาตรฐาน NSF (NSF/ANSI 42, 53, 55 และ 401) อีกทั้งในส่วนของการทดสอบการลดสารปนเปื้อนนอกเหนือจากในมาตรฐาน NSF ก็ได้รับการรับรองจาก NSF International

    *** ผ่านการทดสอบโดยห้องทดลองอิสระตามมาตรฐาน NSF/ANSI 55 โดยใช้ qBeta bacteriophage เป็นเชื้ออ้างอิงในการทดสอบ

    **** ขวดน้ำพลาสติกความจุ 500 มิลลิลิตร